บทที่ 13 นิสัยยังไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
"ประธานเฮ่อคิดมากไปแล้วค่ะ"
หลังจากเจียงไหลพูดจบ เธอก็ดึงแขนเสื้อของเผยจิ่งชวนให้เดินเลี่ยงออกมา
เฮ่ออวิ๋นถิงอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกที่ทรยศและหลบหนีออกจากสำนักเร้นลับ เธอจึงไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ
หลังจากทั้งสามคนทานอาหารเสร็จที่คลับชีตู้ เผยจิ่งชวนก็ขับรถพาเจียงไหลกลับไปที่คฤหาสน์เหอเฟิง โดยมีจวงฮ่าวหน้าด้านนั่งตามมาที่เบาะหลังด้วย
จวงฮ่าวยื่นหน้ามาข้างหน้าพลางถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ตอนอยู่ที่ลานจอดรถ ผมกับจิ่งชวนเห็นกันหมดนะ ก่อนที่คุณจะกลับเข้าตระกูลกู้ คุณเคยเรียนวิชาพวกนี้จากใครมาก่อนหรือเปล่า?"
เจียงไหลตอบแบบสงวนท่าที "พอรู้บ้างนิดหน่อยค่ะ"
ตามความทรงจำในชาติก่อน จวงฮ่าวมีโครงการอุปกรณ์การแพทย์ที่ตระกูลกู้ต้องการมาก แต่ยังไม่เคยได้ครอบครอง
การที่เธอสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเขาในตอนนี้ จึงมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสียเลยสักนิด
จวงฮ่าวพูดอย่างกระตือรือร้น "งั้นคุณลองดูให้ผมหน่อยสิ"
เจียงไหลหันไปมองจวงฮ่าว ก่อนจะเอ่ยเรียบ ๆ หลังจากนิ่งคิด "ช่วงนี้ครอบครัวจะมีเรื่องวุ่นวายและต้องเสียทรัพย์นะคะ"
"จริง... จริงเหรอ?" จวงฮ่าวหดหัวกลับไปทันทีด้วยความรู้สึกเสียวสันหลัง
เขาเคยเห็นฝีมือของเจียงไหลมาแล้ว แต่พอโดนทักเรื่องไม่ดีแบบนี้ ตัวเขาเองก็ยังทำใจยอมรับได้ยากในทันที
"ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอกค่ะ ถ้าคุณจวงต้องการ ก็ติดต่อฉันให้ไปช่วยแก้ฮวงจุ้ยได้นะคะ"
เจียงไหลเอนหลังพิงเบาะข้างคนขับพลางหรี่ตาลง
ในเมื่อเธอตั้งใจจะเข้าไปทำงานในตระกูลกู้ งั้นก็ถือโอกาสนี้คว้าโครงการของตระกูลจวงมาไว้ในมือเลยดีกว่า
นี่จะเป็นไพ่ตายใบแรกในการสร้างความมั่นคงให้ตัวเธอในบริษัท
ไม่นานนัก รถก็จอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์เหอเฟิง
หลังจากเจียงไหลกล่าวขอบคุณเผยจิ่งชวน เธอก็หันหลังเดินเข้าคฤหาสน์ไป
ในห้องนั่งเล่นมีใบหน้าแปลกหน้าอยู่นับสิบคน หนึ่งในนั้นคือชายชราหนวดขาวเคราขาว ทันทีที่เขาเห็นเจียงไหล ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
"ไหลไหลกลับมาแล้ว!" ชายชราก้าวฉับ ๆ มาตรงหน้าเจียงไหล คว้ามือเธอไปกุมไว้พลางพินิจพิจารณาซ้ำ ๆ "โตเป็นสาวขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย!"
