บทที่ 14 นี่ไงล่ะ ฉันได้คอนแทกต์มาแล้ว
“ถอยไปให้ห่างจากฉันนะ!” ริมฝีปากของซ่งเยว่สั่นระริก เธอถอยกรูดไปจนชิดกำแพง “ถ้าขืนยังทำแบบนี้อีก ฉันจะให้คุณตามาช่วยตัดสิน!”
แววตาของเจียงไหลมืดครึ้มลงทันที ก่อนจะยอมชักมือกลับ
“อย่าไปรบกวนคุณตาเลย ท่านต้องการพักผ่อน”
ความตั้งใจแรกของเธอคือการมาอยู่เป็นเพื่อนคุยให้คุณตาซ่งคลายเหงา ไม่ใช่มาหาเรื่องให้ท่านปวดหัว
“เธอก็รู้เหมือนกันนี่...” ซ่งเยว่แค่นเสียงเหอะ “อีกเดี๋ยวคุณตาต้องไปตรวจร่างกายแล้ว เธอดันทุรังเข้าไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์”
เจียงไหลเอ่ยเสียงเรียบ “วันหลังฉันค่อยมาใหม่”
คุณตาซ่งคงจะอยู่ที่หนานเฉิงอีกสักพักใหญ่ ๆ เธอไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเอาตอนนี้ก็ได้
สิ่งสำคัญกว่าในเวลานี้คือการติดต่อกับห้องแล็บลีออน
ตอนที่เจียงไหลเดินออกมาจากโรงพยาบาลเหรินอ้าย เธอได้รับข้อความวีแชทจากจวงฮ่าว
[จวงฮ่าว:เจียงไหล ช่วงไม่กี่วันนี้โครงการของบริษัทเราอยู่ ๆ ก็ล่มติดต่อกันตั้งสามสี่งานแล้วเนี่ย มันตรงกับที่คุณบอกเลยใช่ไหมว่า ‘ครอบครัวจะมีเรื่องวุ่นวายและต้องเสียทรัพย์’ น่ะ!]
[เจียงไหล:ส่งโลเคชั่นมา]
หลังจากส่งข้อความไปไม่ถึงนาที จวงฮ่าวก็แชร์พิกัดที่อยู่กลับมาทันที
เจียงไหลเรียกรถแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลจวงตามพิกัดนั้น
คฤหาสน์ตระกูลจวงตั้งอยู่แถบชานเมืองหนานเฉิง
ตัวบ้านตกแต่งด้วยสไตล์จีนเป็นหลัก เฟอร์นิเจอร์ไม้พะยูงจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่กลางห้องนั่งเล่น ตรงหน้าต่างบานใหญ่จรดพื้นมีฉากกั้นฝังมุกตั้งตระหง่านอยู่
เจียงไหลเดินตามจวงฮ่าวเข้าไปด้านใน ด้านบนโซฟามีชายคนหนึ่งในชุดถังจวงสีน้ำเงินเข้มนั่งอยู่
เขาแสร้งทำเป็นผู้หยั่งรู้ทรงภูมิ
“คุณนายจวงครับ จริง ๆ แล้วเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องปกติมาก การทำธุรกิจย่อมมีได้มีเสีย ไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่าจะราบรื่นสมปรารถนาไปเสียทุกครั้ง”
คุณนายจวงเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ “แต่ฮวงจุ้ยบ้านเราก็ปรับแก้ไปตั้งหลายรอบแล้วนะคะ อาจารย์หวง คุณเคยบอกว่า...”
ชายคนนั้นปรือตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขัด
“สามส่วนพึ่งดวง เจ็ดส่วนพึ่งการกระทำครับ คุณนายจวงควรจะกลับไปทบทวนดูนะว่าช่วงนี้บริหารบริษัทอย่างไร คงจะมีขั้นตอนไหนที่เกิดข้อผิดพลาดเข้าแล้วล่ะ”
เจียงไหลเดินเข้ามากลางห้องนั่งเล่น มองชายคนนั้นด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่
“การปรับเปลี่ยนทิศทางฮวงจุ้ยก็เพื่ออุดรอยรั่วและข้อบกพร่องไม่ใช่เหรอคะ ยิ่งไปกว่านั้น ฮวงจุ้ยของคฤหาสน์หลังนี้มีรอยรั่วอยู่เต็มไปหมด จะเรียกว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีไม่ได้ด้วยซ้ำ”
ชายคนนั้นไม่ได้เห็นเจียงไหลอยู่ในสายตา
“ชื่อของฉันคือ หวงจินจงแห่งอารามชิงอวิ๋น คุณลองไปถามดูได้เลย ในหนานเฉิงแห่งนี้มีใครไม่รู้จักฉันบ้าง! แล้วคุณน่ะโผล่มาจากซอกหลืบไหนกัน!”
