บทที่ 6
ท่ามกลางบรรยากาศเคร่งเครียดภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกอัครบวรเดช กรุ๊ป ภูมินทร์ในฐานะ CEO หนุ่มไฟแรงกำลังขมวดคิ้วจ้องมองกองเอกสารตรงหน้า
แสงแดดสว่างจากนอกกระจกบานยักษ์ไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดของเขาลดลงแม้แต่น้อย เขาจรดปากกาเซ็นชื่อด้วยอารมณ์ขุ่นมัวที่ค้างคามาได้สามวันแล้ว
สามวันที่เรื่องราวในคลับวนเวียนในหัวเขาไม่คลาย และหาเหตุผลมาอธิบายมันไม่ได้ ทำให้เขาขุ่นมัวเช่นนี้
แกร๊ก
เสียงประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่บอกกล่าวทำให้ภูมินทร์เงยหน้าขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ตั้งใจจะด่าทอผู้ที่เสียมารยาทที่กล้าเข้าห้องของเขาโดยไม่ขออนุญาต แต่คำพูดทุกคำกลับกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเห็นร่างระหงคุ้นตาในชุดเดรสสีหวานยืนอยู่ตรงหน้า โดยมีเลขาหน้าห้องพยายามรั้งตัวไว้ด้วยสีหน้าหน้าตื่นตระหนก
“เอ่อ...ขอโทษค่ะท่านประธาน คุณคนนี้ผลักประตูเข้ามาตอนที่ฉันกำลังวุ่นกับเอกสาร” เลขาสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
เธอกำลังจัดการเอกสารกองใหญ่ ไม่ทันสังเกตว่ามีใครเดินผ่านโต๊ะทำงานไป รู้ตัวอีกทีก็เป็นตอนได้ยินเสียงเปิดประตูแล้ว จะวิ่งมาห้ามก็ไม่ทัน
“ไม่เป็นไร ออกไปก่อน”
ภูมินทร์สั่งกับเลขา สายตาคมกริบจ้องมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่วางตา
ผู้หญิงคนนั้นค่อยๆ ถอดแว่นตากันแดดสีดำสนิทออก เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตา และที่ทำให้หัวใจของภูมินทร์กระตุกวูบ คือรอยเขียวช้ำจางๆ บริเวณโหนกแก้มที่ดูขัดตาบนผิวเนียนละเอียด
“พราวฟ้า”
เพียงแค่เขาเรียกชื่อ ร่างนั้นก็โผเข้ามากอดเขาไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่เขาเคยหลงใหลเมื่อสามปีก่อนฟุ้งรอบกายพาให้นึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ
พราวฟ้าสะอึกสะอื้นจนตัวโยน ปล่อยให้น้ำตาเปียกชื้นบนสูทราคาแพงของเขา ภูมินทร์อึ้งไปชั่วขณะ แต่เสียงสะอื้นของเธอก็ปลุกเขาจากภวังค์ มือที่ถือปากกาปล่อยมันออกหมายจะลูบลงบนแผ่นหลังบอบบางเพื่อปลอบโยน
ความแค้นจากการถูกทิ้งไปอย่างไม่ไยดีในอดีตตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยทำให้เขาเลือกจะผลักเธอออก
“พี่ภูมิ พราวขอโทษ พราวมันโง่เองที่ทิ้งพี่ภูมิไปหาเขา” เสียงพราวฟ้าสั่นเครือและแหบพร่า
“พราวไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เขามันโรคจิต เขาทำร้ายพราว พี่ภูมิช่วยพราวด้วยนะ พราวไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ”
