บทที่ 4
ถึงจะตั้งใจเอาไว้ว่าเธอจะไม่ข้องเกี่ยวกับภูมิอีกแต่เพราะเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงไปมาหาสู่กันเสมอๆ ก็ทำให้เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงเขาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ปกติภูมิจะไม่ค่อยกลับบ้านแต่วันนี้มันเป็นวันเกิดของคุณหญิงดาริกา ผู้เป็นมารดาของภูมินทร์ ทำให้ทั้งสองต้องเจอหน้ากันอย่างยากจะหลีกเลี่ยง
กลิ่นหอมกรุ่นของดอกกุหลาบสีขาวนับพันดอกที่ถูกจัดวางอย่างประณีตอบอวลไปทั่วโถงจัดเลี้ยงกว้างขวางของคฤหาสน์อัครบวรเดช คฤหาสน์หรูหลังนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็นด้วยฝีมือการจัดการของหญิงสาวเพียงคนเดียว
นลินในชุดเดรสสีโอลด์โรสสุภาพเรียบร้อย เกล้าผมขึ้นเป็นมวยต่ำเผยลำคอระหง แต่งหน้าอ่อนๆ ดูอ่อนหวานและเป็นงานเป็นการในเวลาเดียวกัน เธอเดินตรวจตราความเรียบร้อยของโต๊ะอาหารและจุดรับแขกด้วยความตั้งใจ บรรดาคนงานและแม่บ้านต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็งภายใต้การควบคุมของเธอ
“หนูลิน มาดูนี่สิลูก ฝีมือหนูจัดดอกไม้ตรงมุมนั้นถูกใจป้าจริง ๆ”
คุณหญิงดาริกา เจ้าของงานวันเกิดครบรอบหกสิบปี เดินเข้ามาหาพลางลูบหัวนลินด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างปิดไม่มิด สายตาของคุณหญิงที่มองนลินนั้นเต็มไปด้วยความภูมิใจ ราวกับนลินคือแก้วตาดวงใจของบ้านนี้จริง ๆ
“ขอบคุณค่ะคุณป้า ลินกลัวว่าคุณป้าจะไม่ชอบสีขาวล้วนแล้วก็คิดว่ามันน่าจะสีอ่อนไป เลยแซมกุหลาบ สีชมพูเข้าไปนิดหน่อยให้ดูสดชื่นขึ้นค่ะ”
นลินตอบพร้อมรอยยิ้มละมุนละไมยามคุยกับผู้ใหญ่ที่เธอเคารพรักไม่ต่างจากแม่บังเกิดเกล้า
คุณหญิงดาริกาถอนหายใจยาวพลางกุมมือนลินไว้แน่น
“ถ้าตาภูมิมันตาไม่บอด ป้าคงได้หนูลินมาเป็นสะใภ้เชิดหน้าชูตาไปนานแล้ว ไม่ต้องคอยปวดหัวกับพวกผู้หญิงหิวเงินที่มันควงมาแต่ละวันหรอกลูก”
นลินรู้สึกถึงก้อนแข็งๆ ที่แล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ รอยยิ้มของเธอเจื่อนลงทันที แม้ความรักที่คุณหญิงมอบให้จะอบอุ่นเพียงใด แต่มันก็ทำหน้าที่เป็นกระจกเงาที่สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดออกมา เนื่องจากคุณหญิง ไม่เคยรับรู้ความในใจของหญิงสาวที่มีต่อลูกชายของเธอ เวลาที่พูดถึงลูกชายตัวดีจึงมักมีบทสนทนาเกี่ยวกับความเจ้าชู้ของคนพี่มาให้ได้ยินเสมอ
“คุณป้าอย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ พี่ภูมิเขามีสเป็กของเขา แต่ถึงพี่ภูมิจะแต่งงานคุณป้าก็ยังเรียกลินมาใช้งานได้เสมอนะคะ”
หญิงสาวยิ้มกลบเกลื่อนความเศร้าหมองแล้วตอบกลับไป
นลินรู้ดีว่าตำแหน่งลูกสะใภ้ที่คุณหญิงพยายามหยิบยื่นให้ เป็นได้เพียงวิมานในอากาศที่ไม่มีวันเป็นจริง ตราบใดที่เจ้าของหัวใจเขาล้อมรั้วหนามกั้นเธอไว้ในเขตของ ‘ความน่ารำคาญ’ เท่านั้น
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ที่เวลาหนึ่งทุ่มตรง แขกเหรื่อระดับวีไอพีในแวดวงสังคมชั้นสูงก็เริ่มทยอยกันเข้ามา นลินยืนเคียงข้างคุณหญิงดาริกาที่หน้างานเลี้ยง คอยต้อนรับแขกด้วยกิริยาไร้ที่ติ แขกหลายคนต่างซุบซิบและชื่นชมว่านลินดูเหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้ของอัครบวรเดชเหลือเกิน
