บทที่ 3
หากย้อนเวลากลับไปได้ นลินก็อยากจะย้อนเวลากลับไปเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบรักอยู่เงียบๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับสายเกินแก้ เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียวที่เธอยอมทอดกายเป็นของเขา
ย้อนกลับไปคืนก่อน
นักศึกษาฝึกงานเพียงคนเดียวในบริษัทถูกพามากินเลี้ยงอำลาในวันสุดท้ายของการทำงาน
นลินฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา หญิงสาวจึงรู้จักกับคนหลายฝ่าย ในคืนนี้พวกเขาจึงจองโต๊ะใหญ่ในห้องวีไอพีโดยมีภูมิเป็นเจ้ามือ
เขาจำใจมาร่วมงานเพราะมารดาฝากฝังให้ดูแลนลินดีๆ กระนั้นเมื่อมาถึงเขาก็ไม่ได้สนใจในตัวเจ้าหล่อนขนาดนั้น
เสียงบทสนทนาของพนักงานในบริษัทและนลินที่คุยกันอย่างออกรสทำให้คนที่นั่งเงียบมาตลอดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาด
ทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติของงานเลี้ยงบริษัทแห่งนี้ที่ไม่มีใครชวนประธานคุยสักคน ภูมินทร์มักจะมาทานอาหารและดื่มเงียบๆ ปล่อยให้พนักงานที่ทำงานอย่างหนักปลดปล่อยกันเต็มที่ แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนเมิน
สีหน้าของประธานหนุ่มดุดันขึ้นทุกขณะ ยิ่งเห็นรอยยิ้มของนลินที่โปรยให้กับทุกคนอารมณ์เขาก็ยิ่งขุ่นขวาง นลินรับแก้วจากทุกคนที่ยื่นให้ หญิงสาวที่ไม่ชินกับแอลกอฮอล์และปฏิเสธคนไม่เก่ง ดื่มจนดวงหน้าแดงก่ำ ดวงตาหยาดเยิ้มดูเย้ายวน
“ลินขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” นลินขอปลีกตัวเมื่อรู้สึกว่าตัวเองชักจะเมาเกินไปแล้ว หญิงสาวตั้งใจจะไปรับลมสักหน่อยค่อยกลับมา
“ไปดีๆ นะลิน”
รุ่นพี่คนหนึ่งโบกมือให้ก่อนจะหันไปสนุกกันต่อ แย่งไมค์ร้องเพลงฮิตกับคนอื่นอย่างครื้นเครง
ภูมินทร์มองตามการกระทำของนลินไปด้วยแววตานิ่งเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ รอจนผ่านไปราวห้านาที ประธานหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันไปบอกกับคนอื่น
“ฉันจะกลับแล้ว พวกเธอสนุกกันต่อได้เลย”
เขาบอกกับพนักงานคนอื่นและฝากฝังให้เลขาตัวเองลงบัญชีเอาไว้แล้วค่อยมาเบิกกับเขาอีกที
“ขอบคุณท่านประธานที่มาครับ”
“กลับดีๆ นะคะท่านประธาน”
เหล่าหนุ่มสาวออฟฟิศที่ยังคงติดลมกับปาร์ตี้บอกลาประธานของพวกเขา แล้วหันไปสนุกกันต่อ ภูมินทร์ไม่เห็นว่ามีใครตามออกมาจากห้องเขาก็ตรงไปอีกทางแทนที่จะเป็นลานจอดรถอย่างที่เคยบอกคนอื่น