หยาดน้ำตาของอดีตคนรักที่เขารักที่สุดยังเป็นสิ่งที่เขาแพ้อยู่ร่ำไป ภูมินทร์ถอนหายใจกับความใจอ่อนของตัวเอง ยกมือขึ้นลูบผมพราวฟ้าอย่างอ่อนโยน ความโกรธเคืองที่สะสมมาตลอดสามปีมลายหายไปเพียงเพราะเห็นน้ำตาของเธอ
“ใจเย็นๆ นะพราว เธอปลอดภัยแล้ว อยู่ที่นี่ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่ตรงนี้”
ขณะเดียวกัน หน้าห้องทำงานของภูมินทร์ นลินเดินมาพร้อมกับกล่องข้าวที่บรรจุพะแนงเนื้อ เมนูโปรดของใครบางคนที่เธอตั้งใจตื่นมาทำตั้งแต่รุ่งสางเพื่อหวังจะใช้เป็นสื่อกลางในการปรับความเข้าใจ หลังจากเหตุการณ์ที่คลับวันนั้น
ความรักที่บ่มเพาะมานาน ทำให้ความใจอ่อนแทรกซึมเข้ามากลางอก ทั้งที่พยายามจะตัดใจจากเขา แต่ก็ไม่สามารถทนได้นานพอ ทำให้สุดท้ายเธอก็ยังเพ้อฝันวาดหวังในความอ่อนโยนของพี่ชายข้างบ้านที่เป็นฮีโร่วัยเด็กของเธอ
นลินพยายามปลอบใจตัวเองว่าพี่ภูมิก็นิสัยแบบนี้ ปากเสียแต่ใจร้ายไม่จริงหรอก
“สวัสดีค่ะพี่เอม ลินเอาข้าวกล่องมาให้ค่ะ”
หญิงสาวกล่าวพลางวางกล่องข้าวอีกกล่องที่มักจะนำมาเผื่อเอมอรด้วยลงบนโต๊ะของเลขาคนเก่ง
“น้องลิน! เอาข้าวมาทีไรลาภปากพี่ทุกทีเลย นึกว่าฝึกงานจบจะไม่มาซะแล้ว”
เอมอรว่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เอ็นดูหญิงสาวตรงหน้าสุดหัวใจ
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ลินไม่ได้ทำพะแนงนานแล้ว ถ้ารสชาติไม่ดีก็บอกได้นะคะ แต่เดี๋ยวลินมานะคะ เอาข้าวไปให้พี่ภูมิก่อน”
หญิงสาวกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อมไม่ต่างจากตอนที่ฝึกงานในบริษัท
“เอ่อ...น้องลินอย่าเพิ่งเข้าไปเลยดีกว่าค่ะ” เอมอรเรียกด้วยสีหน้าลำบากใจ
“คือตอนนี้ท่านประธานมีเพื่อนมาหาค่ะ คงไม่สะดวกรับแขกตอนนี้จริง ๆ”
นลินชะงักไปเล็กน้อย แต่ด้วยความที่เธอเข้าออกห้องนี้จนเป็นเรื่องปกติ และคิดว่าเพื่อนที่ว่าคงเป็นเตชินท์ที่เธอคุ้นเคยจึงยิ้มตอบอย่างสุภาพ
“ไม่เป็นไรค่ะ ลินแค่จะเอาข้าวไปวางไว้ให้พี่ภูมิเฉยๆ ค่ะ ไม่รบกวนเวลานานหรอก”
ไม่รอฟังคำทัดทานซ้ำอีกครั้ง นลินก็ผลักประตูเข้าไปเบาๆ อย่างที่เคยทำเป็นประจำ
แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดลง
ภูมินทร์กำลังกอดปลอบหญิงสาวคนหนึ่งอยู่บนโซฟารับรอง ผู้หญิงคนนั้นซบหน้าอยู่กับอกกว้างที่นลินเคยคิดว่ามันเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธอคนเดียว
มือหนาของภูมิลูบแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่เบามือและเต็มไปด้วยความห่วงใยแบบที่นลินไม่เคยได้รับจากเขาเลยสักครั้งตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน
แม้กระทั่งคืนนั้นที่เธอตกเป็นของเขา เขายังไม่อ่อนโยนกับเธอเพียงนี้...