เจียงไหลแค่นยิ้มเยาะ ก่อนจะไล่เลียงปัญหาออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
“ฉากกั้นฝังมุกตั้งขวางชั้นหนังสือ ทำให้บดบังดาวเหวินชวี (ดาวแห่งสติปัญญา) คานบ้านกดทับศีรษะตัดขาดดวงการงาน ประตูบ้านอยู่ทางซ้าย ตำแหน่งโชคลาภเด่นชัดอยู่ทางขวา แต่ดันเอาเปียโนไปตั้งชนตำแหน่งโชคลาภพอดี...”
เธออธิบายอย่างละเอียด สีหน้าท่าทางอวดดีของหวงจินจงค่อย ๆ แตกสลาย ใบหน้าและลำคอของเขาเริ่มแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด
เรื่องพวกนี้ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ เพียงแต่เขาต้องการจะกอบโกยเงินจากตระกูลจวงให้ได้มากกว่านี้ จึงจงใจกั๊กวิชาเอาไว้
ทว่าตอนนี้ความคิดแอบแฝงของเขาถูกมองทะลุปรุโปร่งแล้ว
เจียงไหลเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะสรุปความ “ช่วงนี้ตระกูลจวงเจอแต่เรื่องติดขัดไม่ราบรื่น ก็เป็นเพราะคุณนั่นแหละที่เล่นตุกติก”
“อย่ามาปรักปรำฉันนะ!” หวงจินจงอึกอักอยู่นานจนเค้นออกมาได้แค่นั้น ก่อนจะรีบหันไปหาคุณนายจวง
“พวกคุณกล้าเชื่อคำพูดของยัยเด็กนี่อย่างนั้นเหรอ?”
คุณนายจวงเองก็อึ้งไปกับคำพูดของเจียงไหลเช่นกัน
ตัวเธอเองก็พอจะมีความรู้เรื่องฮวงจุ้ยบ้านอยู่บ้าง และจุดที่เจียงไหลชี้ออกมา ล้วนเป็นสิ่งที่เธอมองข้ามไปจริง ๆ
จวงฮ่าวแค่นยิ้มเย็นชาพลางสวนกลับ “ฝีมือของเจียงไหลเหนือกว่าคุณตั้งเยอะ ทำไมพวกเราจะไม่เชื่อล่ะ?”
หวงจินจงก็ดีแต่ปากเท่านั้นแหละ แต่เจียงไหลน่ะมีวิชาของจริง
“พวกคุณโดนยัยนี่เป่าหูแล้ว!” หวงจินจงยังคงปากแข็ง เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าหมายจะผลักเจียงไหลให้ล้มลงกับพื้น แต่กลับถูกเธอคว้าหัวไหล่เสียก่อน
กร๊อบ!
หัวไหล่ของหวงจินจงหลุดออกจากข้อต่อในพริบตาเดียว
ใบหน้าของเขาเหยเกบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “ฉันจะแจ้งความ! แจ้งความ! เธอทำร้ายร่างกายฉัน!”
เจียงไหลไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาต่อสายตรงถึง 110 ทันที
“สถานีตำรวจหนานเฉิงใช่ไหมคะ? ทางนี้มีมิจฉาชีพต้มตุ๋นอยู่คนหนึ่ง พวกคุณจะมาจับไหมคะ?”
หวงจินจงยืนอึ้งอยู่กับที่ ดวงตาขุ่นมัวแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
คนชั่วชิงตัดหน้าแจ้งความก่อนเนี่ยนะ?!
“เจียงไหล คุณอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามสิ...” จวงฮ่าวเอ่ยเตือนด้วยความระมัดระวัง
“ไม่เป็นไร”
หลังจากบอกพิกัดที่อยู่ชัดเจนแล้ว เจียงไหลก็กดวางสาย
เธอเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าพลางยิ้มตาหยี “อาจารย์หวงพอใจไหมคะ? ทีนี้ชื่อเสียงของคุณคงจะดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศจีนแน่ๆ”
เรียวขาของหวงจินจงพลันหมดแรง เขาทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น สภาพดูไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
คุณนายจวงสั่งให้คนคุมตัวเขาออกไป ก่อนจะหันมามองเจียงไหลด้วยความเลื่อมใสและยำเกรงมากขึ้นหลายส่วน
“คุณหนูเจียงช่วยพวกเราไว้มาก อยากได้อะไรบอกมาได้เลยค่ะ!”
