บทที่ 11 อย่าทำให้ตระกูลกู้ของเราขายหน้า
เจียงไหลไม่ได้ตอบคำถามของเขา เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเปิดดูประวัติการโอนเงินระหว่างกู้เชียนเหอกับเซี่ยวเถิง
ห้าแสน หนึ่งล้านสองแสน สามล้าน... พอนับรวม ๆ กันทั้งหมดแล้ว มันทะลุสิบล้านไปแล้วด้วยซ้ำ
"คุณกู้นี่ใจดีกับคนนอกจังเลยนะคะ พี่สาวสามารถเจียดเงินตั้งปีละสิบกว่าล้านไปจุนเจือเพื่อนได้ด้วย"
เจียงไหลยิ้มแต่แววตาไปไม่ถึงดวงตา แสร้งทำน้ำเสียงตัดพ้อ
"ทีกับฉันล่ะขี้เหนียวซะเหลือเกิน ถ้าไม่มีพี่จิ่งชวนคอยหนุนหลัง บัตรเสริมที่จำกัดวงเงินแค่ปีละแสนใบนี้ ก็คงไม่มีทางตกมาถึงมือฉันหรอกมั้งคะ"
เมื่อคุณย่ากู้ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันบึ้งตึงขึ้นมาทันที
"แค่แสนเดียวเองเหรอ? ฉันกำชับให้แกดูแลไหลไหลให้ดี ๆ แล้วแกทำแบบนี้งั้นเหรอ?"
เธออยู่ในแวดวงสังคมนี้มานาน ย่อมรู้ดีว่าเด็กผู้หญิงวัยไล่เลี่ยกับเจียงไหล แค่กระเป๋าที่หิ้วติดตัวเล่น ๆ ใบหนึ่งก็ราคาหลายแสนแล้ว
แต่บัตรเสริมที่กู้อันชางให้เธอกลับจำกัดวงเงินแค่ปีละแสนเดียวเนี่ยนะ!
ริมฝีปากของกู้อันชางขยับพะงาบ ๆ พยายามเค้นคำอธิบายอ้อมแอ้ม
"คุณแม่ครับ ช่วงนี้สถานการณ์ของบริษัทคุณแม่ก็รู้อยู่ เรากำลังเตรียมตัวเข้าสู่ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ เงินที่ต้องลงทุนกับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงค่าเดินเรื่องประสานงานต่าง ๆ มันเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยนะครับ"
"ไม่ต้องมาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้เลย!"
คุณย่ากู้ไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ "ตั้งแต่ไหลไหลกลับมา ของต่าง ๆ ที่ฉันส่งไปที่เหอเฟิงล่ะ มันถึงมือของยัยหนูหรือยัง?"
กู้อันชางใจหายวาบ สบสายตากับซ่งฉินทันที ซ่งฉินอึกอักก่อนจะเอ่ยปาก
"คุณแม่คะ ของพวกนั้นมันล้ำค่าเกินไป ให้เจียงไหลไปเผื่อทำหายขึ้นมาจะเสียดายแย่ ฉันก็เลยช่วยเก็บรวบรวมเอาไว้ในตู้เซฟให้หมดแล้วค่ะ"
คุณย่ากู้ชี้นิ้วไปที่จี้ที่ห้อยคอของกู้เชียนเหออยู่ "แล้วที่เธอใส่อยู่เนี่ย ไม่ใช่จี้หยกน้ำเต้าที่ฉันส่งมาให้ไหลไหลงั้นเหรอ?"
ซ่งฉินไอแห้ง ๆ ด้วยความกระอักกระอ่วน
ของที่คุณย่ากู้ส่งมาล้วนแต่เป็นของล้ำค่าจากงานประมูล การเอาไปให้เจียงไหลก็เหมือนโยนไข่มุกให้สุกร
หลังจากที่เธอเก็บไว้เองสองสามชิ้นแล้ว ที่เหลือเธอก็ยกให้กู้เชียนเหอทั้งหมด ใครจะไปคิดว่าคุณย่าจะมาถามถึงเรื่องนี้เอาตอนนี้
"ชิ้นนี้หนูเห็นว่ามันสวยดี ก็เลยขอมาจากน้องค่ะ"
กู้เชียนเหอก้มหน้าอธิบาย "หนูไม่ทราบจริง ๆ ค่ะว่าเป็นของคุณย่าให้มา ถ้าหนูทราบละก็ หนูไม่มีทาง..."
มีหรือที่คุณย่ากู้จะมองแผนการกู้เชียนเหอไม่ออก เธอแค่นเสียงเหอะอย่างเย็นชา "จะรู้หรือไม่รู้ก็เหมือนกันนั่นแหละ!"
"ตระกูลกู้ให้ของแกมามากพอแล้ว แกยังมีหน้ามาแย่งของของไหลไหลอีกเหรอ?"
