บท
ตั้งค่า

บทที่ 5

“ตายจริง ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้เอาเอกสารให้กับ ตาภูมิ”

คุณหญิงอุทานหลังนึกขึ้นได้ว่าลืมนำของสำคัญให้กับลูกชาย

“มีอะไรเหรอคะคุณป้า” นลินถามเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของคุณหญิง

“ป้าลืมไปว่าพรุ่งนี้ตาภูมิมีนัดคุยกับลูกค้า เอกสารเพิ่งจะแก้เสร็จเมื่อเย็น ว่าจะให้ตาภูมิคืนนี้แต่ก็ลืมไปสนิทเลย” คุณหญิงกล่าว สีหน้ายังคงกังวลไม่เปลี่ยน

หญิงสาวเงียบไปเมื่อได้ยินดังนั้น เธอครุ่นคิดอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจอาสาแก้ปัญหาให้เอง

“ถ้าอย่างนั้นลินเอาไปให้พี่ภูมิเองค่ะ”

“ไม่รบกวนหนูลินเหรอจ๊ะ ป้าเกรงใจจะแย่”

ดาริกาถามด้วยความเกรงใจ นี่ก็ดึกมากแล้ว กว่าเจ้าหล่อนจะไปถึงคอนโดเจ้าลูกชายตัวดีคงเกือบเที่ยงคืน

“ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณป้า” นลินยิ้มให้คนแก่กว่า

เธอเป็นคนนอนดึกอยู่แล้ว แค่เอาเอกสารไปส่งให้คงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง อีกอย่างเธอก็เรียนจบมาหมาดๆ ยังไม่ได้เริ่มงาน จะตื่นสายสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร

“ถ้าอย่างนั้นป้าโทรหาตาภูมิก่อนนะลูก จะได้ให้พี่เขารอรับ”

คุณหญิงว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหา ลูกชาย

“ค่ะคุณป้า” นลินยิ้มรับแล้วยืนรอข้าง ๆ

“ฮัลโหลตาภูมิ อยู่ที่ไหนทำไม่เสียงดังจัง”

คุณหญิงว่า หัวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยกับเสียงดนตรีที่แว่วเข้ามาตามสาย

[คลับของไอ้เตครับคุณแม่] คนเป็นลูกกล่าว

ภูมินทร์เลือกที่จะไปปลดปล่อยอารมณ์หงุดหงิดที่ไนต์คลับหรูของเตชินท์แทนที่จะกลับคอนโดของตัวเอง ตอนนี้จึงยังไม่ได้กลับห้อง

“ยังจะดื่มอีกเหรอ” ผู้เป็นมารดาตำหนิอยู่ในที ไม่รู้ว่าทำไมภูมินทร์ถึงดื่มจัดขนาดนี้

[คุณแม่คงไม่ได้โทรมาบ่นอย่างเดียวใช่ไหมครับ]

“ใช่ที่ไหนล่ะ แม่ลืมเอาเอกสารให้เราน่ะสิ หนูลินเขาอาสาจะเป็นธุระให้”

[งั้นก็ให้เอามาส่งผมที่นี่แล้วกัน เด็กนั่นรู้อยู่แล้วว่าคลับไอ้เตอยู่ไหน]

“เกรงใจน้องบ้างสิ แล้วดูเรียกน้องเข้า เด็กนั่นอะไรกัน หยาบคายจริงเชียว”

ดาริกาอดตำหนิออกมาไม่ได้กับคำพูดนั้นของลูกชาย

[ก็ยัยนั่นอาสาเองนี่ครับ ผมรออยู่นี่แหละ แค่นี้นะครับคุณแม่]

ว่าจบลูกชายตัวดีก็ตัดสายไป คุณหญิงเข่นเขี้ยวกับนิสัยของลูกชายตัวเองที่ยิ่งโตยิ่งไม่ได้เรื่องก่อนจะหันไปคุยกับหญิงสาวที่ยืนรออยู่ข้างกาย

“หนูลินสะดวกไหมลูก ถ้าไม่สะดวกแม่จะให้ตาภูมิตื่นเช้าหน่อยแล้วแวะมาที่นี่ก่อนไปเจอลูกค้าก็ได้”

“ลินไปได้ค่ะคุณป้า”

นลินเอ่ย ใจหนึ่งเธอก็เป็นห่วงคนพี่ กว่าจะกลับไปนอนที่ห้องคงไม่พ้นตีสาม ถ้าต้องตื่นเช้าอีกเธอกลัวว่าเขาจะไม่ไหว

“ถ้าอย่างนั้นป้าฝากด้วยนะลูก” ดาริกาว่าแล้วก็ไปเอาเอกสารสำคัญมาให้กับนลินนำมันไปส่งต่อให้ลูกชาย

นลินมาถึงไนต์คลับในช่วงเกือบเที่ยงคืน หญิงสาวก้าวเดินไปตามทางเดินมืดสลัวที่จะไปยังโซนบาร์ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า มือบางกำซองเอกสารในมือแน่นด้วยความประหม่ากับสายตาของคนในคลับที่มองมาเป็นระยะ

เธอตั้งใจจะวางเอกสารไว้แล้วรีบกลับ แต่ฝีเท้าต้องหยุดชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงสนทนาของเตชินท์และภูมินทร์ที่นั่งหันหลังให้เธออยู่จึงไม่รู้ว่าเธอมาถึงแล้ว

“เอาจริงนะเว้ยไอ้ภูมิ วันนี้น้องลินโคตรสวยเลยว่ะ ออร่าคุณนายจับมาก”

