บทย่อ
“สะ สองขีด...” นลินก้มมองที่ตรวจอันเล็กในมือตัวเอง มือเรียวสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม ในใจมันเต็มไปด้วยความสับสน กลัว แต่ในความกลัวนั้นกลับมีความรู้สึกดีใจลึกๆ ที่เธอกำลังจะมีลูกกับคนที่รักที่สุด แต่ภูมินทร์จะดีใจกับเธอหรือเปล่า ดวงหน้างามสลดลงกับความคิดของตัวเอง แต่เรื่องของเด็กทั้งคนที่จะเกิดมามันทำให้เธอตัดสินใจจะคุยกับภูมินทร์ให้รู้เรื่องดีกว่าปล่อยคาราคาซังอย่างนี้ ต่อให้ไม่รักเธอก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยขอแค่พี่ภูมิรักลูกของเธอบ้างก็ยังดี... “ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้าทำร้ายคนของฉัน ออกไปจากห้องฉันซะ” “อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก อย่าให้ฉันรู้สึกรังเกียจเธอไปมากกว่านี้ ออกไป!” ถ้อยคำร้ายกาจแทงทะลุหัวใจของนลินจนแหลกละเอียด ความหวังที่เธอวาดฝันไว้เมื่อเช้าถูกทำลาย ทิ้งอย่างเลือดเย็นด้วยน้ำมือของผู้ชายที่เธอรักที่สุด “เข้าใจแล้วค่ะ ลินจะไม่มารบกวนพี่ภูมิอีก” คนตัวเล็กหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่ยืนเคียงข้างกันในอาณาเขตที่เธอไม่อาจก้าวล่วง และนั่น เป็นภาพสุดท้ายที่ภูมินทร์ได้เห็นนลินเต็มสองตา ก่อนที่เธอจะหายไปราวกับไม่มีตัวตนอีกเลย **********
บทที่ 1
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านกันยูวีราคาแพงไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องนอนกว้างขวางของคอนโดหรูหราใจกลางเมืองดูอบอุ่นขึ้นเลยสำหรับ นลิน
เธอลืมตาขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา สัมผัสแรกที่รับรู้คือความอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายของคนที่นอนอยู่ข้างกายทั้งคืนแต่ไม่คิดจะหันมากอดกัน
นลินขยับกายอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รบกวนคนร่วมเตียง เธอตะแคงข้างมองเสี้ยวหน้าคมคายของ ภูมินทร์ ผู้ชายที่ครอบครองหัวใจของเธอมามากกว่าครึ่งชีวิต
ในยามหลับใหลเขาก็ยังคงหล่อเหลาดูดี คิ้วที่มักจะขมวดมุ่นอยู่เป็นนิจคลี่ออกจากกัน มุมปากที่เคยพ่นแต่วาจาร้ายกาจเรียบกริบดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด นลินเผลอยิ้มออกมาบางเบา มือบางสั่นเทาน้อยๆ ขณะเอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาอย่างแผ่วเบา
‘ถ้าเวลาหยุดไว้แค่ตรงนี้ได้ก็คงดี’ เธอคิดในใจด้วยความหวังที่ริบหรี่เหมือนแสงเทียนท่ามกลางพายุฝน
แต่ความสุขชั่วขณะนั้นสั้นกว่าลมหายใจ ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนผิวแก้มของเขาด้วยความเผลอไผลภูมินทร์ก็ขยับตัวตื่นขึ้นมา แววตาที่ลืมขึ้นมาไม่มีร่องรอยของความงัวเงียหรือความอ่อนโยนที่เธอเฝ้าฝันถึง มันมีเพียงความตื่นตัวที่มาพร้อมกับความเย็นชา
เขาชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของนลินในระยะประชิด ก่อนจะสปริงตัวลุกขึ้นนั่งและขยับถอยห่างราวกับสัมผัสจากเธอนั้นเป็นอะไรสักอย่างที่น่ารังเกียจและอยากถอยหนี
คนตัวใหญ่ทอดถอนใจยาวพลางเสยผมอย่างหงุดหงิด แววตารำคาญฉายชัดจนนลินต้องหดมือกลับมาแทบไม่ทัน
“ขอ...”
นลินไม่ทันได้เอ่ยคำขอโทษใดๆ คำพูดร้ายกาจของเขาก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ตื่นแล้วก็รีบลุกออกไปจากห้องฉันสักที” น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกรีดลึกเข้าไปในใจคนฟัง
“เดี๋ยวแม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาด ฉันไม่อยากให้ใครเห็นว่าเรานอนด้วยกัน”
คำพูดนั้นเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงบนหน้า นลินชะงัก รอยยิ้มที่ตั้งใจจะมอบให้เขาในตอนเช้าเลือนหายไปทันที เธอพยายามบังคับไม่ให้ริมฝีปากสั่นขณะพยุงตัวนั่ง พลางดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยของบทรักเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
“พี่ภูมิไม่ต้องย้ำหรอก ลินรู้ว่าเรื่องเมื่อคืนพี่แค่พลาด”
เธอตัดพ้อเสียงเบา พยายามรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตัวเองด้วยการกดข่มความเจ็บขัดที่กลางกายแล้วลุกขึ้นจากเตียงด้วยตัวเอง
เพราะเธอเพิ่งจะทอดกายให้คนที่ไม่เคยมีความรักให้เธอเลยเมื่อคืนที่ผ่านมา
นลินยอมตกเป็นของภูมินทร์ทั้งกายใจแม้ว่าเขาจะไม่เคยชายตาแลเธอเลยก็ตาม...
ภูมินทร์ไม่ได้หันมามองเธอ เขาเพียงใช้หางตาของเขาไล่สำรวจใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้ดูซีดเซียว ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปากกับคำพูดของเจ้าหล่อน
“รู้ก็ดี เธอจะได้เข้าใจว่าฉันมองเธอเป็นแค่น้อง ข้างบ้านคนหนึ่ง”
เขาเน้นคำว่าน้องชัดเจนราวกับต้องการตอกตะปูลงบนฝาโลงของความหวังไม่คิดจะปล่อยให้เธอเพ้อพก ไปไกลเพราะแค่ความสัมพันธ์ทางกายชั่วข้ามคืน
“เรื่องเมื่อคืน ถือว่าวิน-วินก็แล้วกัน ลินเองก็โตแล้ว อย่าคิดอะไรล้ำเส้นล่ะ”
วิน-วินอย่างนั้นเหรอ
นลินรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำว่าน้องที่เขาประเคนให้มันคืออาวุธที่เขามักใช้ฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นเสมอมา
เธอสูดหายใจเข้าลึกพยายามเมินถ้อยคำใจร้ายของคนตรงหน้า นลินกัดฟันแน่นเพื่อกักเก็บน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้ หญิงสาวขยับตัว ก้มเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นมาสวมใส่ทีละชิ้นด้วยมือที่สั่นเทา โดยที่มีสายตาเย็นชาคู่นั้นมองตามหลังมาอย่างไม่ไยดี

