บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

สิบสามปีก่อน

ภาพความเจ็บปวดในปัจจุบันค่อยๆ พร่าเลือน กลายเป็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ยังคงชัดเจนในความทรงจำของนลินเสมอมา

ในตรอกแคบๆ หลังโรงเรียนเอกชนชื่อดังซึ่งไม่คิดว่าจะมีสถานที่เช่นนี้ซุกซ่อนอยู่ กลิ่นอับชื้นและเสียงตะโกนด่าทอของเด็กเกเรสามคนที่ตัวโตกว่านลินมากกำลังล้อมหน้าล้อมหลังหาเรื่องเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมเพียงลำพัง

นลินในวัยแปดขวบสะอื้นฮักจนตัวโยน ผมเปียที่เคยเรียบร้อยบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เธอพยายามยื้อแย่งกระเป๋านักเรียนและตุ๊กตากระต่ายเน่าตัวโปรดคืนมา แต่มันกลับถูกโยนทิ้งลงไปในบ่อน้ำครำที่เน่าเหม็นต่อหน้า ต่อตา

“ฮือออ พวกคนใจร้าย ทิ้งกระเป๋าของลินทำไม”

เด็กหญิงร้องไห้จ้า นั่งทรุดลงกอดเข่าด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังที่เห็นกระต่ายตัวขาวตัวโปรดค่อยๆ จมลงในบ่อน้ำเสีย

“ยัยลูกคุณหนู สมน้ำหน้า! ถ้าให้เงินพวกฉันแต่แรกก็สิ้นเรื่อง”

หัวโจกของแก๊งเด็กเกเรหัวเราะร่าสะใจที่เห็นน้ำตาของเธอ พวกคนอื่นที่เห็นหัวหน้าตัวเองหัวเราะก็พลันหัวเราะตามไปด้วย

นลินทำได้แค่ปาดน้ำตาป้อยๆ คู้กายในดงเด็กอันธพาลพวกนั้นด้วยความหวาดกลัว ยิ่งพวกเขาหัวเราะมากเท่าไรน้ำตาเธอยิ่งหลั่งรินลงมามากเท่านั้น

แต่แล้ววินาทีที่ความสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามาทุกขณะ ใครคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมา

“เฮ้ย! ทำอะไรกันวะ!”

เสียงทรงพลังหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงในชุดนักเรียนมัธยมปลายชายล้วนที่กระโดดข้ามรั้วสังกะสีเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ภูมินทร์ในวัยสิบหกปีดูหล่อเหลาและดุดันกว่า เด็กวัยเดียวกันเพราะเขาเป็นเด็กตัวสูงและไหล่กว้าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เห็นเด็กตัวเล็กๆ ถูกรังแก ยิ่งเห็นว่าคนคนนั้นเป็นนลินน้องสาวข้างบ้านที่เขาเอ็นดูด้วยแล้วเด็กหนุ่มก็ยิ่งโมโหจนควันออกหู

เด็กมัธยมเลือดร้อนพุ่งเข้าใส่กลุ่มเด็กเกเรเหล่านั้นโดยไม่ลังเล หมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่ใบหน้าของหัวโจกจนมันล้มกลิ้ง เหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นหลังจากนั้น แม้ภูมินทร์จะถูกรุมแต่ความเก่งกาจและใจถึงของภูมิก็ทำให้พวกอันธพาลรุ่นจิ๋วกระเจิงหนีไปคนละทิศละทาง

เขายืนหอบหายใจ มุมปากมีรอยแตกและเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ภูมิหันกลับมามองเด็กหญิงที่ยังคงตัวสั่นเทาอยู่ที่พื้น เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหาแล้วคุกเข่าลงตรงหน้านลินเพื่อให้เธอไม่รู้สึกกลัวเวลาที่ตนเองเข้าหา

“ขี้แงเอ๊ย เลิกร้องไห้ได้แล้ว”

น้ำเสียงที่เขาใช้ในตอนนั้นมันช่างต่างจากตอนนี้เหลือเกิน ภูมิใช้มือใหญ่ที่เพิ่งผ่านการต่อสู้มาเช็ดน้ำตาที่แก้มของนลินอย่างเบามือที่สุด รอยยิ้มของเขาตอนนั้นอบอุ่นเหมือนแสงตะวันยามเช้าที่ส่องสว่างเข้ามาในโลกที่มืดมิดของเธอ น้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสายหยุดไปตั้งแต่เมื่อไรนลินก็ไม่รู้ตัว

“ไม่ต้องกลัวนะลิน พี่ภูมิอยู่นี่แล้ว พี่ภูมิจะปกป้องลินเอง ต่อไปนี้ใครหน้าไหนก็รังแกลินไม่ได้ทั้งนั้น”