ทันใดนั้นเสียงของเครื่องยนต์รถสปอร์ตสีดำสนิทก็ดังสนั่นขึ้นที่หน้าคฤหาสน์ประกาศศักดากว่าเจ็ดร้อยแรงม้าดึงความสนใจจากคนทั้งงาน
ภูมินทร์ก้าวลงจากรถในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บอย่างประณีต เขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงคือหญิงสาวที่เดินลงมาจากรถอีกฝั่ง
แซนดี้ นางแบบสาวชื่อดังในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ผ่าลึกจนเกินพิกัดและสั้นจนแทบปิดอะไรไม่มิด เดินนวยนาดมาควงแขนภูมินทร์ พวกเขาเดินเข้ามาในงานด้วยท่าทางหยิ่งยโส ภูมิไม่ได้มีท่าทีเกรงใจสายตาแขกเหรื่อหรือสีหน้าของมารดา ที่บัดนี้ตึงเครียดจนถึงขีดสุด
คุณหญิงดาริกากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธที่ลูกชายจงใจหยามเกียรติเธอในงานสำคัญเช่นนี้ ท่านเตรียมจะก้าวออกไปอาละวาดใส่ลูกชายตัวดี แต่กลับถูกมือนุ่มของนลินรั้งไว้เสียก่อน
“อย่าค่ะคุณป้า แขกมากันเต็มไปหมด”
นลินกระซิบเสียงเบา ดวงหน้างามส่ายไปมา ไม่อยากให้ดาริกาทำให้ตัวเองอับอายในงานสำคัญ
ภูมิเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มยียวน เขามองสบนลินด้วยแววตาท้าทาย หวังจะเห็นความเจ็บปวดในดวงตาคู่งามเหมือนที่ผ่านมา หญิงสาวทำเพียงเบือนหน้าหนีไปอีกทาง กลืนก้อนขมปร่าลงคอ
“สุขสันต์วันเกิดครับคุณแม่ แซนดี้เขาอยากมาสวัสดีคุณแม่ด้วยตัวเองน่ะครับ”
“กว่าจะโผล่ผัวมาได้นะตาภูมิ แล้วนี่คว้าตัวอะไรมางานด้วย ฮึ? ดูอย่างน้องบ้างซิ มาช่วยแม่ตั้งแต่เมื่อวาน เราเป็นลูกแท้ๆ ไม่เคยกลับบ้านมาหาแม่บ้างเลย”
คุณหญิงบ่นออกมาหลายคำ หญิงวัยกลางคนปรายตามองแม่นางแบบสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจกับชุดที่สาวเจ้าสวมใส่มา
“ก็คุณแม่มีลูกคนโปรดแล้ว ผมไม่เห็นต้องมาเลย” ภูมินทร์ลอยหน้าลอยตาตอบกลับไป
นลินที่ฟังบทสนทนาของแม่ลูกรีบออกมารับหน้าก่อนที่คุณหญิงจะหลุดคำด่าออกมาเพิ่มอีก เธอส่งรอยยิ้มหวานหยดให้กับนางแบบสาวและภูมินทร์ที่เธอเพียงกวาดสายตามองไวๆ แล้วค่อยเอ่ยเสียงหวาน
“พี่ภูมิพาคุณแซนดี้เข้าไปด้านในก่อนเถอะค่ะ ในงานมีอาหารเยอะเลย”
ภูมิชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มผู้ชนะบนใบหน้าเลือนหายไป สิ่งที่เขาคาดหวังคือเห็นนลินเสียศูนย์เมื่อเห็นว่าเขามีคู่ควงทั้งที่เพิ่งนอนกับเธอ เขาอยากเห็นสะกดกลั้นน้ำตา หรืออย่างน้อยก็ต้องแสดงอาการสะเทือนใจบ้าง
แต่สิ่งที่เขาได้รับคือความนิ่งเฉย ทำให้เขาดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจที่พยายามเรียกร้องความสนใจแต่ไม่มีใครเล่นด้วย
คนมั่นใจในตัวเองรู้สึกเสียเซลฟ์อย่างบอกไม่ถูก ความหงุดหงิดแล่นพล่านขึ้นมาเพียงเพราะยัยเด็กจืดชืดตรงหน้าไม่เป็นไปตามเกมของเขา
นลินไม่ได้เข้ามาวุ่นวายกับภูมินทร์เหมือนอย่าง ทุกที ยัยเด็กน่ารำคาญในสายตาของชายหนุ่มเดินตามคุณหญิงดาริกาไปทั่วงาน ไม่แม้แต่จะชายตามองเขา รอยยิ้มดูมีความสุขของเธอทำให้คนลอบมองอย่างภูมินทร์รู้สึกหงุดหงิดใจ
เวลาเป่าเค้กมาถึง เขาในฐานะลูกชายให้ของขวัญต่อจากคนเป็นพ่อ จากนั้นจึงขอตัวกลับไปก่อนด้วยความไม่สบอารมณ์
