บทที่ 10 กู้เชียนเหอมีเจตนาฆ่าคุณย่ากู้
"ฉันเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันค่ะว่าจะยากสักแค่ไหน" แววตาของเจียงไหลฉายแววนึกสนุกขึ้นมา
เดิมทีเธอตั้งใจจะไปยื่นเรซูเม่ที่งานเปิดรับสมัครงานของกู้ซื่อกรุ๊ปวันหลัง ทว่านึกไม่ถึงเลยว่ากู้เชียนเหอจะกัดเธอไม่ปล่อยขนาดนี้
ในเมื่อหล่อนอยากหน้าแตกหมอไม่รับเย็บขนาดนั้น ถ้าเธอไม่สนองให้ก็คงเสียดายแย่
เจียงไหลหันไปมองกู้สิงอวิ๋น น้ำเสียงของเธอไม่ได้เป็นการปรึกษาหารือด้วยเลยสักนิด
"พี่ใหญ่ก็น่าจะมีข้อสอบสัมภาษณ์เก่าที่ยังไม่เคยเปิดเผยเก็บไว้ใช่ไหมคะ ฉันจะทำมันตอนนี้เลย ถ้าผลงานของฉันถึงเกณฑ์การรับคนเข้าทำงานตามมาตรฐานปกติของพวกพี่ ก็ให้ฉันเข้าทำงานที่กู้ซื่อกรุ๊ปเถอะค่ะ"
กู้สิงอวิ๋นถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยกับท่าทีของเจียงไหล หลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สั่งให้คนใช้นำข้อสอบสัมภาษณ์สำรองของปีที่แล้วไปสั่งพิมพ์ออกมา
เจียงไหลรับกระดาษที่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่มา วางโทรศัพท์มือถือไว้ด้านข้างแล้วเริ่มลงมือทำข้อสอบ
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง เธอก็ทำข้อสอบทุกข้อจนเสร็จสิ้น หลังจากกวาดสายตาตรวจทานดูภาพรวมรอบหนึ่งแล้ว เธอก็ส่งมันให้กู้สิงอวิ๋น
"ไม่ได้เขียนมั่วใช่ไหม?" กู้สิงอวิ๋นเอ่ยถามอย่างลังเล
ตามปกติแล้วพวกเขากำหนดเวลาให้ผู้เข้าสัมภาษณ์หนึ่งชั่วโมงเต็ม ถึงกระนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ทำไม่ทัน แต่เจียงไหลกลับใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น!
เจียงไหลเอ่ยด้วยท่าทีสบาย ๆ "พี่ใหญ่ดูเองก็รู้ค่ะ"
กู้สิงอวิ๋นเริ่มตรวจคำตอบที่เจียงไหลเขียนลงไปด้วยความกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
วิชาเอกในมหาวิทยาลัยของเธอคือการเงิน ส่วนข้อสอบสัมภาษณ์ที่เขาเอามาให้นี้เป็นข้อสอบที่มาจากแผนกบัญชี
ในคำตอบของคำถามเฉพาะทางทั้งหมด เจียงไหลสามารถทำออกมาได้อย่างไม่มีข้อบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
มุมมองบางอย่างของเธอยังคิดได้ลึกซึ้งกว่าคนในแวดวงที่มีประสบการณ์โชกโชนเสียด้วยซ้ำ!
หากผู้สัมภาษณ์ทั่วไปได้เห็นคำตอบชุดนี้ คงต้องตีฆ้องร้องต้อนรับเธอเข้าบริษัทในตอนนั้นเลย!
เจียงไหลคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของกู้สิงอวิ๋นอยู่ตลอดเวลา จึงไม่พลาดที่จะเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเขา
มุมปากของเธออดไม่ได้ที่จะยกโค้งขึ้น “เป็นยังไงคะ? ฉันเข้าทำงานที่กู้ซื่อกรุ๊ปได้หรือยัง?”
กู้สิงอวิ๋นวางกระดาษข้อสอบลง ราวกับว่าเพิ่งผ่านการตัดสินใจอันยากลำบาก
"ได้"
"เป็นไปไม่ได้!" ซ่งฉินเบิกตากว้าง “เจียงไหลจะเข้าไปทำงานในบริษัทได้ยังไง? เรื่องนี้ถ้าพูดออกไปไม่กลายเป็นเรื่องตลกให้คนเขาหัวเราะเยาะเอาเหรอ?!”
"เรื่องตลกเหรอคะ?"
เจียงไหลจ้องมองซ่งฉินที่ยังคงไม่ยอมรับความจริง อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหึในลำคอออกมาพลางหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าแชตวีแชทไปทางเธอ
"เรื่องลูกสาวตัวปลอมมีเจตนาฆ่าคุณย่ากู้ เรื่องตลกเรื่องนี้ต่างหากล่ะคะที่น่าจะดึงดูดสายตาผู้คนได้มากกว่า!"