เธอเดินเข้าไปกระชากจี้หยกน้ำเต้าออกจากคอของกู้เชียนเหอ แล้วโยนให้คนใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่แยแส
"ไหลไหลไม่ใช้ของร่วมกับคนอื่นหรอก ฉันยกให้เธอ"
คนใช้รับจี้หยกมาด้วยความตื่นตระหนกลนลาน รีบก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความหวาดกลัว
"ทำไมถึงเอาไปแจกแบบนั้นล่ะคะ!" ซ่งฉินเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง
เดิมทีจี้หยกน้ำเต้าเป็นของกู้เชียนเหอ แต่ตอนนี้กลับถูกคนใช้ถือเอาไว้ นี่หักหน้ากันเกินไปแล้ว!
"แล้วมันจะทำไม?" คุณย่ากู้ถามต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "แล้วของที่เหลือล่ะ อยู่ที่ไหน?"
ซ่งฉินตอบไม่ถูกเลยทีเดียว
"หนูผิดเองค่ะ หนูชอบของพวกนั้นมาก ก็เลยขอมาจากน้องทั้งหมดเลย"
กู้เชียนเหอทำท่าเหมือนกำลังจะร้องไห้ "หนูจะคืนให้น้องทั้งหมดค่ะ คุณย่าอย่าโกรธเลยนะคะ"
พวกซ่งฉินเห็นท่าทางของเธอแล้วต่างก็พากันสงสารจับใจ แต่ก็เกรงใจสุขภาพของคุณย่ากู้ จึงไม่กล้าเอ่ยปากโต้เถียงตรง ๆ
เจียงไหลลูบหลังคอยช่วยให้คุณย่ากู้ใจเย็นลง "คุณย่าคะ ในเมื่อของพวกนั้นไปอยู่ที่พี่สาวหมดแล้ว งั้นฉันก็ไม่เอาแล้วค่ะ"
"แบบนั้นไม่ได้!" คุณย่ากู้พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ต่อให้ไหลไหลไม่เอา ก็ไม่มีทางปล่อยให้เธอได้ผลประโยชน์ไปฟรี ๆ หรอก!"
คุณย่ากู้มองไปยังทั้งสี่คนที่ยืนเงียบเป็นเป่าสากด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะยื่นคำขาดสุดท้ายอย่างไม่เกรงใจ
"เรื่องอุบัติเหตุรถชนฉันจะไม่เอาความ แต่ของพวกนั้นฉันเป็นคนให้ ฉันมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ"
"วันนี้ถ้าพวกแกไม่คืนของทั้งหมดให้ไหลไหลละก็ คอยดูเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของฉัน ฉันก็จะอาละวาดกับพวกแกให้ถึงที่สุด!"
"คุณแม่ครับ พวกเราเข้าใจแล้วครับ" กู้อันชางตอบรับอย่างยากลำบาก
ถ้ารู้แต่แรกว่าคุณย่ากู้จะกัดไม่ปล่อยกับเรื่องนี้ ตอนนั้นเขาคงจะห้ามซ่งฉินไว้บ้างแล้ว
ขอแค่เหลือของไว้ให้เจียงไหลสักชิ้นสองชิ้น คุณย่ากู้ก็คงจะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งไปแล้วแท้ ๆ
เจียงไหลอิงแอบอยู่ข้าง ๆ คุณย่ากู้ ในใจของเธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ มีเพียงคุณย่ากู้คนเดียวเท่านั้นที่ยอมทะเลาะกับคนในตระกูลกู้จนหน้าดำคร่ำเครียดเพื่อเธอ
"คุณย่าคะ ฉันพยุงคุณย่าเข้าไปพักผ่อนข้างในนะคะ" เจียงไหลกระชับวงแขนที่คล้องแขนของคุณย่ากู้ให้แน่นขึ้น
เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
"วันหลังคุณย่าอย่าไปโมโหเพื่อฉันกับเรื่องของพวกเขาอีกเลยนะคะ มันไม่คุ้มหรอกค่ะ"
"มันไม่มีคำว่าคุ้มหรือไม่คุ้มหรอก" คุณย่ากู้พูดอย่างเอ็นดูแกมบ่น "ขอแค่เป็นเรื่องของแก ย่าก็ใส่ใจทั้งนั้นแหละ!"
เจียงไหลยิ้มอย่างจนใจแล้วเออออรับคำ
ค่ำคืนนั้น ณ คลับชีตู้
เจียงไหลกำลังเดินอยู่บริเวณโถงทางเดินชั้นบนสุด เธอขอให้เผยจิ่งชวนช่วยสืบหาที่อยู่ของเซี่ยวเถิง แต่สิ่งที่เขาให้มามีเพียงแค่พิกัดของคลับชีตู้เท่านั้น
ชีตู้คือคลับบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในหนานเฉิง การจะหาคนในนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร
เธอพยายามจะใช้ยันต์ตามหาคน แต่ด้วยพลังปราณอันน้อยนิดบวกกับข้อจำกัดของลิขิตสวรรค์ ทำให้นำทางมาได้ไกลที่สุดแค่ชั้นบนสุดนี้เท่านั้น
เจียงไหลเดินพลางสังเกตความเคลื่อนไหวในแต่ละห้องรับรองอย่างแนบเนียน
ทันใดนั้น แรงดึงมหาศาลก็กระชากตัวเธอให้หันกลับไป
"เจียงไหล? เป็นเธอจริง ๆ ด้วย!" กู้ฉีโย่วที่อยู่ในสภาพมึนเมาตะคอกเสียงแข็ง พลางชี้นิ้วมาที่จมูกของเธอ
"เธอมาทำอะไรที่นี่? ต่อให้เธอจะอ้อนวอนฉันยังไง ฉันก็ไม่มีทางยอมให้เธอเข้าไปทำงานในกองถ่ายหรอก!"