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ในสายตาของนลินภูมินทร์ไม่ได้เป็นเพียงพี่ชายข้างบ้าน แต่เขาได้กลายเป็น

‘โลกทั้งใบ’ ของนลิน

เด็กหญิงเติบโตมาโดยมีภาพจำของผู้ชายที่แสนดีคนนี้เป็นหลักยึดเหนี่ยวใจ และนั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้นลินในปัจจุบันยอมทน และยอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรี เพราะเธอยังเชื่อมั่นเสมอว่า ลึกๆ แล้ว พี่ภูมิที่ แสนดีคนเดิมยังซ่อนอยู่ในตัวผู้ชายใจร้ายคนนี้ เธอแค่ต้องรอให้เขากลับมา

ปัจจุบัน

นลินยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ เธอจ้องมองเงาสะท้อนของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดวงตาแดงก่ำแต่ไร้น้ำตา หญิงสาวสมเพชตัวเองเหลือเกินที่ยอมลดคุณค่าของตัวเองลงมาถึงเพียงนี้เพื่อความรักที่มองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างจากปลายอุโมงค์

นลินล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดหวังเรียกสติของตัวเองคืนมา เธอไม่ได้อาบน้ำเพราะกลัวว่าแม่บ้านจะมาเสียก่อน คนตัวเล็กจัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ปรับสีหน้าให้ดูเข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ รอยยิ้มแห้งแล้งส่งให้ตัวเองหน้ากระจกเพื่อปลุกใจตัวเองให้เข้มแข็งอีกครั้ง

เธอเป็นคนประเภทที่แม้ใจจะแหลกสลาย แต่เธอจะไม่ยอมให้ใครเห็นความอ่อนแอในนาทีที่ควรจะยืนหยัดเด็ดขาด โดยเฉพาะกับคนไร้หัวใจอย่างภูมิมินทร์

เมื่อเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น นลินตั้งใจจะบอกลาเขาแล้วกลับไปใช้ชีวิตในโลกของเธอต่อ แต่เท้าทั้งสองข้างต้องชะงักกึกอยู่หลังกำแพง เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของภูมินทร์ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียง เขาไม่ได้อยู่คนเดียว เขากำลังคุยโทรศัพท์และเปิดลำโพงทิ้งไว้

ประตูที่ปิดไม่สนิททำให้หญิงสาวได้ยินบทสนทนาระหว่างเจ้าของห้องกับปลายสายได้ชัดเจน

[ไอ้ภูมิ เมื่อคืนกูเห็นรถน้องลินจอดที่คอนโดมึง มึงแอบกินเด็กข้างบ้านเหรอวะ ระวังคุณหญิงแม่มึงรู้ล่ะ บ้านแตกแน่] เสียงของ เตชินท์ เพื่อนสนิทของภูมินทร์ดังแว่วออกมา

นลินใจกระตุกวูบ เผลอกลั้นหายใจรอฟังคำตอบจากปากของคนที่เธอรักว่าจะพูดถึงผู้หญิงที่ยอมนอนกับตัวเองอย่างไร

ภูมิพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ ก่อนจะหัวเราะร่วน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและติดรำคาญจนคนฟังใจสั่นและเจ็บหนึบ

“บ้าเหรอวะ ยัยนั่นจืดชืดจะตาย น่ารำคาญอีกต่างหาก ชอบมาจุ้นจ้านชีวิตกูไม่เลิก ใครจะหลวมตัว ไปนอนด้วย”

เขาปดออกไปคำโต ทั้งเรื่องที่ไม่นอนกับนลิน และเรื่องที่เธอเป็นคนจืดชืด

ภูมินทร์รู้ดีกว่าใครว่าเธอไม่ได้เป็นแบบที่พูด ถึงจะไร้ประสบการณ์แต่ก็ทำให้เขารู้สึกพอใจอยู่ลึกๆ เพราะทรวดทรงของแม่คุณที่ตัวเล็กแต่ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ไหนจะแววตายั่วเย้า น้ำเสียงครางหวานหู สีหน้าตอนรู้สึกเสียวกระสันนั่นอีก แค่คิดอะไรๆ ในตัวของเขาก็เหมือนจะตื่นขึ้นมาอีกแล้วจนต้องอัดนิโคตินเข้าปอดอีกรอบ

[เออ ก็ดีไป กูนึกว่ามึงจะทิ้งลายไปหลงเด็กที่โตมาด้วยกันซะอีก] เตชินท์ตอบกลับมาขำ ๆ

“ระดับกู ไม่เอาเด็กนั่นแน่”

ภูมิเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอีโก้

“ไม่ใช่เด็กที่ตามตอแยไม่เลิกแบบนี้ มันไร้ค่าเกินไปว่ะ”