“มอบโครงการที่ตระกูลกู้ต้องการมาให้ฉันก็พอค่ะ” เจียงไหลเอ่ยเงื่อนไขที่เตรียมไว้ในใจออกมา
“แต่เรื่องที่โครงการนี้มาอยู่ในมือของฉัน รบกวนคุณนายจวงช่วยปิดเป็นความลับให้ก่อนนะคะ”
คุณนายจวงลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ “ตกลงค่ะ”
เธอเคยได้ยินชื่อของเจียงไหลผ่าน ๆ ในแวดวงสังคมมาบ้าง ว่าเป็นลูกสาวตระกูลกู้ที่เพิ่งรับกลับมาเมื่อหนึ่งปีก่อน
โครงการนี้ตระกูลกู้เพียรพยายามขอนักขอหนา แต่ตอนนี้เธอกลับมาเอ่ยปากขอในนามส่วนตัว
แม้ในใจของคุณนายจวงจะเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เธอก็เป็นคนรู้ความไม่เซ้าซี้ รีบสั่งให้เลขานุการร่างสัญญามาให้เธอเซ็นอย่างรวดเร็ว
ณ คฤหาสน์เหอเฟิง
ซ่งเยว่กำลังเลื่อนดูเทรนด์ฮอตในเวยโป๋ที่มีหัวข้อ ‘หวงจินจง มิจฉาชีพต้มตุ๋นถูกจับเข้าคุก’ และ ‘ตระกูลจวงประกาศหนุนหลังปรมาจารย์คนใหม่แห่งหนานเฉิง’
เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยความอิจฉา “ตระกูลจวงนี่ดวงดีจริง ๆ ถ้าอาจารย์คนนี้มาช่วยดูบ้านเราบ้างก็คงดี”
ตระกูลซ่งสร้างตัวมาจากธุรกิจอุตสาหกรรม แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ธุรกิจติดขัดไม่ราบรื่นติดต่อกัน
“คุณน้าคะ ฉันพอจะมีสายสัมพันธ์ส่วนตัวกับตระกูลจวงอยู่บ้าง เดี๋ยวฉันลองถามให้ได้นะคะ” กู้เชียนเหอเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ของซ่งเยว่
เธอเคยเจอจวงฮ่าวตามงานเลี้ยงอยู่สองสามครั้ง และเคยยอมลดตัวเข้าไปขอคอนแทกต์ของเขามา
“เชียนเหอของเรานี่เส้นสายกว้างขวางจริงๆ! งั้นลองถามดูเลยเป็นไง?” ซ่งเยว่เอ่ยอย่างกระตือรือร้น
หากสามารถพลิกสถานการณ์ทางธุรกิจของตระกูลซ่งให้กลับมาดีขึ้นได้ละก็ เมื่อถึงเวลาที่คุณตาจากไปในอนาคต ในฐานะที่เธอเป็นผู้มีคุณูปการต่อบริษัท หุ้นที่เธอจะได้รับส่วนแบ่งก็ต้องมีจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย
กู้เชียนเหอพยักหน้ารับ ก่อนจะเลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์ของจวงฮ่าวในรายชื่อผู้ติดต่อแล้วกดโทรออก
เสียงสัญญาณรอสายดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าทว่าไม่มีคนรับสาย
กู้เชียนเหอกดวางสายด้วยความรู้สึกหน้าแตกเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งอธิบาย “เขาคงกำลังยุ่งอยู่น่ะค่ะ เดี๋ยวฉันลองวีแชทไปแทนแล้วกัน”
ซ่งเยว่เริ่มหมดความอดทน “ได้”
กู้เชียนเหอรีบพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ส่งไปหาจวงฮ่าวทันที ทว่าพร้อม ๆ กับที่เธอกดส่ง เครื่องหมายโดนบล็อกก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
เธอนิ่งงันขณะจ้องหน้าจอโทรศัพท์ และรีบคว่ำหน้าจอลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาระแวงสงสัยของซ่งเยว่ที่มองมา
ตรงบริเวณโถงทางเข้า เสียงหยอกเย้าของเจียงไหลก็ดังขึ้น “พี่สาวติดต่อเขาไม่ได้หรอกค่ะ”
“จวงฮ่าวแค่กำลังยุ่งอยู่ ไม่มีเวลาตอบข้อความต่างหาก”
กู้เชียนเหอยังคงรักษาท่าทีสง่างามผ่าเผยตามปกติเอาไว้
“น้อง อย่ามัวแต่ยืนพูดประชดประชันอยู่ข้าง ๆ เลย ทำอย่างกับว่าเธอจะติดต่อคนของตระกูลจวงได้งั้นแหละ?”
จวงฮ่าวสนิทสนมกับเผยจิ่งชวนมาก แต่เขามีอคติกับเรื่องหมั้นหมายระหว่างเผยจิ่งชวนและตระกูลกู้เป็นอย่างยิ่ง
เขาไม่เคยไว้หน้าเธอเลยด้วยซ้ำ แล้วถ้าต้องมารับมือกับเจียงไหลที่ไม่มีอะไรเทียบเธอได้ ไม่เห็นต้องเดาเลยว่าทัศนคติของเขาจะเป็นอย่างไร
“ติดต่อได้สิคะ”
เจียงไหลเปิดหน้าต่างแชทระหว่างเธอกับจวงฮ่าวขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน
“นี่ไงล่ะ ฉันได้คอนแทกต์มาแล้ว”