ตอนที่2
ในตอนนั้น ฮ่องเต้เลือกฉู่หว่านหนิงเป็นองค์หญิงที่ต้องไปอภิเษกสมรสต่างดินแดน เดิมทีนางก็ไม่เป็นทีโปรดปรานอยู่แล้ว ไม่มีมารดาเติบโตมากับแม่นมที่เป็นนางกำนัลเก่าของมารดา
ตระกูลฝั่งมารดาก็ทำเหมือนนางไม่มีตัวตนใด ๆ นางจึงไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ตอนนั้น เมื่อมู่หานเซียวรู้ว่านางจะต้องอภิเษกไปต่างแดน เขารีบเข้าวังมาคุกเข่าขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อขอประทานสมรสกับองค์หญิงหว่านหนิงทันที
สายลมยามค่ำคืนที่เย็นยะเยือกพัดลอดช่องหน้าต่างตำหนักองค์หญิงเก้าเข้ามาต้องสองร่างที่กำลังโอบกอดกันแนบแน่นอยู่บนเตียงกว้าง
ทว่าความหนาวเย็นของสายลมมิอาจสู้ความอบอุ่นของทั้งสองที่มีต่อกันได้
ฉู่หว่านหนิงซบลงบนอกกว้างของมู่หานเซียว น้ำตาใส ๆ ไหลอาบแก้ม ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจในโชคชะตาของตน เกิดมาเป็นองค์หญิง ก็ไม่เป็นที่โปรดปราน บัดนี้ยังถูกส่งไปอภิเษกกับเผ่าเถื่อนในทุ่งหญ้าอีก
นางทั้งรู้สึกเสียใจ น้อยใจ ทุกข์ใจ และอาลัยคนที่นางรักสุดหัวใจยิ่งนัก
น้ำเสียงสะอึกสะอื้นดังแผ่วเบาอยู่ในอ้อมอกของมู่หานเซียว มือใหญ่โอบร่างบอบบางแน่นขึ้น ราวกับกำลังปลอบโยนใจนาง
“อันหนิง เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะไปขอประทานสมรสให้เรา แม้ต้องแลกด้วยตราพยัคฆ์ข้าก็ไม่เสียดาย เจ้าวางใจเถิด”
น้ำเสียงของมู่หานเซียวดังขึ้นข้างหูนาง หนักแน่น มั่นคง และเต็มไปด้วยคำสัญญาที่ชัดเจน
ฉู่หว่านหนิงหลับตาลงด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและตื้นตัน สองมือเรียวเล็กโอบกอดเขาแน่นอย่างเป็นสุข นางเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ ชาตินี้มีเขาช่างเป็นความโชคดีของนางยิ่งนัก
มู่หานเซียวก้มลงเล็กน้อย แล้วยกมือขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาใส ๆ ที่ไหลอาบแก้มนวลของนางออกอย่างแผ่วเบาราวกับนางคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของเขา
“อันหนิง อย่าร้องเลยนะ”
น้ำเสียงของมู่หานเซียวเต็มไปด้วยการปลอบโยน ดวงตาคมจ้องใบหน้างดงามที่กำลังซบอยู่กับแผงอกเขาไม่วางตา มือใหญ่เลื่อนลงไปประคองคางนางให้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ดวงตากลมใสนั้น ราวไข่มุกสะกดจิตใจ ริมฝีปากราวลูกท้อสุกสีแดงระเรื่อดึงดูดสายตายิ่งนักจนไม่อาจห้ามใจไม่ให้ลิ้มลองได้ ใบหน้าคมก้มลงประทับริมฝีปากจูบปลอบโยนนางอย่างอ่อนโยน
ฉู่หว่านหนิงค่อย ๆ หลับตาลงรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ ดวงใจของนางเต็มไปด้วยความสุข ชีวิตที่มีเขาช่างดีเหลือเกิน
แสงตะเกียงสลัวสาดส่องสองเรือนร่างที่กำลังแนบชิดกันด้วยความรักที่หวานชื่น อยู่บนเตียงใหญ่
ยามเช้า…
ตำหนักองค์หญิงเก้า
ภายในห้องที่เงียบสงบ กลิ่นเครื่องหอมหอมอบอวล ฉู่หว่านหนิงนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง มือเรียวเล็กกำลังปักลายกระต่ายน้อยบนถุงหอมอย่างตั้งใจ
ในหัวใจเต็มไปด้วยความเบิกบาน เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับมู่หานเซียน ความสุขที่เขามอบให้อบอุ่นยิ่งนัก รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามของฉู่หว่านหนิงอย่างไม่รู้ตัว
“องค์หญิง! องค์หญิงเพคะ!”
เสียงร้อนรนของนางกำนัลคนสนิทซู่ซู่ดังขึ้น พร้อมกับร่างบอบบางที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน
ฉู่หว่านหนิงชะงักมือเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มบางมองนางกำนัลคนสนิท ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“มีอะไรหรือซู่ซู่”
นางรู้ดีว่านางกำนัลคงไปเจอเรื่องลำบากมาอีกเป็นแน่ เพราะนางเป็นองค์หญิงที่ไม่เป็นที่โปรดปราน เหล่านางกำนัลและขันทีที่มีระดับหน่อยก็มักจะรังแกนางทางอ้อม เช่น ส่งผ้าไหมที่ไม่ได้คุณภาพมาให้ อาหารที่ไม่อร่อยและไม่ครบตามรายการ แอบหยิบเครื่องประดับที่ได้รับจากนางสนมของฮ่องเต้ เรื่องเล็กน้อยพวกนี้นางชินชาไปแล้ว
นางกำนัลซู่ซู่ก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าตึงเครียดก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“แม่ทัพมู่ แม่ทัพมู่ได้รับราชโองการสมรสจากฝ่าบาทแล้วเพคะ…”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่หว่านหนิงก็พลันชะงักมือ ดวงตาเป็นประกาย รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นอย่างดีใจใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความดีใจ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับอยู่ได้ไม่นานก็พลันมลายหายไปจนสิ้น
“แต่ว่า… คนที่ท่านแม่ทัพมู่ขอคือ กู้เหยียนหลิน บุตรสาวแม่ทัพกู้เพคะ…”
น้ำเสียงของซู่ซู่แผ่วเบาและสั่นเล็กน้อย ราวเกรงว่าคำพูดนี้หากดังกว่านี้อาจกลายเป็นคมดาบที่ทิ่มแทงใจของสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าได้
ฉู่หว่านหนิงราวกับถูกฟ้าผ่ากลางใจ ร่างทั้งร่างแข็งทื่อ ในใจเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดกันที่น้ำตาของนางไหลรินออกมานองใบหน้าแล้ว
“องค์หญิง…”
ซู่ซู่เปล่งเสียงออกมาอย่างปลอบโยน นางอดสงสารองค์หญิงผู้อาภัพของตนไม่ได้ ในคราแรกนางก็พลันคิดไปว่าแม่ทัพมู่นั้นจะเป็นผู้ที่จะมอบความสุขให้องค์หญิงของนาง ทว่าเขากลับทรยศนางเช่นนี้ได้
….
