ตอนที่7
ธนินยังคงใช้ชีวิตปกติเช่นเดิมแม้จะเพิ่งผ่านช่วงเวลาที่เจ็บปวดมาหมาดๆ แต่เขาไม่สามารถทิ้งภาระหน้าที่ของตนเองไปได้ นัยน์ตาเศร้าใบหน้าหมองหม่นทำให้คนรอบข้างรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับปลายฟ้าที่ไปต่อกันไม่ได้
“เลิกกันจริงเลยเหรอพี่ฝน” พนักงานคนหนึ่งเอ่ยถามฝนทิพย์ผู้เป็นเลขาคนสนิทของผู้จัดการหนุ่มด้วยความอยากรู้
“อืม ครั้งนี้คงเลิกกันจริง” ฝนทิพย์ทำหน้าเศร้ารู้สึกเสียดายไม่น้อยที่เจ้านายกับคนรักไปต่อไม่ได้ทั้งที่พวกเขาดูรักกันมากก็ตาม
“ก็ว่าอยู่เห็นช่วงนี้คุณธันดูซึมๆ ไปเลย”
จากคนที่พูดน้อยอยู่แล้วกลายเป็นคนที่แทบจะไม่พูดเลยทำให้หลายๆ คนในออฟฟิศสังเกตเห็นถึงความผิดปกติได้อย่างเห็นได้ชัด
“คิดว่าจะได้แต่งงานกันซะอีก”
อรยาได้แต่ยืนฟังคนอื่นๆ คุยกันโดยไม่ออกความเห็นใดๆ สายตาของเธอกำลังจ้องมองเขาผ่านกระจกห้องทำงานที่มีเขากำลังก้มหน้าเซ็นเอกสารอยู่ เธออยากเป็นคนที่คอยให้กำลังใจเขา แต่คงทำได้แค่ยืนมองอยู่ไกลๆ
“อร ยัยอร”
“คะพี่ฝน” อรยาสะดุ้งตัวโยนเมื่อถูกรุ่นพี่คนสนิทเรียกเสียงดัง
“ยืนเหม่ออะไรอีกแล้วเนี่ย”
“เปล่าค่ะ พี่ฝนมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่จะถามว่าอรไปงานเอ้าท์ติ้งของบริษัทปีนี้หรือเปล่า”
“ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ เขาไม่ได้บังคับนี่คะ”
“ก็ไม่ได้บังคับหรอก แต่ไปเปิดหูเปิดตาหน่อยก็ดีฟรีด้วยนะ” ฝนทิพย์พยายามหลอกล่อให้รุ่นน้องไปด้วย
“อาจจะไปมั้งคะ”
“ไม่ต้องอาจจะ ต้องไปจ้ะเดี๋ยวพี่ไปลงชื่อให้ ผู้จัดการก็ได้ด้วยนะ แผนกเราไปกันหลายคนเลย”
“ผะ...ผู้จัดการก็ไปเหรอคะ”
“ใช่น่ะสิ เห็นบอกอยากลองไปดูบ้าง”
ทุกปีบริษัทจะมีงบประมาณให้พนักงานทุกแผนกไปเอ้าท์ติ้งเพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานเป็นเวลาสองวันหนึ่งคืนซึ่งธนินไม่เคยไปร่วมการเอ้าท์ติ้งเลยสักครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับเอ่ยปากที่จะไปด้วยทำเอาหลายคนอึ้งไปตามๆ กัน
“พออกหักแล้วอยากลองอะไรใหม่ๆ แหละมั้ง สรุปอรไปด้วยกันนะ ไปหลายๆ คนจะได้สนุกๆ” ฝนทิพย์มัดมือชกไม่รอให้อรยาได้ปฏิเสธ
“ค่ะ” อรยาตอบรับอะไรไม่ได้นอกจากตอบรับคำชวนของรุ่นพี่ไป หญิงสาวมองเขาจากระยะไกลด้วยความเป็นห่วงใจหนึ่งอยากเข้าไปปลอบให้เขาหายเศร้า แต่อีกใจก็รู้ตัวดีว่าไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น
