บทที่ 6 : บทเรียนในห้องปิดตาย
บทที่ 6 : บทเรียนในห้องปิดตาย
รถลีมูซีนแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์ บรรยากาศภายในรถตลอดการเดินทางนั้นเย็นยะเยือกเสียจนคนขับรถยังไม่กล้าหายใจแรง
ทันทีที่รถจอด 'สงคราม' ก็เปิดประตูลงจากรถแล้วเดินอ้อมมากระชากประตูฝั่ง 'เจ้าขา' ออกอย่างแรง มือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือเล็ก (ข้างเดิมที่เขาเคยบีบ) แล้วออกแรงดึงให้เดินตามเข้าไปในบ้านโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"โอ๊ย! อาคราม... หนูเจ็บนะ เดินช้าๆ หน่อยค่ะ!"
เจ้าขาพยายามร้องท้วง ขาเล็กๆ ก้าวตามขายาวๆ ของเขาแทบไม่ทัน จนรองเท้าส้นสูงราคาแพงพลิกไปมา แต่สงครามไม่สน เขาไม่แม้แต่จะหันมามอง ลากถูเธอผ่านห้องโถง ผ่านบันไดวน ตรงดิ่งไปยังเป้าหมายเดียว... ห้องนอนของเขา
ปัง!
เสียงประตูไม้สักบานหนาถูกปิดลงและล็อคกลอนอย่างแน่นหนา ร่างเล็กของเจ้าขาถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์อย่างไม่ปรานี
ฟูกนุ่มยุบยวบยาบตามแรงกระแทก เจ้าขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อสูทตัวใหญ่ของเขาที่คลุมไหล่มาหลุดลุ่ยลงไปกองที่เอว เผยให้เห็นเนินอกขาวสล้างและไหล่เนียนที่กำลังสั่นระริกด้วยความกลัว
สงครามยืนค้ำหัวเธออยู่ปลายเตียง เขาปลดเนกไทรูดออกจากคอแล้วเหวี่ยงทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวทีละเม็ด... ทีละเม็ด... ด้วยแววตาวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่า
"อะ... อาครามจะทำอะไรคะ?" เจ้าขาถามเสียงสั่น ถอยหลังกรูดไปจนชิดหัวเตียง
"ถามแปลก..." สงครามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและน่าขนลุก "พาเข้าห้องมาขนาดนี้ คิดว่าฉันจะพามาสวดมนต์หรือไง?"
เขาก้าวขึ้นมาบนเตียง คลานเข่าเข้าหาเธอช้าๆ เหมือนเสือที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม รังสีคุกคามแผ่ซ่านจนเจ้าขาหายใจไม่ออก
"หนูทำอะไรผิด... ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย" น้ำตาเม็ดโตเริ่มร่วงเผาะ
"ยังไม่รู้ตัวอีก?"
สงครามตะคอกเสียงดังจนร่างเล็กสะดุ้ง เขาพุ่งเข้าไปรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะ แล้วกดลงกับหมอนนุ่ม โน้มตัวลงไปทาบทับจนร่างบางจมหายไปใต้ร่างแกร่ง
"ไปยิ้มให้มันทำไม!?" เขาตะคอกใส่หน้าเธอ "ไปยืนให้มันแทะโลมทำไม! สนุกนักเหรอที่เห็นผู้ชายมองตัวเองด้วยสายตาแบบนั้นน่ะ!"
"หนูเปล่า! หนูแค่รอมารยาท..."
"มารยาทบ้านป้าเธอสิ ยืนคุยกับผู้ชายแปลกหน้าในที่ลับตาคน!"
ความหึงหวงบังตาจนสติขาดผึง สงครามกวาดสายตามองชุดราตรีสีแดงไวน์ที่เขาเกลียดนักเกลียดหนา ยิ่งตอนนี้ท่อนบนของมันรัดรึงหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ยิ่งทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน
"ชอบโชว์นักใช่ไหม... ผิวขาวๆ เนี่ย"
มือหนาปล่อยข้อมือเธอข้างหนึ่ง แล้วเลื่อนลงมากระชากเกาะอกชุดราตรีอย่างแรงจนได้ยินเสียงด้ายฉีกขาด
แควก!!
"กรี๊ดดด! อาคราม! อย่า!"
