ตอนที่3
ตอนที่ 3ออกเดินทาง
“องค์หญิง องค์หญิงเพคะ”
เสียงเรียกที่ไม่คุ้นหูปลุกให้ฉู่หว่านหนิงลืมตาตื่น นางหันไปมองคนตรงหน้า ดวงตาพร่ามัวจ้องมองอย่างเหนื่อยล้า ในลำคอแห้งผาก
“น้ำ ขอน้ำหน่อย”
น้ำเสียงแหบแห้งของฉู่หว่านหนิงดังขึ้น
ถ้วยน้ำอุ่นถูกยื่นมาตรงหน้า ฉู่หว่านหนิงยกมือขึ้นรับอย่างรีบร้อนพร้อมกับขยับกายลุกขึ้นนั่ง นางยกถ้วยน้ำอุ่นตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมดอย่างรวดเร็ว
“ขออีก ขออีกหน่อย”
น้ำเสียงนั้นทำให้กู้เหยียนหลินรู้สึกสงสารจับใจ นางรีบรินกาน้ำอุ่นส่งให้องค์หญิงฉู่หว่านหนิงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนขอบเตียงเคียงข้างองค์หญิง ในยามที่องค์หญิงสำลักนางยังช่วยตบหลังให้เบา ๆ อย่างเป็นห่วง รู้สึกสงสารสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้ที่ต้องมาพบเจอกับเรื่องเลวร้ายในต่างแดนเช่นนี้
มาอภิเษกเป็นสนมทว่ากลับมีร่างกายที่ซูบผอม เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ดูขาดแคลนยิ่งนัก มีแต่ชุดเก่า ๆ
นางอยู่ที่นี่คงไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเลยต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้
หลังจากฉู่หว่านหนิงดื่มน้ำอุ่นจนหมดไปหลายถ้วยแล้วก็พลันรู้สึกมีแรงขึ้นมาบ้างเล็กน้อย มือแห้งกร้านยื่นถ้วยเล็กให้กู้เหยียนหลินพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เจ้าเป็นใครหรือ”
กู้เหยียนหลินรีบลุกขึ้นจากเตียงยืนตัวตรงประสานมืออย่างนอบน้อมก้มศีรษะเล็กน้อยท่าทางเก้ ๆ กัง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มบาง
“หม่อมฉันกู้เหยียนหลิน เป็นภรรยาของแม่ทัพมู่หานเซียวเพคะ”
ฉู่หว่านหนิงพยักหน้ารับเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะสงบนิ่งทว่าในใจกลับแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ที่จริงนางพยายามตัดใจตั้งแต่เขาทรยศนางในวันนั้นแล้ว นางคิดว่าตอนนี้จะไม่รู้สึกอะไรแล้วทว่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจกลับเจ็บปวดยิ่งนัก
ฉู่หว่านหนิงมองดูสตรีผู้ไร้เดียงสาตรงหน้า นางดูมีชีวิตชวาใบหน้าเต็มไปด้วยความสดใสดูเหมือนนางเองก็ไม่ได้รู้เรื่องราวของตนเองกับมู่หานเซียว
เขาคงรักนางมากไม่อยากทำให้นางคิดมากจึงไม่ได้บอกเรื่องของพวกเขาให้นางได้รับรู้
“องค์หญิง…”
กู้เหยียนหลินเปล่งเสียงอย่างปลอบโยนเมื่อเห็นสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้านิ่งเงียบ
ฉู่หว่านหนิงเผยรอยยิ้มบางแล้วเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้า ช่างเป็นสตรีที่สง่าผาเผยยิ่งนัก รูปร่างสูงโปร่งราวบุรุษ ไหล่ตั้งตรงดูแข็งแกร่ง ทว่าใบหน้ากลับงดงามเต็มไปด้วยความใสซื่อ ดูแล้วยังอายุน้อยไร้เดียงสายิ่งนัก
ในขณะเดียวกันร่างสูงโปร่งสง่างาม ท่วงท่าน่าเกรงขามก็พลันก้าวย่างเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่ง เขาก้าวมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าฉู่หว่านหนิงแล้วประสานมือโค้งกายอย่างนอบน้อม
