บทที่ 5 : เครื่องประดับที่มีชีวิต
บทที่ 5 : เครื่องประดับที่มีชีวิต
19.00 น. ณ โรงแรมหรูระดับ 6 ดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา
แสงแฟลชวูบวาบจากกองทัพนักข่าวสาดส่องไปทั่วบริเวณพรมแดง เมื่อรถลีมูซีนคันยาวสีดำสนิทแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า ประตูรถถูกเปิดออกโดยพนักงานโรงแรม เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของ 'สงคราม' ในชุดทักซิโด้สีดำกำมะหยี่ที่ดูหรูหราและทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงนั้นเรียกเสียงฮือฮาและเสียงชัตเตอร์ได้เกรียวกราว
แต่วินาทีที่เขาหันกลับไปยื่นมือให้สุภาพสตรีในรถ... ทุกเสียงรอบข้างกลับเงียบกริบราวกับถูกมนต์สะกด
'เจ้าขา' ก้าวลงจากรถอย่างประหม่า มือเล็กสั่นน้อยๆ ขณะวางลงบนฝ่ามือหนาที่มั่นคงของชายหนุ่ม
วันนี้เธอสวย... สวยจนสงครามเองยังเผลอลืมหายใจตอนเห็นเธอเดินลงบันไดบ้าน
ชุดราตรีสีแดงไวน์ (Burgundy) ขับผิวขาวจัดให้ดูผ่องอำไพดุจไข่มุก ดีไซน์ด้านหน้าดูเรียบหรูมิดชิดคอปีนแขนกุด แต่หารู้ไม่ว่า... ด้านหลังนั้นเว้าลึกจนเกือบถึงบั้นเอว เผยแผ่นหลังเนียนละเอียดที่ชวนให้คนมองจินตนาการเตลิด
"เดินดีๆ อย่าสะดุดชายกระโปรง"
เสียงทุ้มกระซิบเตือนข้างหู ขณะที่เขาดึงมือเธอให้มาคล้องที่แขนแกร่ง วงแขนอุ่นๆ ช่วยลดทอนความประหม่าของเจ้าขาไปได้โข
"คนมองเต็มเลยค่ะอาคราม... หนูทำตัวไม่ถูก" เจ้าขาก้มหน้างุด แก้มใสแดงปลั่งแข่งกับสีชุด
"เชิดหน้าขึ้น" สงครามสั่งเสียงเรียบ "เธอเป็นคนในปกครองของฉัน อย่าเดินก้มหน้าให้เสียชื่อ"
เจ้าขารีบยืดตัวตรงตามคำสั่ง ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ทรวดทรงองค์เอวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเข้ารูปปรากฏชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่ดูจะ 'เกินตัว' ไปหน่อยสำหรับเด็กวัยยี่สิบ
สายตาของผู้ชายในงานแทบทุกคู่พุ่งเป้ามาที่เธอ... บ้างก็มองด้วยความชื่นชม บ้างก็มองด้วยสายตาโลมเลียที่ปิดไม่มิด
สงครามสัมผัสได้ถึงสายตาเหล่านั้น... และมันทำให้คิ้วเข้มของเขากระตุก
มือหนาที่เคยปล่อยแนบลำตัว ค่อยๆ เลื่อนไปโอบรอบเอวคอดกิ่วของหญิงสาว แล้วเลื่อนต่ำลงไปวางทาบทับบน แผ่นหลังเปลือยเปล่า อย่างถือวิสาสะ
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือใหญ่บนผิวเนื้อเย็นเฉียบ ทำเอาเจ้าขาสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"อะ... อาคราม?"
"อยู่นิ่งๆ" เขาพูดโดยไม่หันมามอง สายตายังคงมองตรงไปข้างหน้า แต่ฝ่ามือนั้นกลับลูบไล้แผ่นหลังเธอเบาๆ ราวกับจะเช็ดรอยสายตาคนอื่นออก
"ใครมองมา... ก็จ้องมันกลับไป อย่าให้มันข่มเราได้"
ปากสอนให้สู้คน... แต่การกระทำคือการกางปีกปกป้องจนมิด
. .