เจ้าขากรีดร้องลั่น พยายามดิ้นหนีสุดชีวิต แต่มืออีกข้างยังถูกตรึงไว้แน่น ชุดสวยหลุดรุ่ยลงมาเผยให้เห็นบราลูกไม้สีดำตัวจิ๋วที่ปิดอะไรแทบไม่มิด กับผิวเนื้อขาวจัดที่ตอนนี้แดงเถือกเพราะแรงอารมณ์ของเขา
"ซ่อนรูปดีนี่..."
สงครามแสยะยิ้มมุมปาก สายตาโลมเลียไปทั่วเรือนร่างที่ปรากฏแก่สายตา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่รุนแรงจนปวดหนึบที่กลางกาย
เขาโน้มหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอขาวทันที ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีแต่ความดิบเถื่อนที่ต้องการจะตีตราจอง ลิ้นร้อนลากไล้เลียสลับกับขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนขึ้นรอยช้ำสีกุหลาบ
"อื้อออ... เจ็บ... อาคราม... ฮึก... อย่าทำหนู..."
เจ้าขาร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามใช้มือข้างที่เป็นอิสระผลักไสไหล่กว้าง แต่มันกลับดูเหมือนมดที่พยายามผลักภูเขา
"เจ็บสิดี..." สงครามเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แววตาคมกริบตอนนี้มืดดำสนิทด้วยแรงราคะ "จะได้จำ... ว่าร่างกายนี้เป็นของใคร"
เขาก้มลงประกบจูบปิดปากช่างเจรจานั้นทันที บดขยี้ริมฝีปากจิ้มลิ้มอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเล็กที่พยายามหลบหนี ดูดดึงเกี่ยวพันจนเกิดเสียงน่าอายดังระงมไปทั่วห้อง
รสจูบของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแอลกอฮอล์และบุหรี่จางๆ มันขมปร่าแต่มัวเมา เจ้าขาเริ่มหัวหมุน ร่างกายอ่อนระทวยลงอย่างประหลาด ความเจ็บปวดจากการขบกัดที่ริมฝีปาก เริ่มกลายเป็นความวาบหวามที่เธอไม่เคยรู้จัก
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เริ่มเปลี่ยนมาลูบไล้ไปตามเอวคอดกิ่ว สอดมือเข้าไปใต้แผ่นหลังเนียนที่เปิดโล่ง ปลดตะขอชุดชั้นในตัวจิ๋วออกอย่างชำนาญ
"อื้มมม..."
สงครามครางต่ำในลำคอเมื่อฝ่ามือสัมผัสกับความนุ่มหยุ่นโดยตรง เขาผละจูบออกมามองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำ ดวงตาปรือฉ่ำน้ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกรังแก
ภาพตรงหน้ามันยั่วยวนเสียจนเขาอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวเดี๋ยวนี้
"เรียกชื่อฉัน..." เขาสั่งเสียงพร่า ขณะที่มือกอบกุมหน้าอกข้างหนึ่งแล้วออกแรงบีบคลึงเบาๆ
"อะ... อา..."
"ไม่ใช่... เรียกชื่อฉัน"
นิ้วโป้งหยาบสะกิดยอดอกสีหวานที่แข็งขืนสู้มือ เจ้าขาสะดุ้งเฮือก แอ่นอกรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว
"อาคราม... อาครามเจ้าขา..."
เสียงหวานกระเส่าที่หลุดออกมา คือฟางเส้นสุดท้าย
สงครามก้มลงฝังจมูกกับร่องอกอิ่ม สูดดมกลิ่นหอมประจำตัวที่เขาคลั่งไคล้
"เด็กดี..."
เขาพึมพำชิดผิวเนื้อ ก่อนจะเลื่อนตัวลงต่ำ ถอดชุดราตรีรุ่มร่ามออกจากเรียวขาขาว แล้วแยกขาเธอออกกว้าง แทรกตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างความนุ่มนิ่ม
"วันนี้ฉันจะสอนบทเรียนบทใหม่ให้..."
สงครามเงยหน้ามองเหยื่อตัวน้อยที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่าง
"บทเรียนที่ว่า... ถ้าคิดจะยั่วเสือ ต้องเตรียมตัวถูกขย้ำจนกระดูกป่น"
สิ้นเสียงคำราม ริมฝีปากร้ายกาจก็ก้มลงครอบครองยอดอกสีสวยทันที พร้อมกับมือหนาที่เริ่มรุกรานเข้าไปในจุดที่ลึกลับที่สุด... เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนอันยาวนานที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