"คุณตาเหรอคะ?" ขนตาของเจียงไหลสั่นระริก เธอเอ่ยเรียกเขาด้วยความไม่แน่ใจ
"ตาเอง" ชายชราหัวเราะชอบใจพลางจูงมือเจียงไหลให้ลงมานั่งข้าง ๆ เขา
เจียงไหลรับรู้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือ ความรู้สึกที่แสนจะไม่จริงนี้ทำให้เธอตื้นตัน
ในชาติก่อน ตั้งแต่เธอถูกรับตัวกลับมา คุณตาซ่งก็พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาตลอด
ตระกูลซ่งปักหลักอยู่ที่หลินเฉิง จนกระทั่งคุณตาซ่งเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว เธอถึงได้รีบเดินทางไปดูใจเป็นครั้งสุดท้าย
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถือว่าจืดจางมาก แต่คุณตาซ่งกลับให้ทนายความยกทรัพย์สินทั้งหมดในชื่อของเขาให้แก่เธอ เพื่อชดเชยที่เธอต้องตกระกำลำบากอยู่ข้างนอก
คุณตาซ่งเอ่ยด้วยความเอ็นดู "ครั้งนี้ตาจะอยู่หนานเฉิงสักพัก จะได้ไปเที่ยวกับไหลไหลบ่อยๆ"
ซ่งฉินขัดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ
"คุณพ่อคะ ผู้เชี่ยวชาญดูรายงานของคุณพ่อแล้ว บอกว่าคุณพ่อยังต้องอยู่สังเกตอาการที่โรงพยาบาลนะคะ"
ซ่งเยว่ผู้เป็นน้ารองก็เอ่ยเตือนเช่นกัน "ใช่ค่ะ คุณพ่ออย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไปเลย มันไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ"
เธอชี้นิ้วตำหนิไปที่เจียงไหล "แกอย่ามาเกาะแกะคุณตา ถ้าคุณตาตื่นเต้นจนอาการแย่ลงจะทำยังไง!"
กู้เชียนเหอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบก้าวเข้ามาแก้ต่างให้เจียงไหล "คุณน้าคะ น้องก็แค่ดีใจที่ได้เจอคุณตา ไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ"
ซ่งเยว่กลอกตา "เชียนเหอ เธอไม่ต้องไปพูดแทนยัยนี่หรอก นิสัยไม่มีการศึกษามันฝังลึกอยู่ในกระดูก จะไปแก้ได้ยังไง"
"พวกแกอยากให้ฉันอกแตกตายใช่ไหมถึงจะพอใจ? ถ้าอย่างนั้นโรคนี้ก็ไม่ต้องรักษามันแล้ว!"
คุณตาซ่งไอโขลก ๆ ออกมาอย่างรุนแรง ซ่งฉินและซ่งเยว่จึงรีบหุบปากเงียบทันที
ในขณะเดียวกัน กู้เส้าเชินก็ถือใบรายงานการตรวจของโรงพยาบาลเดินออกมาจากห้องทำงาน
เขานั่งลงตรงข้ามกับคุณตาซ่ง "ทางโรงพยาบาลให้แนวทางการรักษามาสองสามวิธี รายละเอียดคงต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพร่างกายของคุณตาครับ"
"โรคนี้ค่อนข้างหายาก ถือว่ารับมือยากมาก"
คุณตาซ่งโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก ตาอายุขนาดนี้แล้ว ไม่หวังว่าจะหายขาดหรอก"
กู้เส้าเชินพยักหน้าอย่างลังเล ก่อนจะอธิบายแนวทางการรักษาแต่ละแบบให้คุณตาซ่งฟัง
เจียงไหลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หยิบใบประวัติการรักษาที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟขึ้นมาดู
คุณตาซ่งป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทชนิดหนึ่ง เธอสามารถใช้ยันต์ช่วยบรรเทาอาการป่วยของเขาได้ แต่หากจะรักษาให้หายขาด ยังคงต้องพึ่งพาการแพทย์สมัยใหม่
ก่อนที่เธอจะลงจากเขา เธอและอาจารย์เคยช่วยแก้ฮวงจุ้ยให้แพทย์ชาวอเมริกันคนหนึ่ง ซึ่งห้องแล็บของเขาเชี่ยวชาญด้านการวิจัยโรคนี้โดยเฉพาะ
เมื่อไม่นานมานี้ แพทย์คนนั้นยังติดต่อมาหาเธอ ถามว่าเธอสะดวกมาอเมริกาอีกเมื่อไร
กู้เชียนเหอสังเกตเห็นท่าทางของเจียงไหล "ใบประวัติพวกนี้เรียงตามลำดับไว้นะ น้องห้ามทำสลับกันเด็ดขาดล่ะ"
เจียงไหลไม่ได้สนใจกู้เชียนเหอ หลังจากจำประเด็นสำคัญได้แล้วเธอก็วางใบประวัติ
"พี่รอง ในห้องแล็บของลีออนที่อเมริกา เคยมีเคสที่รักษาหายขาดใช่ไหมคะ?"
กู้เส้าเชินหันมามองเจียงไหลด้วยความประหลาดใจ "เธอรู้ได้ยังไง?"
ห้องแล็บลีออนทำงานกันอย่างเงียบเชียบ เรื่องเคสที่รักษาหายขาดนั้นแพร่กระจายอยู่แค่ในวงแคบ ๆ เท่านั้น
เธอไปรู้เรื่องนี้ได้ยังไง!
