ตอนที่8
ชายหาดเวลาหัวค่ำกลายเป็นที่สังสรรค์ของเหล่าพนักงานที่กำลังจัดเลี้ยงในช่วงเวลาพักผ่อนตามงบประมาณที่บริษัทให้อย่างคุ้มค่า อาหารมากมายถูกวางเรียงรายบนโต๊ะตัวยาวทั้งของคาว ของหวานและที่ขาดไม่ได้สำหรับงานนี้นั่นคือแอลกอฮอล์นานาชนิดที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้
“กินไรดีเบียร์หรือเหล้า?” ฝนทิพย์เอ่ยถามอรยาที่ยังยืนนิ่งไม่รินใส่แก้วเสียที
“เบียร์ก็ได้ค่ะ เหล้าเดี๋ยวแรงไป” เธอไม่กล้าปฏิเสธจึงดื่มตามมารยาท
เสียงหัวเราะเฮฮาของทุกคนบ่งบอกถึงความสุขที่ได้มาพักผ่อนผิดกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่แม้แต่จะยิ้มให้ใคร เขาได้แต่นั่งหน้านิ่งมองทุกคนด้วยแววตาเรียบเฉย มือข้างหนึ่งกระดกแก้วเหล้าลงคออย่างไม่กลัวว่าจะเมา เขาแค่อยากดื่มเพื่อให้ลืมช่วงเวลาแสนเศร้าเท่านั้น
“ผู้จัดการไม่ไปดื่มกับคนอื่นเหรอคะ” ฝนทิพย์เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายที่แยกตัวออกมานั่งคนเดียว
“ไม่ดีกว่าครับ คุณไปสนุกเถอะ” เขายกแก้วเหล้าชูให้เลขาคนสนิทดูก่อนจะกระดกมันลงคออีกครั้ง
สายตาคมเหม่อมองไปในทะเลที่มืดมิดราวกับหัวใจของเขาที่กำลังมืดหม่นในตอนนี้ หลังจากที่เลิกลากันในวันนั้นเขาไม่ได้เจอหน้าปลายฟ้าอีกเลย เธอให้คนมาเก็บของที่ห้องของเขาโดยที่ไม่มาด้วยตนเองจนเหมือนเธอได้ตัดเขาออกจากชีวิตได้อย่างง่ายดาย
“เฮ้อ!” ร่างหนาถอนหายใจเฮือกใหญ่พยายามไม่ทำให้ตัวเองเศร้าซึมไปมากกว่านี้
“คิกๆ ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ” เสียงหัวเราะคิกคักของใครบางคนทำให้ธนินหันไปมองอย่างสนใจ
“อรไม่เคยทำเหรอ”
“จะไปเคยทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ”
เสียงพูดคุยของชายหญิงเรียกความสนใจของเขาได้ไม่น้อย ธนินมองชายหญิงที่กำลังคุยอย่างกะหนุงกะหนิงจึงคิดว่าทั้งสองกำลังคบหาดูใจกันอยู่ ไม่นานชายหนุ่มตรงหน้าก็เดินกลับไปหากลุ่มเพื่อนของตนเอง ส่วนหญิงสาวขอแยกตัวออกมานั่งคนเดียวที่ชิงช้าริมชายหาดและเธอคงมองไม่เห็นเขาที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“มานั่งมืดๆ คนเดียวไม่กลัวหรือไง” เสียงทุ้มดังออกมาจากเงามืดทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งตัวโยน
“ตกใจหมดเลยค่ะ นั่นใครเหรอคะ” อรยาพยายามหรี่ตามองในความมืดเพื่อดูว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
“ฉันเอง” ธนินเดินเข้ามานั่งโต๊ะหินข้างเธอที่ยังว่างอยู่
“คุณธัน ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ” คนตัวเล็กที่ตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกที่ได้เจอเขาจึงยกแก้วในมือที่ถืออยู่ดื่มแก้เขิน
“ฉันนั่งตรงนี้ตั้งนานแล้ว เธอนั่นแหละทำไมมานั่งที่มืดๆ แบบนี้”
“ก็...ตรงนั้นคนเยอะเสียงดัง อรเลยอยากหาที่เงียบๆ น่ะค่ะ” อรยายกแก้วแอลกอฮอล์ดื่มไม่พักเพราะเธอเขินที่ได้อยู่กับเขาในระยะใกล้ๆ แบบนี้แบบสองต่อสองเป็นครั้งแรก
“ฉันก็คงเหมือนเธอแหละมั้ง หนีความวุ่นวาย”
“คุณธันไม่ชอบงานสังสรรค์เหรอคะ”
“อืม ฉันไม่ค่อยชอบที่เสียงดังน่ะ” ปกติเวลาไปงานสังสรรค์เขาไปเพราะความจำเป็น ถ้าหากเลือกได้คงเลือกปฏิเสธเสียดีกว่า
“งั้นเหรอคะ”
“เธอไม่ไปสนุกกับแฟนเธอหรือไง”
“แฟน?”
“ก็ผู้ชายที่อยู่กับเธอเมื่อกี้ไง”
“ไม่ใช่แฟนหรอกค่ะ” อรยารีบปฏิเสธทันควันกลัวเขาจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดกระทบหาดกับเสียงลมที่พัดพาใบใหม่ให้ไหวปลิว อรยาแอบลอบมองคนข้างๆ ที่ดูเศร้าจึงอดเป็นห่วงไม่ได้
“คุณธัน...โอเคไหมคะ” จู่ๆ เสียงหวานก็ตัดสินใจเอ่ยถามอย่างประหม่า
“เรื่องอะไร?”
“เรื่องคุณกับ...คุณปลาย” ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอกล้าถามเขาแบบนั้นอาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็เป็นได้
“ไม่โอเคก็ต้องโอเคนั่นแหละ ความรักก็แบบนี้แหละ”
“เสียใจด้วยนะคะ” เธอไม่รู้จะปลอบโยนเขาอย่างไรจึงทำได้แค่แสดงความเสียใจด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยราวกับเป็นคนโดนบอกเลิกเสียเอง
“ฮ่าๆ แค่เลิกกันไม่ได้ตายจากกันสักหน่อย” ธนินถึงกับหลุดหัวเราะร่าจนลืมความเศร้าไปชั่วขณะ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เขาได้หัวเราะแบบนี้
“หัวเราะทำไมเหรอคะ”
“ก็เธอทำหน้าเศร้าอย่างโดนบอกเลิกเอง”
“แล้วมันไม่น่าเศร้าตรงไหนล่ะคะ” อรยาที่เริ่มมึนๆ จากแอลกอฮอล์ที่ดื่มจึงทำให้กล้าเถียงเขากลับอย่างลืมตัว
“ฮ่าๆ เพราะเธอเลยฉันถึงได้หัวเราะแบบนี้อีก” มือหนายกขึ้นลูบหัวคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดูทว่าคนที่โดนลูบหัวกลับใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมา
“คุณธัน...” เสียงหวานเรียกชื่อเขาเบาๆ แล้วเงียบไป
สายตาหวานสบสายตากับเขาด้วยความไม่ตั้งใจ ธนินมองใบหน้าสวยที่อยู่ในระยะสายตาแล้วนิ่งไปสักพักราวกับพิจารณาบางอย่างอยู่ สายตาของเขาจดจ้องไปที่ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มของเธอไม่ละสายตา
“ไปที่อื่นกันไหม” จู่ๆ ร่างหนาก็ขยับเข้ามาใกล้เธอกว่าเดิมก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงกระเส่า