กล่องข้าวในมือของนลินหนักอึ้งขึ้นมาทันที ไม่ต่างกับใจของเธอที่เหมือนมีหินหนักๆ ถ่วงไว้ เธอรู้สึกเหมือนอากาศในห้องหายไปเกือบหมดจนลมหายใจติดขัด
“ปะ...ปล่อยพราวก่อนเถอะค่ะพี่ภูมิ มีคนมาแล้ว”
พราวฟ้าแกล้งผละออกจากอกภูมิ ทำท่าทางตกใจและเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นนลินปรากฏตัว
ภูมินทร์หันมามองนลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทันที มันไม่ใช่ความห่วงใยแบบที่มองคนในอ้อมแขน แต่มันคือความขุ่นเคืองและรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะ
“ลิน ทำไมเข้ามาไม่เคาะประตู ไม่มีมารยาทหรือไง” เสียงของเขาตวาดก้องไปทั้งห้องจนนลินสะดุ้ง
นลินพยายามบังคับมือไม่ให้สั่นจนเผลอปล่อยข้าวกล่องที่ตั้งใจทำมาร่วงหล่นลงพื้น
“ลิน ลินแค่เอาข้าวกลางวันมาให้ค่ะ เห็นเลขาบอกว่าพี่ภูมิยังไม่ได้ทานอะไร”
ภูมินทร์ลุกขึ้นยืน บังร่างของพราวฟ้าไว้ครึ่งหนึ่งราวกับเธอคนนั้นเป็นสิ่งที่เขาหวงแหนที่สุด
“เอาวางไว้บนโต๊ะแล้วกลับไปซะ แล้วทีหลังถ้าฉันไม่ได้สั่งไม่ต้องเสนอหน้ามาที่ออฟฟิศอีก ฝึกงานจบไปแล้วก็ไปหางานทำ ไม่ใช่เอาแต่ทำตัวหน้าไม่อายมาวิ่งไล่ตามฉันแบบนี้”
ถ้อยคำรุนแรงไม่ไว้หน้า ทั้งที่ก่อนนี้เพิ่งคิดวนเวียนอยู่แต่ในเรื่องในคลับ หากแต่ความถือดีผลักทุกสิ่งออกไปจนหมดสิ้น
คำพูดของเขาทำให้หน้าของนลินชาเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัด เธอหลุบตามองกล่องข้าวในมือด้วยดวงตาร้อนผ่าว ข้าวสวยร้อนๆ กับพะแนงเนื้อที่เธอตั้งใจเคี่ยวจนนุ่มบัดนี้มันดูไร้ค่าไม่ต่างจากขยะในสายตาของเขา
นลินมองสบตาภูมิ ดวงตาคมคู่นั้นมีแต่ความรำคาญใจและกดดันให้เธอออกไปพ้นๆ ไม่มีร่องรอยของความรู้สึกผิดหรือความเห็นใจแม้แต่น้อยแม้ว่าสายตาของหญิงสาวจะร้าวรานเพียงใดก็ตาม
“ลินขอโทษที่มารบกวนค่ะ”
นลินหันหลังเดินออกไปเงียบๆ แผ่นหลังของเธอสั่นเทาช่างดูเปราะบางเหลือเกินในยามนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงกลั้นสะอื้นเต็มที่ แต่แล้วอย่างไรในเมื่อภูมิไม่คิดจะสนใจเธอ
บนรถที่เคลื่อนตัวไปตามท้องถนนที่เริ่มมีฝนตกปรอยๆ นลินนั่งเหม่อมองหยดน้ำที่ไหลกลิ้งไปบนกระจกอยู่หลังพวงมาลัย ความเย็นชื้นจากภายนอกดูจะซึมลึกเข้ามาถึงในอกจนหนาวเหน็บไปทั้งทรวง ภาพของภูมินทร์ที่กอดหญิงสาวคนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ตอนที่ได้เห็นหน้าของผู้หญิงคนนั้นชัดๆ นลินถึงนึกออก เธอคือพราวฟ้า อดีตคนรักของภูมินทร์ที่เขารักมากที่สุด และหลังจากเลิกกันไปภูมินทร์ก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
ในนาทีนั้นเองที่นลินตระหนักถึงความจริงที่โหดร้ายที่สุด ที่ผ่านมาภูมิไม่ได้ไม่ชอบเด็ก ไม่ใช่แค่พวกรักสนุก หรือรักความเป็นอิสระ
แต่ในพื้นที่ที่ลึกที่สุดในใจของเขามีผู้หญิงชื่อพราวฟ้ายึดครองไว้จนเต็มมาโดยตลอดสามปี ที่ผ่านมาที่เขาทำตัวเย็นชาไม่เคยเปิดใจให้ใครไม่ใช่เพราะเขาใจร้าย แต่มันคือการปิดตายหัวใจเพื่อรอคอยตัวจริงกลับมา
และวันนี้ตัวจริงคนนั้นก็กลับมา
นลินสูดหายใจลึก น้ำตาที่กลั้นมานานไหลอาบแก้มไม่ต่างจากน้ำฝนนอกกระจก ก่อนที่เธอจะปาดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว หญิงสาวไม่อยากเสียเวลาฟูมฟายเพราะเรื่องของภูมิอีก
ถ้าความพยายามของลินมันไร้ค่า ลินก็จะไม่พยายามอีกแล้ว