"พี่สาม" เจียงไหลได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง เธอสะบัดมือของเขาออกทันที
กู้ฉีโย่วคือผู้กำกับดาวรุ่งในวงการบันเทิง ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะปรับความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์กับเขา เธอจึงได้เข้าไปทำงานในกองถ่ายอยู่ช่วงหนึ่ง
เธอทำงานอย่างจริงจังและรับผิดชอบ จนทุกคนในกองถ่ายต่างพากันชื่นชมไม่ขาดปาก จะมีก็แต่กู้ฉีโย่วคอยจับผิด
หลังจากที่ดูถูกเหยียดหยามและทรมานเธอสารพัด เขาก็ไล่เธอออก
เจียงไหลก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากเขา "ฉันมีธุระต้องทำ"
กู้ฉีโย่วขมวดคิ้ว "คนอย่างเธอมาที่ชีตู้จะมีธุระอะไรได้ อย่ามาทำให้ตระกูลกู้ของเราขายหน้านอกบ้านหน่อยเลย!"
น้ำเสียงของเจียงไหลยิ่งเย็นเยียบลงไปอีก
"พี่สามเอาเวลาที่จะมาจับผิดฉัน ไปคิดถึงเรื่องของตัวเองดีกว่าไหมคะ คนที่โดนเคราะห์เสน่หาครอบงำน่ะ จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเจ็ดวันหรอก"
"เธอพูดเรื่องบ้าอะไร?" กู้ฉีโย่วถามอย่างงุนงง ฤทธิ์เหล้าที่ตีตื้นขึ้นมาทำให้คำพูดของเจียงไหลเริ่มฟังดูเลือนรางในหัว
เคราะห์เสน่หาอะไรกัน? ต้องเป็นเพราะโรคจิตอ่อน ๆ ชื่นชอบเรื่องภูตผีปีศาจของเจียงไหลกำเริบอีกแน่ๆ!
กู้ฉีโย่วเห็นเจียงไหลหันหลังเตรียมจะเดินหนี จึงเอื้อมมือไปกระชากเสื้อไหมพรมของเธอเอาไว้ "ฉันจะโทรหาคุณย่าเดี๋ยวนี้แหละ!"
"ปกติเธอชอบเสแสร้งทำตัวเป็นเด็กดีต่อหน้าคุณย่า วันนี้ฉันจะเผยธาตุแท้ของเธอให้คุณย่ารู้ให้หมด!"
คุณย่ากู้... ฝีเท้าของเจียงไหลที่กำลังจะก้าวเดินจากไปพลันชะงัก
เธอสามารถทำใจดำไม่สนใจกู้ฉีโย่วได้ แต่หากจะปล่อยให้คุณย่ากู้ต้องมาเจอกับโศกนาฏกรรมคนแก่ต้องมาฝังศพคนหนุ่มสาวละก็... ร่างกายของคุณย่าคงจะรับไม่ไหวแน่ ๆ...
เจียงไหลล้วงยันต์ออกจากกระเป๋า พับมันเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อสูทของกู้ฉีโย่ว จากนั้นก็ร่ายมนตร์ทำให้ยันต์แนบติดสนิทกับตัวเขา
"เธอ... เธอทำอะไรกับฉัน!" กู้ฉีโย่วอุทานด้วยความตกใจ พลางเอามือปิดกระเป๋าเสื้อไว้
"ไม่ได้ทำอะไรค่ะ" น้ำเสียงของเจียงไหลราบเรียบ "ก็แค่ช่วยรักษาชีวิตของพี่เอาไว้ก็เท่านั้นเอง"
กู้ฉีโย่วเพิ่งจะรู้สึกตัวและเงยหน้าขึ้นมองตามแผ่นหลังของเธอที่เดินจากไป “เลิกเล่นกลหลอกคนซะที!"
ณ ตรงหัวมุมโถงทางเดิน เจียงไหลมองดูกู้ฉีโย่วที่พยายามกดปุ่มเรียกลิฟต์ขาลงด้วยความทุลักทุเล
เธอสามารถมองเห็นไอสีดำทมิฬที่อยู่ด้านหลังของเขาค่อย ๆ หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะกลืนกินร่างของเขาเข้าไปอยู่รอมร่อ
หากไม่มียันต์ชิ้นนั้นคุ้มครองละก็ คืนนี้เขาคงไม่มีชีวิตรอดแน่