เขาตามนลินไป พูดจาถากถางหญิงสาวเพราะความหงุดหงิดของตัวเอง ที่นลินยิ้มให้กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายคนอื่นทั้งที่แสดงออกว่าชอบเขาแท้ๆ เธอที่ทนถ้อยคำเสียดสีเหล่านั้นไม่ไหวจึงสารภาพความในใจออกไป
อาจเพราะแฮลกอฮอล์ในร่างกายของเธอทำให้หญิงสาวพลั้งปากออกไป นอกจากนั้นยังทำเรื่องบ้าบิ่นอย่างการตามเขากลับมาถึงคอนโดราวกับคนใจง่ายอีก
บทรักของเขาเริ่มขึ้นทันทีที่ปิดประตูคอนโดของภูมินทร์ ชายหนุ่มจับร่างเล็กของเธอชิดกำแพง ใช้ร่างกายกำยำของตัวเองกักขังเธอไว้ในอ้อมกอด
ริมฝีปากร้อนฉ่าบดเบียดลงบนกลีบปากนุ่ม รสแอลกอฮอล์ในปากของทั้งคู่อวลอยู่ในปาก คนอ่อนประสบการณ์ทำตามการชักนำของเขาอย่างเงอะงะ พยายามเรียนรู้เพื่อเอาใจชายหนุ่มที่เป็นฝ่ายรุกไล่ เสียงครางผะแผ่วจากลำคอแกร่งบ่งบอกความพอใจของเขาได้เป็นอย่างดี
นลินใจชื้น ปลุกความกล้าของตัวเองมากขึ้นด้วยการวาดเรียวแขนคล้องลำคอของเขา เอียงศีรษะให้ได้องศาเพื่อให้เขาป้อนจูบได้ถนัดถนี่ มือใหญ่ประคองใบหน้างามไว้ ปลายนิ้วของเขาเกลี่ยแก้มนวลเบาๆ ปลุกเร้าอารมณ์ให้เธอเคลิ้มตาม
“อื้อ...”
หญิงสาวครางรับในลำคอ ริมฝีปากอิ่มเผยอออกให้ปลายลิ้นของเขาเข้ามาสำรวจได้ตามใจปรารถนา
เสียงหวานปลุกเสือร้ายในตัวของเขาให้ตื่นเพริด มืออีกข้างที่จับบั้นเอวเธอไว้ออกแรงเคล้นคลึงเบาๆ ก่อนเลื่อนขึ้นสูงจนกระทั่งถึงหน้าอกอวบ ฝ่ามือใหญ่เคล้นคลึงเต้าสล้างด้วยความพึงพอใจ นลินเป็นคนตัวเล็กแต่เธอกลับซ่อนรูปไม่เบา
ชายหนุ่มลูบไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของหญิงสาว บีบเฟ้นเนื้อนวลผ่านเดรสตัวบางของเธอ มือซุกซนของเขาปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด ไม่นานอกอวบภายใต้บราเซียก็เผยให้ภูมิได้ยล
ใบหน้าคมคายซุกลงบนเนินอกอิ่ม ปากร้อนดูดเม้มบนเนื้อนวลสร้างรอยสีกุหลาบไว้ทั่วกายขาว หญิงสาวแอ่นหน้าอกเข้าหาปากร้อนฉ่า ความร้อนลามเลียไปทั่วเรือนกาย ท้องน้อยของเธอบิดวนราวกับมีพายุลูกใหญ่ปั่นป่วนอยู่ในนั้น
“อ๊ะ พี่ภูมิ” เธอครางเสียงกระเส่า ร่างกายอ่อนระทวยใต้อาณัติของเขา
ดวงหน้าหวานแดงซ่าน เลือดลมในกายสูบฉีด หัวใจของเธอเต้นถี่ ทั้งตื่นเต้นทั้งรู้สึกดีในคราวเดียว
ร่างเพรียวถูกรวบขึ้นจนขาลอยไม่ติดพื้น ภูมินทร์ก้าวยาวๆ ไม่กี่ครั้งร่างของเธอก็ถูกวางลงบนเตียง