เมื่อถึงเวลาไปเอ้าท์ติ้งของบริษัทที่พนักงานต่างรอคอย และก็มีไม่น้อยที่ไม่ลงชื่อมาด้วยเพราะบางคนไม่ได้ชอบงานสังสรรค์รื่นเริงซึ่งทางบริษัทก็ไม่ได้บังคับแต่อย่างใด หากใครที่ไม่ได้มาด้วยบริษัทก็มีสวัสดิการอื่นชดเชยแทนให้เช่นกัน
“เราช่วยถือนะ” นัทนนท์แผนกไอทีทีี่มาด้วยอาสาช่วยถือของที่อรยากำลังแบกอย่างทะลักทุเล
“ขอบคุณนะ”
การมาพักผ่อนของพนักงานริมหาดส่วนตัวเรียกได้ว่าเป็นที่ต้องการของหลายๆ คน โดยเฉพาะกับพวกผู้ชายที่มีนัดปาร์ตี้แอลกอฮอล์กันในคืนนี้
“เราไม่คิดว่าอรจะมาด้วย เห็นตอนแรกบอกจะไม่มาไง”
“โดนพี่ฝนมัดมือชกน่ะสิจะปฏิเสธก็ไม่กล้า ขืนบอกไม่มาเดี๋ยวก็งอนอีก” อรยาเล่าด้วยสีหน้าจริงจังราวกับเด็กที่กำลังฟ้องผู้ปกครอง
“ฮ่าๆ อรมาด้วยก็ดีแล้วได้เปิดหูเปิดตาบ้าง” นัทนนท์ที่ตอนแรกจะไม่มาเช่นกัน แต่กลับเปลี่ยนใจในสองวันสุดท้ายก่อนเดินทางเมื่อเห็นชื่อของอรยาอยู่ในผู้ร่วมทริปครั้งนี้ด้วย
“จริงๆ วันหยุดควรได้นอนพักยาวๆ นะ มาเอ้าท์ติ้งแบบนี้คิดว่าจะได้พักกันเหรอ” อรยาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอชอบเก็บตัวอยู่ในห้องช่วงวันหยุดเสียมากกว่าการมาอยู่กับคนกลุ่มใหญ่แบบนี้
“นานๆ ทีแหละเนอะ คิดซะว่ามาเที่ยวทะเลแล้วกัน”
“หวังว่าคืนนี้คงจะเลิกกันไม่ดึกนะ” คนตัวเล็กที่ไม่ค่อยชอบงานสังสรรค์กับคนเยอะๆ เริ่มหน้ามุ่ย เธอเป็นรุ่นน้องจะให้ปฏิเสธคำชวนของรุ่นพี่คนอื่นๆ ก็คงไม่ได้
ช่วงสายหรือเย็นเป็นเวลาพักผ่อนของทุกคนบางคนก็เลือกที่จะเช่ารถเพื่อไปขับชมรอบหาด บางคนก็เลือกที่จะเล่นน้ำหรือบางคนเลือกที่จะสิงร่างกับเตียงของโรงแรมไม่ยอมออกไปไหนเช่นเธอเป็นต้น
“นี่ไม่ได้ออกไปไหนเลยเหรอเนี่ย” ฝนทิพย์ที่เพิ่งกลับมาจากเล่นน้ำเอ่ยถามเพื่อนร่วมห้องอย่างอรยาที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงเช่นเดิม
“ข้างนอกมันร้อนนี่คะ นอนในนี้ก็ไม่แย่นะคะ” คนที่ไม่ค่อยชอบเข้าสังคมสบายใจกับการอยู่เงียบๆ ในพื้นที่ของตนเอง
“นี่มาเปลี่ยนที่นอนเฉยๆ หรือไง น้ำทะเลก็ไม่เล่นกับเขา”
“อรไม่ค่อยถนัดเรื่องแบบนี้นี่คะ”
“เอาเถอะๆ ยังไงคืนนี้ก็ต้องลงไปสังสรรค์กับทุกคนนะ” ฝนทิพย์ส่ายหน้าเอ็นดูความแบตอ่อนของคนตรงหน้าที่เรียกได้ว่าการอยู่กับคนจำนวนมากเป็นเร่ื่องใหญ่สำหรับอรยา
การไม่ค่อยเข้าสังคมของอรยาทำให้ฝนทิพย์ต้องพยายามชักชวนไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ เพื่อให้รุ่นน้องคุ้นชินกับคนอื่นๆ บ้าง แต่อรยาก็เป็นที่เอ็นดูของคนในแผนกเพราะไม่เคยมีปากเสียงกับใคร ใครพูดอะไรก็ตามน้ำไปกับเขาหมดจึงทำให้เธอไม่มีศัตรูในบริษัท