“องค์หญิงขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ ภรรยาของกระหม่อมนั้นยังเด็กและหยาบกระด้างนักเกรงว่าจะรบกวนพระองค์แล้ว”
กล่าวจบ มู่หานเซียวก็หันไปทำตาดุใส่กู้เหยียนหลินทีหนึ่ง
“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือให้เจ้าอยู่ดูแลแต่ภายนอก ห้ามเข้ามารบกวนองค์หญิง”
น้ำเสียงตำหนิของมู่หานเซียวดังขึ้น
กู้เหยียนหลินก้มศีรษะเล็กน้อย ดวงตาสดใสแปรเปลี่ยนเป็นระห้อยราวยอมรับความผิดอย่างว่าง่าย
“องค์หญิง เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”
น้ำเสียงหนักแน่นของมู่หานเซียวดังขึ้น
ฉู่หว่านหนิงที่นั่งอยู่บนเตียงพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนตัวตรง แล้วก้าวออกจากห้อง
ด้านนอกเต็มไปด้วยเหล่าทหารอารักขาของต้าซ่ง ยืนเรียงรายล้อมรอบ ด้านหน้ามีขบวนรถม้าหรูหราอยู่ ความหรูหราที่นางแทบจะลืมเลือนไปแล้วในระยะสองปีมานี้
นางถูกกักขังในห้องมืด ในบางวันต้องติดสินบนเหล่านางกำนัลเพื่อจะได้ออกไปทำงานหนักหลายอย่างเพื่อแลกกับข้าวดี ๆ สักมือเพื่อประทังชีวิต ความรุ่งโรจน์ในสถานะองค์หญิงนั้นนางแทบไม่เหลือเค้ารางใด ๆ อีก
ฉู่หว่านหนิงยืนนิ่งครู่หนึ่ง ด้วยความไม่ตั้งใจพลันหันกลับมองด้านหลัง
ภาพของทั้งสองคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกันช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก ทั้งสองดูเหมาะสมกันมากจริง ๆ แม้จะปล่อยวางแล้วทว่าในส่วนลึกกลับยังคงเจ็บอยู่
ฉู่หว่านหนิงพลันรู้สึกแสบปลายจมูกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ นางรีบหันกลับมา พยายามข่มบางอย่างในใจ แล้วก้าวตรงไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยท่าทางที่สงบนิ่งที่สุด
ไม่นานรถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปจากเผ่าเทียนหลาง สายลมเย็นพัดต้องผ้าม่านให้ปลิวไหวเบา ๆ
ฉู่หว่านหนิงนั่งนิ่งอยู่ในรถม้าหรูหรา ดวงตาเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าอย่างไม่ได้ใส่ใจทว่ากลับสบเข้ากับเงาร่างหนึ่ง
“องค์หญิง องค์หญิงเพคะ”
น้ำเสียงสดใสนั้นก็คือ กู้เหยียนหลิน ที่กำลังขี่ม้าอยู่ข้าง ๆ กับรถม้าของนาง เพียงชั่วพริบตาร่างสูงโปร่งบอบบางในชุดเกาะก็กระโดดขึ้นมาในรถม้าของนาง
กู้เหยียนหลินก้าวเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าร่าเริง นางรู้สึกว่าสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้านั้นดูโศกเศร้าเกินไปคงเจอเรื่องทุกข์ใจมาไม่น้อย
“องค์หญิง อากาศหนาวนักข้านำผ้ารองเตาพิงมาให้ท่าน เพื่อท่านจะได้รับไออุ่นเต็มที่จากเตาเพคะ”
น้ำเสียงอ่อนโยนของกู้เหยียนหลินดังขึ้นพร้อมกับหยิบผ้ารองเตาพิงออกมาจากอกเสื้อ ดวงตาของนางเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยเย็บชัดเจน ใบหน้างดงามนั้นก็พลันยิ้มเขินอายขึ้นมาทันที นางหันไปยกเตาพิงที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ขึ้นมาใส่ไว้ในผ้ารองนั้นอย่างเก้ ๆ กัง
…