หลังจากที่เธอถ่ายภาพบันทึกประวัติการโอนเงินในโทรศัพท์มือถือของหลิวกั๋วหงไว้แล้ว ก็ได้ส่งหมายเลขบัญชีของผู้โอนไปให้เผยจิ่งชวนทันที
และเผยจิ่งชวนก็เพิ่งจะส่งข้อความตอบกลับมาเมื่อสักครู่นี้เอง
คนที่โอนเงินคือนายเซี่ยวเถิง อดีตผู้จัดการส่วนตัวของกู้เชียนเหอ ซึ่งถูกบริษัทเดิมแบนออกจากวงการเนื่องจากมีข่าวอื้อฉาวเรื่องชู้สาวเมื่อหนึ่งปีก่อน
ยังไม่อาจทราบได้ว่าเขาและกู้เชียนเหอยังคงติดต่อกันอยู่หรือไม่ แต่เขาไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับคุณย่ากู้ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับคำสั่งมา
ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาจะต้องมาทำเรื่องเสี่ยงอันตรายแบบนี้
"เธอว่าอะไรนะ?" ซ่งฉินหันขวับมามองเจียงไหลด้วยความงุนงง ชั่วขณะนั้นเธอถึงกับฟังไม่เข้าใจ
กู้เชียนเหอมีเจตนาฆ่าคุณย่ากู้เนี่ยนะ?!
"พี่สาวมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ของคุณย่าค่ะ"
เจียงไหลอธิบายด้วยน้ำเสียงใจเย็น "ฉันไปพบคนขับรถคันที่ก่อเหตุมาแล้ว เขาได้รับคำสั่งจากคนอื่นถึงได้ขับรถส่งของผ่านเส้นทางสายนั้น"
เจียงไหลสบสายตาที่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกและหลบตาไปมาของกู้เชียนเหออย่างเฉียบคม
ในใจรู้ดีว่าเรื่องนี้คงเป็นไปตามที่เธอคิดไว้ไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน
“และคนที่สั่งการเขา ดันเป็นอดีตผู้จัดการส่วนตัวของพี่สาวที่ชื่อเซี่ยวเถิงพอดีเลยค่ะ"
กู้เส้าเชินที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จามาตลอดพลันเงยหน้าขึ้น
"แค่สืบเจออะไรมานิด ๆ หน่อย ๆ ก็เอามาปรักปรำเชียนเหอ เจียงไหล เธอจะอิจฉาริษยาไปถึงไหนกัน!"
จากนั้นเขาก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จ้องมองเจียงไหลจากมุมที่สูงกว่า เงาทะมึนที่ทอดลงมาแทบจะกลืนกินร่างของเธอเข้าไป
"ขอโทษเชียนเหอเดี๋ยวนี้!"
"ข้อมูลนี้เผยจิ่งชวนเป็นคนให้ฉันมาค่ะ ข่าวกรองของตระกูลเผยครอบคลุมไปทั่วประเทศจีน จะสืบหาชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารผิดพลาดได้ยังไงกัน?"
เจียงไหลเอ่ยอย่างสุขุมเยือกเย็น พลางยื่นโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าเขา
กู้เส้าเชินเองก็มีวีแชทของเผยจิ่งชวน เรื่องพรรค์นี้ไม่มีทางที่จะกุเรื่องขึ้นมาต่อหน้าเขาได้อยู่แล้ว!
เจียงไหลจับสังเกตแววตาที่ดูสับสนและขัดแย้งของเขาได้ ก่อนจะหันไปเลิกคิ้วท้าทายกู้เชียนเหอ
"ถ้าพี่สาวบริสุทธิ์ใจจริง ๆ สู้ส่งโทรศัพท์มือถือมาให้ฉันดูหน่อยเป็นไงคะ พอฉันตรวจดูแล้ว ก็จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพี่ได้เอง"
"โทรศัพท์ของฉันหายไปตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้วค่ะ" กู้เชียนเหอก้มหน้าลง นิ้วมือบิดชายเสื้อเข้าหากันแน่น
"จะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
เจียงไหลย้อนถาม พลางแอบร่ายมนตร์เรียกใช้ยันต์ตามหาของที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ
ยังดีที่เธอพกยันต์ที่ใช้บ่อย ๆ ติดตัวไว้สองสามชนิด ไม่อย่างนั้นคงต้องเปลืองแรงมากกว่านี้แน่
ยันต์ตามหาของแปรเปลี่ยนเป็นแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไปนอกหน้าต่าง
สมาชิกในตระกูลกู้ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไปเมื่อเห็นแสงสว่างแวบขึ้นมาตรงบริเวณสระว่ายน้ำที่สวนหน้าบ้าน
เจียงไหลก้าวเท้าเดินไปที่ประตูช้า ๆ ก่อนจะเอียงตัวหันไปมองกู้เชียนเหอที่ยังคงสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"พี่สาวนี่สะเพร่าจริง ๆ เลยน้า โทรศัพท์ตกอยู่ข้างสระว่ายน้ำก็ยังไม่รู้ตัว แต่ว่าตอนนี้หาเจอแล้วค่ะ"
"เมื่อกี้ที่น้องทำนั่นมัน..." กู้เชียนเหอชี้ไปยังจุดที่มีแสงสว่างตะคุ่ม ๆ นั้น
เจียงไหลตอบไม่ตรงคำถาม "หมายถึงตำแหน่งโทรศัพท์มือถือของพี่สาวไงคะ"
"เจียงไหล เธอจะแกล้งทำเป็นเล่นคุณไสยหลอกลวงผู้คนไปถึงไหนกัน!"