คำว่า ‘น่ารำคาญ’ พุ่งทะลุกลางใจนลินเหมือนหอกแหลมที่อาบยาพิษ มือที่จับชายเสื้อของเธอกำแน่นจนสั่นระริก ลมหายใจติดขัดเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอ แววตาที่เคยมีความหวังริบหรี่วูบดับลงในทันที เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง

นลินสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งเพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวด กลืนความขมขื่นลงคอไปอย่างยากลำบาก เธอจะไม่ร้องไห้ที่นี่ ไม่ใช่ต่อหน้าคำดูถูกพวกนี้

คนตัวเล็กก้าวออกมาจากมุมมืด ทำทีเป็นเพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนด้วยท่าทางปกติที่สุด ภูมินทร์รีบกดวางสายจากเพื่อนทันทีเมื่อเห็นเธอ เขาหันกลับมาปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เย็นชาและวางมาดขรึมเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เจ้าของห้องเดินไปที่โต๊ะหน้าโทรทัศน์หยิบกระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมของตนแล้วดึงธนบัตรปึกหนึ่งพร้อมกับบัตรเครดิตเสริม ยื่นมาตรงหน้าเธอด้วยท่าทางไม่ยี่หระ คนเด็กกว่ามองท่าทางนั้นด้วยความไม่เข้าใจ จนภูมินทร์ต้องคว้ามือเรียวของเธอมารับของในมือของเขา

“เอาไปสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาของลินเมื่อคืน อยากได้กระเป๋าหรือเครื่องสำอางอะไรก็ไปรูดเอา”

นลินมองเงินและบัตรในมือเขาด้วยสายตานิ่งงัน คำพูดที่ดูถูกเธอราวกับเป็นเด็กไซด์ไลน์สักคน ทำเอา หญิงสาวหน้าชา ความเจ็บปวดที่สะสมมานานถึงจุดอิ่มตัว แต่มันไม่ได้ระเบิดออกมาเป็นเสียงโวยวายหรือน้ำตาแม้แต่หยดเดียว แม้ใจของเธอจะแหลกสลายไม่มี ชิ้นดีแล้วก็ตาม

นลินค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วดันมือของภูมิออกเบาๆ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้นด้วยสายตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่สายตาออดอ้อนหรือยอมจำนน และเทิดทูนเหมือนที่หญิงสาวใช้มองเขามาตลอด แต่มันคือความเย็นชาที่เขาไม่เคยประสบมาก่อนจากคนตรงหน้า

“เก็บเงินของพี่ภูมิไว้เถอะค่ะ” น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่ชัดเจนทุกคำ

“ลินไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการ ลินมาที่นี่เพราะลินใจง่ายเอง”

ภูมินทร์ชะงักไปชั่วครู่ คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความแปลกใจ ท่าทีที่ดูเฉยเมยและเยือกเย็นผิดปกติของนลินทำให้เขารู้สึกใจหายวูบหนึ่งแบบที่อธิบายไม่ได้ ปกตินลินจะต้องทำหน้าเศร้า ทำตาแดงๆ หรืออ้อนวอนขออยู่ต่อเพื่อปรนนิบัติเขา แต่นี่เธอกลับดูไกลห่างออกไปอย่างไรชอบกล

ทั้งที่เขาคิดว่าเธอจะเรียกร้องให้เขารับผิดชอบเรื่องเมื่อคืนและทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจากเขาเสียอีก แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่คิด

“แต่หลังจากนี้ ลินจะไม่มารบกวนเวลาของพี่ภูมิอีกแล้วค่ะ”

ภูมิชะงักไปครู่หนึ่งกับคำพูดนั้น แต่ความหยิ่งยโสในตัวก็ผลักดันให้เขายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“ก็ดี โตแล้วพูดง่ายๆ แบบนี้แหละดี จะกลับก็ปิดประตูให้สนิทด้วย”

เขาหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนไปโดยไม่คิดจะหันมามองส่งเธอแม้แต่นิดเดียว ทิ้งให้ความเงียบปกคลุมห้องกว้างอีกครั้ง

นลินมองแผ่นหลังกว้างนั้นเป็นครั้งสุดท้าย

แผ่นหลังของฮีโร่ที่เคยปกป้องเธอ แผ่นหลังของผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ และแผ่นหลังของผู้ชายที่ทำลายเธอจนย่อยยับ เธอหมุนตัวเปิดประตูคอนโดและก้าวออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก

‘ลาก่อนค่ะ ฮีโร่ของลิน’

ประตูห้องปิดลงเบาๆ พร้อมกับความรักข้างเดียวซึ่งจบลงแล้วในเช้าวันนั้น

จากนี้นลินจะไม่สนใจเขาอีกแล้ว เธอจะตัดใจจากผู้ชายใจร้ายคนนี้ให้ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel