
บทย่อ
นางถูกเขาทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ต้องอุ้มท้องลูกของเขาไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเผ่าเถื่อนอย่างไม่เต็มใจ นางถูกทรมานจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดและสูญเสียลูกไปตลอดกาล ทว่าในวันที่นางถูกเรียกตัวกลับบ้าน เป็นเขาแม่ทัพใจร้ายที่ทอดทิ้งนางไปเดินทางมารับนางด้วยตัวเอง และยังพาภรรยาของเขาที่รักสุดดวงใจมาเหยียบย่ำแผลในใจของนางจนแตกสลาย ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่านางนั้นมิอาจกลับไปเหยียบเมืองหลวงได้อีกแล้ว แต่เมื่อนางสิ้นใจลงแล้วเขากลับไม่ยอมปล่อยนางไปง่าย ๆ ตามนางขึ้นมารับรู้ความเจ็บปวดนั้นอีกเพียงเพราะคำว่า ข้าผิดไปแล้ว
ตอนที่1
ตอนที่ 1
แสงตะวันสาดส่องเข้ามาในตำหนักเก่า ๆ ปลุกให้ฉู่หว่านหนิงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น ดวงตานางพร่ามัวเพราะแสงแดดอ่อนเล็กน้อย
เมื่อสติกลับคืนมาความปวดร้าวก็พลันแล่นพล่านไปทั่วกาย มือเรียวเล็กที่แห้งแตกจากการทำงานหนักค่อย ๆ ยันกายผอมแห้งของนางให้ลุกขึ้นจากผืนผ้าบาง ๆ ที่นางใช้ปูบนพื้นเย็นเฉียบ
“พระสนม! มีราชโองการมาพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงของขันทีผู้หนึ่งดังขึ้นนอกประตูห้อง
ฉู่หว่านหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย มือแห้งหยาบของนางยกขึ้นกุมท้องไว้เพราะความหิว สองวันมานี้นางยังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้นางหิวมากจนแทบยืนไม่ไหว
ร่างกายผอมแห้งในอาภรณ์สีเรียบมีร่องรอยของการเย็บปะเล็กน้อย ค่อย ๆ รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเดินโซเซตรงไปรินน้ำเย็น ๆ ในกาดื่มอย่างหิวกระหาย ดื่มจนน้ำในกาหมดแล้วถึงได้มีเรี่ยวแรงขึ้นมาเล็กน้อย
“พระสนม…”
เสียงด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง
ฉู่หว่านหนิงเดินโซเซไปเปิดประตูออกช้า ๆ แสงแดดสาดเข้ามาทำให้ดวงตาเหนื่อยล้าของนางพร่ามัวเล็กน้อย
ขันทีผู้หนึ่งยืนอ่านราชโองการอยู่เบื้องหน้านางทว่านางกลับไม่ได้สนใจเขาเลย ดวงตาเหนื่อยล้านั้นเพียงมองตรงไปยังบุรุษในชุดเกาะเหล็กที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเหล่าทหารที่ยืนเรียงแถวยาวเหยียดนั้น
ราชโองการจากฮ่องเต้ต้าซ่ง
องค์หญิงฉู่หว่านหนิงผู้เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม มีจิตใจที่ดีงาม ยอมอภิเษกมายังเผ่าเทียนหลาง เพื่อสงบศึกของชายแดน บัดนี้หัวหน้าเผ่าเทียนหลางสิ้นแล้ว ฝ่าบาทจึงมีพระประสงค์ให้องค์หญิงหว่านหนิงกลับเมืองหลวงทันที
จบราชโองการ
“องค์หญิงรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีผู้นั้นอ่านจบก็ยื่นราชโองการสีทองให้ฉู่หว่านหนิง
ฉู่หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย รับราชโองการอย่างนิ่ง ๆ ใบหน้าสงบนิ่ง จากนั้นขันทีผู้นั้นก็โบกมือเล็กน้อยเป็นสัญญาณ
มู่หานเซียวลุกขึ้นยืนรับสุราที่ฮ่องเต้ทรงประทานมาให้องค์หญิงหว่านหนิง เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าแวบหนึ่งก่อนจะยื่นให้อย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“สุรามงคลต้อนรับกลับบ้านพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง”
ฉู่หว่านหนิงยืนขึ้น แล้วมองใบหน้าคมคายตรงหน้า มุมปากกระตุกยิ้มแวบหนึ่ง เขายังคงดูสง่างามน่าเกรงขามเช่นเดิมทว่าในยามนี้นางกลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจในยามที่เห็นใบหน้านี้อีกแล้ว
มู่หานเซียวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเขามองเห็นใบหน้าตรงหน้าชัดเจน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยเหนื่อยล้า ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้กลับมีร่องรอยของความแห้งกร้านและหมองคล้ำ แถมยังมีรอยแผลเป็นจาง ๆ อยู่ข้างแก้ม ริมฝีปากซีดเผือดของนางยังมีรอยแตกจากการขาดน้ำรอยเลือดแห้ง ๆ ริมฝีปากนั้นกลับทำให้หัวใจของเขาบีบรัด
ฉู่หว่านหนิงยื่นมือแห้งกร้านของนางไปรับจอกสุราอุ่น ๆ มา ในแววตานางมีความโศกเศร้าวูบหนึ่ง ทว่ากลับไม่มีใครสังเกตเห็น นางยกจอกสุรานั้นขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด รสสุราอุ่นร้อนนั้นไหลลงสู่ร่างกายที่ผายผอมทว่าในใจกลับเหน็บหนาว
นางเป็นองค์หญิงต้องคำสาป ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดานั้นไม่เคยโปรดปรานแล้วจะให้นางกลับไปได้เช่นไร แต่ก็ช่างเถิดถือว่ากลับไปฝังร่างที่บ้านเกิด
ฉู่หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นมองมู่หานเซียวเล็กน้อย ร่างกายที่หิวจนไม่อาจทนไหวอีก มือแห้งกร้านของนางสั่นเล็กน้อยรับรู้ถึงความไร้เรี่ยวแรง ขาทั้งสองข้างทรุดฮวบลงทันที
“อันหนิง! อันหนิง!”
นางที่เหมือนจะไม่ค่อยมีสติกลับได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยนั้นอีกครั้ง
อันหนิง คือชื่อเล่นของนางที่มีเพียง มารดาและคนรักของนางที่เรียกชื่อนี้เท่านั้น
แต่เดิมนางกับมู่หานเซียวเป็นคนรักกัน นางกับเขาได้พบกันที่งานเลี้ยงชมดอกไม้ของซูกุ้ยเฟย เขารูปร่างสูงโปร่ง สง่างาม ท่วงท่าน่าเกรงขาม เป็นแม่ทัพหนุ่มมากความสามารถ
หลังจากพบกันในครานั้นมู่หานเซียวก็มักจะมาพบนางอย่างบังเอิญ เขาราวกับรู้ทุกที่ที่นางจะไป คอยปรากฏตัวอยู่ต่อหน้านางเสมอ ต่อมาไม่นานเขาก็สารภาพรักกับนาง นางจำได้ตอนนั้นท่าทางของเขาช่างน่ารักเหลือเกินจนหัวใจของนางก็เต้นรัวเช่นกัน
ทั้งสองสานสัมพันธ์กันอยู่สามปี ทว่ากลับมีข่าวว่าเผ่าเถื่อนเทียนหลางต้องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์
…..