แผ่นหลังนุ่มสัมผัสกับเตียงเย็นเยียบเธอก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ แต่เพราะความช่ำชองของชายหนุ่มที่อยู่ด้านบน เขาจึงชักนำเธอให้คล้อยตามได้อีกครั้ง
ชั้นในของเธอหลุดติดมือเขาไปอย่างง่ายดาย เต้าอวบชูช่ออวดความงามสู่สายตาหื่นกระหาย ภูมิเลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเอง ก่อนก้มลงตวัดปลายลิ้นเลียยอดถันสีเรื่อเบาๆ เป็นการทักทาย
“อ๊ะ พี่ภูมิคะ…”
หญิงสาวครางกระเส่า เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงหวาน สัมผัสแปลกใหม่ที่เคยได้รับเป็นครั้งแรกทำเอาหญิงสาวขนลุกไปทั้งสรรพางค์
ร่างสะโอดสะองบิดเร่าตามแรงเร้า บิดเบียดร่างกายเข้าหากายใหญ่ เม็ดบัวสีสวยแข็งชันสู้ลิ้นร้อน ยามถูกกระหวัดเลียถี่ๆ เธอก็เสียวสะท้านไปทั้งร่าง
ดวงตาคู่งามปรือปรอย มัวเมาไปกับรสรักที่อีกฝ่ายมอบให้ เธอทำได้เพียงครวญครางเสียงหวาน เรียกชื่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า บ่งบอกว่ามีความสุขแค่ไหนที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา
กว่าจะรู้ตัว เบื้องล่างของเธอก็เปล่าเปลือย ชายหนุ่มจับเรียวขาของเธอแยกออก มือใหญ่ลูบลงบนเนินเนื้อสาวของเธอ ปลายนิ้วกรีดไปตามรอยแยกที่เบียดชิดกลางกายของเธอ
หญิงสาวตัวกระตุกเมื่อท้องนิ้วของเขาบดบี้ลงบนเกสรกลางกุหลาบงาม ชายหนุ่มหยอกเย้าส่วนอ่อนไหวนั่นจนหยาดน้ำหวานชุ่มโชกอาบนิ้ว
เสียงเฉอะแฉะคละเคล้าไปกับเสียงครวญครางของนลิน เอวบางส่ายร่อนไปตามสัญชาตญาณรับกับจังหวะที่นิ้วเรียวยาวขยับเข้าออก ช่องทางฉ่ำแฉะของเธอปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรก็กลืนกินนิ้วของเขาไปถึงสามนิ้ว
“พี่ภูมิ อ๊ะ อ๊า…ลิน เจ็บค่ะ”
เสียงหวานร้องท้วง หยาดน้ำตาเอ่อคลอ ความคับตึงบริเวณกลางกายมันมากเกินกว่าจะรับไหวจนหญิงสาวอยากถดเอวหนี แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะคนโตกว่าไม่ปล่อยให้เธอได้พักเลย
“อย่าเกร็ง ผ่อนคลายหน่อย”
เขาเอ่ยบอก น้ำเสียงไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนยามปกติ กระนั้นก็ไม่ได้หวานเชื่อมอย่างที่ควร
นลินพยายามปล่อยตัวไปตามธรรมชาติ ยามความเจ็บหายไปความกระสันซ่านก็เข้ามาแทนที่ ชายหนุ่มใช้นิ้วสำรวจหมุนคว้านไปทั่วช่องทางสดใหม่ ปลายนิ้วกระแทกย้ำจุดกระสันภายในจนเอวของเธอลอยไม่ติดเตียง
“อ๊ะ พี่ภูมิคะ พี่ภูมิ…”
นลินหวีดเสียงหวาน ส่งมือไปขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับย่นระบายความซาบซ่านที่ได้รับ