ภายในงานเลี้ยง
บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ และเสียงพูดคุยธุรกิจ สงครามพาเจ้าขาเดินทักทายผู้ใหญ่สองสามคน ก่อนจะพาเธอไปหลบมุมที่โซนวีไอพี เพราะเขาเริ่มหงุดหงิดกับสายตาที่มองมา
"รออยู่นี่ ห้ามไปไหน ฉันจะไปคุยธุระกับท่านทูตเดี๋ยวเดียว"
"ค่ะ" เจ้าขารับคำอย่างว่าง่าย
แต่ทันทีที่หลังไวๆ ของสงครามหายไปในฝูงชน... แมลงภู่ก็บินเข้ามาทันที
"สวัสดีครับคนสวย"
ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทสีขาว (ลูกชายนักการเมืองชื่อดัง) เดินถือแก้วแชมเปญเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"มาคนเดียวเหรอครับ? ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนไหม?"
"เอ่อ... คือหนูมากับ..."
"มากับคุณอาสงครามใช่ไหมครับ? รายนั้นเขาคุยธุรกิจยาวแน่ๆ เบื่อแย่เลย... ไปเดินเล่นที่ระเบียงกับพี่ไหมครับ? ลมเย็นๆ วิวสวยนะ"
ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ชนกัน สายตาก้มลงมองเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นชุดออกมาเล็กน้อยอย่างจาบจ้วง เจ้าขาขยับถอยหนีด้วยความอึดอัด พยายามมองหาตัวช่วย
"ขอโทษนะครับ"
เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงดึงมหาศาลที่กระชากร่างของเจ้าขาให้ปลิวไปปะทะอกแกร่ง
สงครามมายืนซ้อนหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้... แต่ใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบนิ่งจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องมองหนุ่มเจ้าสำราญตรงหน้าราวกับจะฉีกเนื้อกิน
"คะ... คุณคราม สวัสดีครับ!" ชายหนุ่มหน้าซีดเผือด รีบยกมือไหว้
"ระเบียงที่นี่ลมมันแรง..." สงครามเอ่ยเสียงเรียบ มือข้างหนึ่งโอบเอวเจ้าขาไว้แน่นจนแทบจะจมหายไปในตัวเขา "ระวังจะพลัดตกลงไป... คอหักตายนะครับ"
คำขู่ที่มาในรูปแบบความหวังดี ทำเอาคู่กรณีขนลุกเกรียว รีบขอตัวเดินหนีหายไปในกลีบเมฆทันที
เจ้าขาเงยหน้ามองคนตัวโตที่ยังกอดเธอไม่ปล่อย หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะอีกครั้ง
"ขะ... ขอบคุณค่ะ"
สงครามก้มลงมองเด็กในอ้อมแขน ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดหน้าผากมน
"บอกแล้วใช่ไหมว่าให้รอ..."
"หนูรอนะคะ! เขาเข้ามาเอง"
"ก็เพราะเธอมัน..." สงครามกลืนคำด่าลงคอ กวาดสายตามองชุดเว้าหลังเจ้าปัญหา แล้วกัดฟันกรอด "ทีหลังฉันจะสั่งเผาไอ้ร้านเสื้อร้านนี้... ตัดชุดประสาอะไร เปลืองเนื้อตัวชิบหาย"
เขาถอดเสื้อสูททักซิโด้ตัวนอกออก แล้วคลุมไหล่ให้เธออย่างลวกๆ ปิดบังผิวขาวๆ และส่วนเว้าส่วนโค้งให้พ้นจากสายตาชาวโลก
"กลับ"
"คะ? แต่เพิ่งมาถึงเองนะคะ งานยังไม่เริ่ม..."
"ฉันบอกให้กลับก็คือกลับ!"
สงครามตัดบทเสียงเข้ม คว้าข้อมือเธอให้เดินตามออกไปทางประตูหลังทันที โดยไม่สนสายตางงงวยของแขกเหรื่อ
...ใครจะสนงานเลี้ยงบ้าบอนี่ ตอนนี้เขาอยากจะพาแม่ตัวดีกลับไป 'ลงโทษ' ที่บ้าน ข้อหาที่ทำให้เขาหึงจนสติแตกขนาดนี้!