เจียงไหลถามต่อ "ถ้าสามารถเชิญหมอของพวกเขามารักษาให้คุณตาได้ โอกาสที่คุณตาจะหายขาดมีมากแค่ไหนคะ?"
หลังจากกู้เส้าเชินดึงสติกลับมาได้ เขาก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เลิกคิดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้เถอะ ขนาดตระกูลเผยยังไม่แน่ว่าจะมีความสามารถเชิญพวกเขามาได้เลย นับประสาอะไรกับพวกเรา"
เมื่อก่อนเขาเองก็เคยลองดูแล้ว แต่อีเมลนับไม่ถ้วนที่ส่งไปหาห้องแล็บลีออนกลับเงียบหายเข้ากลีบเมฆ
ขนาดเขาเองยังทำไม่ได้ แล้วเจียงไหลจะมีปัญญาอะไร?
เจียงไหลเลิกคิ้ว "แล้วถ้าฉันทำได้ล่ะคะ?"
แววตาของกู้เส้าเชินเต็มไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"ร่างกายของคุณตาไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะ พูดจาให้มันมีขอบเขตหน่อย"
ปีเศษแล้ว นิสัยไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำของเจียงไหลก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด!
วันต่อมา คุณตาซ่งก็เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเหรินอ้าย
หลังจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาหารือกันแล้ว ทุกคนเห็นพ้องต้องกันให้ใช้วิธีการรักษาแบบประคับประคอง โดยเฝ้าดูอาการสักระยะก่อนจะยืนยันวิธีการรักษาขั้นต่อไป
หลังจากเจียงไหลตื่นนอน เธอก็นั่งแท็กซี่ตรงมาที่โรงพยาบาลเหรินอ้ายทันที
คุณตาซ่งพักอยู่ที่ห้องวีไอพีชั้นบนสุด ด้านนอกมีบอดี้การ์ดยืนเรียงรายกันเป็นตับ
ซ่งเยว่เชิดหน้าขึ้นพลางเดินเข้ามาขวางหน้าเจียงไหล "คุณตาต้องการพักผ่อน ห้ามแกเข้าไป!"
"ฉันจะไม่กวนคุณตาค่ะ" เจียงไหลกดเสียงต่ำ
โรงพยาบาลไม่เหมือนสถานที่อื่น เธอไม่อยากมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับซ่งเยว่ที่นี่
"แบบนั้นก็ไม่ได้" ซ่งเยว่ยังมีท่าทีเด็ดขาด
เดิมทีเธอก็ไม่ชอบเจียงไหลอยู่แล้ว แถมท่าทางของเจียงไหลเมื่อวานนี้ยิ่งทำให้เธอโมโหเข้าไปใหญ่
ห้องพักของโรงพยาบาลเหรินอ้ายเก็บเสียงได้ดี แถมคุณตาซ่งยังไม่มีโทรศัพท์มือถือชั่วคราวเนื่องจากต้องตรวจร่างกาย
เจียงไหลไม่มีทางติดต่อเขาได้แน่
เมื่อซ่งเยว่คิดได้ดังนั้น มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
"พวกแกมัวยืนบื้ออะไรกันอยู่? ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามคนนอกเข้าใกล้ห้องพักเด็ดขาด!"
บอดี้การ์ดหันมาสบตากัน ก่อนจะยื่นมือออกไปหมายจะจับตัวเจียงไหล
ทว่าเจียงไหลกลับขยับตัวด้วยท่าทางแปลกประหลาด เธอคว้ามือของพวกเขาแล้วบิดเบา ๆ เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบชัดเจนบนทางเดินที่เงียบสงัด
ซ่งเยว่มองบอดี้การ์ดที่กำลังแสดงสีหน้าเจ็บปวด จากนั้นก็หันไปมองเจียงไหลด้วยสายตาที่ราวกับมองสัตว์ประหลาด
"แก... แกทำอะไรลงไป!"
บอดี้การ์ดที่เธอจ้างมาล้วนผ่านการคัดเลือกมาเป็นอย่างดี ไม่มีทางที่จะเป็นพวกไร้ฝีมือเด็ดขาด
แต่พวกเขากลับสู้เจียงไหลไม่ได้เลยสักคน!
เจียงไหลสะบัดข้อมือเบา ๆ ดูท่าวิชากำลังภายในโบราณที่อาจารย์เคยเคี่ยวเข็ญให้เธอฝึกฝนเมื่อก่อนจะไม่ได้ไร้ประโยชน์ซะทีเดียว
เธอยิ้มให้ซ่งเยว่อย่างยียวน
"น้าอยากลองดูบ้างไหมล่ะคะ?"