ช่องทางรักของเธอบีบรัดนิ้วของภูมินทร์ บ่งบอกว่าเธอจวนจะถึงฝั่งฝันแล้ว ชายหนุ่มไม่รอช้า เร่งส่งเธอให้ถึงจุดหมายโดยไว ไม่นานเสียงครางของเธอก็กลายเป็นหวีดร้อง ร่างกายแน่งน้อยกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาตนชุ่มโชกไปทั้งมือ
ท่าทางตอนเธอเสร็จสมออกมาเซ็กซี่จนคนมองคอแห้งผาก ภูมินทร์มองหญิงสาวที่ตัวอ่อนระทวยราวขี้ผึ้งลนไฟตาเป็นมัน ท่อนลำของเขาแข็งจนปวดหนึบ จำต้องส่งมือไปชักรูดมันผ่านกางเกง
ภูมินทร์ปลดกางเกงของตัวเองลง ปลดปล่อยแก่นกายที่คับพองแน่นกางเกงออกมาสูดอากาศด้านนอก แก่นกายใหญ่ดีดผึงออกมาทันทีที่เป็นอิสระ
หนุ่มรักอิสระหยิบเครื่องป้องกันที่เขามีเตรียมพร้อมเสมอออกจากกระเป๋ากางเกง เขาฉีกซองฟอยล์แล้วสวมถุงยางครอบลงบนแก่นกายที่แข็งเต็มที่
ชักรูดไม่กี่ครั้งเขาก็นำแก่นกายไปจ่อยังปากทางรักที่เขาเตรียมการจนพรั่งพร้อม ภูมิสัมผัสได้ถึงอาการสั่นนิดๆ จากคนตัวเล็กก็เงยหน้าขึ้นมองจึงพบว่าเธอมองเขาอยู่ก่อนแล้ว
ดวงตาใสกระจ่างมีทั้งความหวาดหลัวและกังวลฉายชัดอยู่ในนั้น แม้เธอจะเต็มใจแต่ก็อดกลัวไม่ได้อยู่ดี
“อย่าเกร็ง ถ้าเธอเกร็งจะยิ่งเจ็บ”
ถ้อยคำปลอบโยนที่ไร้ความอ่อนโยนจากชายหนุ่มปลุกความกล้าให้เธออย่างประหลาด
หญิงสาวผ่อนคลายตัวเอง ปล่อยตัวไปตามสัญชาตญาณ แม้ช่วงแรกที่แก่นกายใหญ่ชำแรกเข้ามามันจะเจ็บเหมือนจุดนั้นโดนฉีกกระชากเป็นเสี่ยงๆ แต่เมื่อผ่านพ้นความเจ็บไป เธอก็ได้พบพานกับสวรรค์รูปแบบใหม่
ความหฤหรรษ์แบบผู้ใหญ่ที่นลินไม่เคยพานพบมาก่อน ยามได้ร่วมประสบพร้อมคนที่รักสุดหัวใจเธอก็ยิ่งสุขสม หญิงสาวครวญคราง หวีดร้องออกมา ร่างกายกระตุกเร่า เสร็จสมออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนร่างกายอ่อนระทวย
คนด้านบนตอกตรึงตัวตนของเขาเข้ามาภายในช่องทางคับแน่น เน้นย้ำราวกับจะฝากฝังตัวตนไว้ในช่องทางรักของเธอตลอดไป ทุกสัมผัสของเขามันลึกซึ้งหากแต่ไร้ซึ่งความผูกพัน
เอวสอบขยับควบขี่อยู่บนร่างกายงดงามของเธออย่างหิวกระหาย กอบโกยความสุขจากร่างกายของเธอจนนลินแทบจะหมดสติคาอ้อมอกแกร่ง กระนั้นเธอก็มีความสุขจนล้นปรี่
“ฉิบ! ถุงแตก”
ในช่วงสุดท้ายหลังจากภูมิเสร็จรอบที่สอง อนุสติสุดท้ายของนลินได้ยินเสียงแว่วเข้ามาแผ่วเบา แต่เธอก็เหนื่อยเกินกว่าจะจดจำมันได้ เธอหลับใหลไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่รู้เลยว่าชีวิตเธอต่อจากนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