นิ้วมือของซ่งฉินที่ชี้มาทางเธออดไม่ได้ที่จะสั่นระริก เธอจ้องมองเจียงไหลด้วยความโกรธจัด
"จะเล่นคุณไสยหลอกลวงผู้คนจริงไหม คุณนายกู้ตามฉันไปดูก็รู้เองค่ะ หรือว่าคุณกำลังกลัวว่าสิ่งที่ฉันพูดจะเป็นเรื่องจริงขึ้นมา?"
เจียงไหลเอียงคอ มุมปากแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
กู้เชียนเหอทำเรื่องสกปรกโสมมไว้ไม่น้อย เธอจะกระชากหน้ากากเปิดโปงเรื่องพวกนี้ออกมาทีละเรื่องเอง
ซ่งฉินใช้แขนข้างหนึ่งโอบไหล่กู้เชียนเหอพลางเอ่ยปลอบประโลมเสียงเบา จากนั้นก็เดินตามเจียงไหลไป "ไปก็ไป!"
เคสโทรศัพท์มือถือของกู้เชียนเหอสั่งทำพิเศษจากแบรนด์ G ตัวเคสฝังเพชรรัสเซียไปกว่าครึ่ง จึงหาได้ไม่ยากภายใต้แสงไฟส่องสว่างริมสระว่ายน้ำ
เจียงไหลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา คว้าลายนิ้วมือของกู้เชียนเหอมากดปลดล็อก และเปิดหน้าต่างวีแชทขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ในกล่องข้อความที่ปักหมุดไว้ด้านบนสุดมีชื่อของเซี่ยวเถิงอยู่ ข้อความล่าสุดที่ทั้งสองคนคุยกันคือรูปภาพใบเสร็จการโอนเงินของธนาคาร ซึ่งจำนวนเงินนั้นตรงกับยอดห้าแสนหยวนพอดีเป๊ะ
ซ่งฉินพลันยืนอึ้งอยู่กับที่
ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีสลับไปมาระหว่างเขียวและขาว ริมฝีปากราวกับถูกกาวติดเอาไว้จนพูดอะไรไม่ออก
เจียงไหลยื่นโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าของเธออย่างใส่ใจ พลางค่อย ๆ อ่านเนื้อหาทั้งหมดบนหน้าจอออกมาแล้วเอ่ยถาม
"คุณนายกู้ คราวนี้คงจะเชื่อแล้วใช่ไหมคะ?"
"ฉัน..." ซ่งฉินไม่เคยรู้สึกลนลานขนาดนี้มาก่อน
แน่นอนว่าเธอเชื่อมั่นในตัวกู้เชียนเหอ แต่หลักฐานที่ชัดเจนทนโท่ขนาดนี้กลับวางอยู่ตรงหน้า
เธอมองกู้เชียนเหอที่กำลังร้องไห้วิ่งไปทางริมสระว่ายน้ำด้วยแววตาสับสนและซับซ้อน
"เรื่องที่ฉันยังติดต่อกับเซี่ยวเถิงอยู่ ไม่ได้บอกให้ทุกคนรู้ล่วงหน้า เป็นความผิดของฉันเองค่ะ!"
กู้เชียนเหอเอ่ยปนเสียงสะอื้น
"ฐานะทางบ้านของเขาไม่ค่อยดี ตอนที่เขาดูแลฉันเมื่อก่อนก็ช่วยฉันไว้ตั้งหลายเรื่อง ฉันใจอ่อนไปชั่ววูบ ก็เลยให้เขายืมเงินไปสองสามงวดค่ะ"
กู้อันชางลูบหลังกู้เชียนเหอเบา ๆ พลางดึงเธอมาหลบไว้ด้านหลัง บดบังสายตาของเจียงไหลไว้จนมิด
"เชียนเหอเป็นคนมีจิตใจเมตตาอยู่แล้ว เรื่องสถานการณ์ทางบ้านของเซี่ยวเถิงพวกเราเองก็พอจะได้ยินมาบ้าง ในเมื่อเรื่องนี้เข้าใจต้นสายปลายเหตุชัดเจนแล้ว ไหลไหล เธอก็อย่าบีบบังคับกันนักเลย"