เสียงของเตชินท์ดังขึ้นขณะรินเหล้าให้เพื่อนสนิท เขาแวะไปอวยพรวันเกิดแม่เพื่อนเหมือนกันวันนี้จึงได้เห็นน้องสาวข้างบ้านของเพื่อนที่สวยผิดหูผิดตา

“มึงไม่สนใจน้องจริงเหรอวะ แม่มึงก็ปลื้มน้องเขาจะตาย”

“สวยตรงไหนวะ”

เสียงภูมินทร์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเริ่มเมาและติดรำคาญอย่างเห็นได้ชัด “ก็แค่ยัยเด็กกะโปโลที่เดินตามต้อยๆ มาตั้งแต่เด็ก จืดชืด น่าเบื่อ ไม่มีความตื่นเต้นสักนิดเดียว”

นลินยืนตัวชาอยู่ตรงนั้นราวกับถูกสาปกับถ้อยคำวิจารณ์ของคนพี่ที่ไม่ไว้หน้ากันสักนิด

“เฮ้ย แต่เขาก็ดูแลมึงดีนะเว้ย” เตชินท์พยายามแย้ง ไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนเท่าไร

ที่ผ่านมาเขารับรู้มาตลอดว่านลินใส่ใจเพื่อนของเขามากแค่ไหน ช่วงที่สาวเจ้าฝึกงานที่บริษัทของภูมิ เธอมักมีของติดไม้ติดมือมาให้ภูมินทร์บ่อย ๆ

บางวันก็เอาข้าวมาให้ เอาขนมมาให้ ถึงมันจะถูกวางทิ้งไว้หรือทิ้งลงถังขยะเธอก็ยังไม่ย่อท้อ ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มแม้จะดูแห้งแล้งแค่ไหนก็ตาม

“ให้กูเอาเด็กจืดๆ แบบนั้นมาทำเมีย กูยอมตัดของตัวเองทิ้งดีกว่า” ภูมิแค่นหัวเราะเย้ยหยันก่อนว่าต่อ

“ขืนคบไปกูคงหมดอารมณ์ตลอดชีวิต”

คำพูดของเขาไม่ใช่แค่การปฏิเสธ แต่มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของเธอจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง

นลินสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปอด แววตาที่เคยหม่นเศร้าบัดนี้กลับนิ่งสนิท เธอไม่รอให้เขาพูดทำร้ายเธอไปมากกว่านี้ หญิงสาวก้าวฉับ วางซองเอกสารลงตรงหน้าของภูมินทร์และเตชินท์คั่นบทสนทนาของสองเพื่อนซี้ได้ชะงัด

เสียงพูดคุยของทั้งสองเงียบกริบลงทันทีที่เห็นร่างของนลินปรากฏตัว เตชินท์หน้าถอดสี แก้วเหล้าเกือบหลุดจากมือเพราะไม่รู้ว่านลินมายืนอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว ส่วนภูมินทร์เองก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่กำลังสนุกสนานวูบไหวด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นเข้ามาจู่โจมชั่วคราว แต่เขาก็รีบสลัดมันทิ้งไปและสวมหน้ากากความเย็นชาขึ้นมาใหม่

นลินไม่มีน้ำตาสักหยด ไม่มีอาการตัดพ้อผ่านดวงตา มีเพียงใบหน้าที่เรียบนิ่งเหมือนคนชินชากับถ้อยคำร้ายๆ นั่นจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว

“คุณป้าให้เอาเอกสารมาให้ค่ะ”

น้ำเสียงของเธอนิ่งจนภูมินทร์รู้สึกประหลาดอยู่ในอก แต่เขาก็เลือกจะเมินเฉยมันไปอีกครั้งแล้วกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาไม่ต่างกัน

“ที่จริงให้คนขับรถเอามาให้ก็ได้ เสนอตัวเอามาให้ฉันเองอย่างนี้ มีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่า” เขาแสยะยิ้ม แววตาดูถูกเธออย่างไม่ปิดบัง

คำพูดแฝงความดูถูกน้ำใจของเขาทำให้เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยตอบกลับ

“ลินแค่ทำสิ่งที่ลินพอจะช่วยได้ค่ะ ขอโทษถ้าการกระทำของลินมันทำให้พี่คิดเข้าข้างตัวเอง”

กล่าวจบนลินก็เดินหนีออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้สองหนุ่มนั่งหน้าเหวอด้วยความตกใจ ไม่คิดว่านลินจะกล้าต่อปากต่อคำขนาดนั้น

เธอหันหลังเดินออกจากห้องไปจนลับตา ทิ้งให้ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบงัน ภูมินทร์จ้องมองซองเอกสารบนโต๊ะด้วยความรู้สึกอึดอัดที่อธิบายไม่ได้

หัวใจของเขารู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด ราวกับว่าเขาเพิ่งสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญไป แม้ว่าเขาจะเพิ่งบอกเพื่อนไปว่าสิ่งนั้นมันไร้ค่าก็ตาม

“เชี่ย น้องลินเปลี่ยนไป”

เตชินท์กล่าวอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าคนที่ยอมเพื่อนเขามาตลอดจะกล้าพูดจาแบบนี้

กระนั้นคนที่ยังมั่นใจในตัวเองและคิดว่าตนเป็นต่อก็ยังหลงลำพอง เอ่ยกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่ไยดี

“ก็แค่วิธีเรียกร้องความสนใจแบบใหม่ เดี๋ยววันสองวันก็วิ่งโร่กลับมาหากูเอง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel