บท
ตั้งค่า

ตอนที่1

ตอนที่ 1

แสงตะวันสาดส่องเข้ามาในตำหนักเก่า ๆ ปลุกให้ฉู่หว่านหนิงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น ดวงตานางพร่ามัวเพราะแสงแดดอ่อนเล็กน้อย

เมื่อสติกลับคืนมาความปวดร้าวก็พลันแล่นพล่านไปทั่วกาย มือเรียวเล็กที่แห้งแตกจากการทำงานหนักค่อย ๆ ยันกายผอมแห้งของนางให้ลุกขึ้นจากผืนผ้าบาง ๆ ที่นางใช้ปูบนพื้นเย็นเฉียบ

“พระสนม! มีราชโองการมาพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงของขันทีผู้หนึ่งดังขึ้นนอกประตูห้อง

ฉู่หว่านหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย มือแห้งหยาบของนางยกขึ้นกุมท้องไว้เพราะความหิว สองวันมานี้นางยังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้นางหิวมากจนแทบยืนไม่ไหว

ร่างกายผอมแห้งในอาภรณ์สีเรียบมีร่องรอยของการเย็บปะเล็กน้อย ค่อย ๆ รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเดินโซเซตรงไปรินน้ำเย็น ๆ ในกาดื่มอย่างหิวกระหาย ดื่มจนน้ำในกาหมดแล้วถึงได้มีเรี่ยวแรงขึ้นมาเล็กน้อย

“พระสนม…”

เสียงด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง

ฉู่หว่านหนิงเดินโซเซไปเปิดประตูออกช้า ๆ แสงแดดสาดเข้ามาทำให้ดวงตาเหนื่อยล้าของนางพร่ามัวเล็กน้อย

ขันทีผู้หนึ่งยืนอ่านราชโองการอยู่เบื้องหน้านางทว่านางกลับไม่ได้สนใจเขาเลย ดวงตาเหนื่อยล้านั้นเพียงมองตรงไปยังบุรุษในชุดเกาะเหล็กที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเหล่าทหารที่ยืนเรียงแถวยาวเหยียดนั้น

ราชโองการจากฮ่องเต้ต้าซ่ง

องค์หญิงฉู่หว่านหนิงผู้เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม มีจิตใจที่ดีงาม ยอมอภิเษกมายังเผ่าเทียนหลาง เพื่อสงบศึกของชายแดน บัดนี้หัวหน้าเผ่าเทียนหลางสิ้นแล้ว ฝ่าบาทจึงมีพระประสงค์ให้องค์หญิงหว่านหนิงกลับเมืองหลวงทันที

จบราชโองการ

“องค์หญิงรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”

ขันทีผู้นั้นอ่านจบก็ยื่นราชโองการสีทองให้ฉู่หว่านหนิง

ฉู่หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย รับราชโองการอย่างนิ่ง ๆ ใบหน้าสงบนิ่ง จากนั้นขันทีผู้นั้นก็โบกมือเล็กน้อยเป็นสัญญาณ

มู่หานเซียวลุกขึ้นยืนรับสุราที่ฮ่องเต้ทรงประทานมาให้องค์หญิงหว่านหนิง เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าแวบหนึ่งก่อนจะยื่นให้อย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

“สุรามงคลต้อนรับกลับบ้านพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง”

ฉู่หว่านหนิงยืนขึ้น แล้วมองใบหน้าคมคายตรงหน้า มุมปากกระตุกยิ้มแวบหนึ่ง เขายังคงดูสง่างามน่าเกรงขามเช่นเดิมทว่าในยามนี้นางกลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจในยามที่เห็นใบหน้านี้อีกแล้ว

มู่หานเซียวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเขามองเห็นใบหน้าตรงหน้าชัดเจน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยเหนื่อยล้า ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้กลับมีร่องรอยของความแห้งกร้านและหมองคล้ำ แถมยังมีรอยแผลเป็นจาง ๆ อยู่ข้างแก้ม ริมฝีปากซีดเผือดของนางยังมีรอยแตกจากการขาดน้ำรอยเลือดแห้ง ๆ ริมฝีปากนั้นกลับทำให้หัวใจของเขาบีบรัด

ฉู่หว่านหนิงยื่นมือแห้งกร้านของนางไปรับจอกสุราอุ่น ๆ มา ในแววตานางมีความโศกเศร้าวูบหนึ่ง ทว่ากลับไม่มีใครสังเกตเห็น นางยกจอกสุรานั้นขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด รสสุราอุ่นร้อนนั้นไหลลงสู่ร่างกายที่ผายผอมทว่าในใจกลับเหน็บหนาว

นางเป็นองค์หญิงต้องคำสาป ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดานั้นไม่เคยโปรดปรานแล้วจะให้นางกลับไปได้เช่นไร แต่ก็ช่างเถิดถือว่ากลับไปฝังร่างที่บ้านเกิด

ฉู่หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นมองมู่หานเซียวเล็กน้อย ร่างกายที่หิวจนไม่อาจทนไหวอีก มือแห้งกร้านของนางสั่นเล็กน้อยรับรู้ถึงความไร้เรี่ยวแรง ขาทั้งสองข้างทรุดฮวบลงทันที

“อันหนิง! อันหนิง!”

นางที่เหมือนจะไม่ค่อยมีสติกลับได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยนั้นอีกครั้ง

อันหนิง คือชื่อเล่นของนางที่มีเพียง มารดาและคนรักของนางที่เรียกชื่อนี้เท่านั้น

แต่เดิมนางกับมู่หานเซียวเป็นคนรักกัน นางกับเขาได้พบกันที่งานเลี้ยงชมดอกไม้ของซูกุ้ยเฟย เขารูปร่างสูงโปร่ง สง่างาม ท่วงท่าน่าเกรงขาม เป็นแม่ทัพหนุ่มมากความสามารถ

หลังจากพบกันในครานั้นมู่หานเซียวก็มักจะมาพบนางอย่างบังเอิญ เขาราวกับรู้ทุกที่ที่นางจะไป คอยปรากฏตัวอยู่ต่อหน้านางเสมอ ต่อมาไม่นานเขาก็สารภาพรักกับนาง นางจำได้ตอนนั้นท่าทางของเขาช่างน่ารักเหลือเกินจนหัวใจของนางก็เต้นรัวเช่นกัน

ทั้งสองสานสัมพันธ์กันอยู่สามปี ทว่ากลับมีข่าวว่าเผ่าเถื่อนเทียนหลางต้องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์

…..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel