บทย่อ
ในที่สุดก็ถึงวันที่เวลาของตัวแทนอย่างเธอจบลง คนที่เขารักและไม่เคยเปลี่ยนใจได้กลับมาอีกครั้ง เธอรู้อยู่แก่ใจมาตลอดว่าอย่างไรสุดท้ายเขาก็ต้องเลือกผู้หญิงคนนั้น
ตอนที่1
หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มผมสีน้ำตาลเข้มยาวตรงสลวย ริมฝีปากบางกระจับได้รูปสวยกำลังนั่งก้มหน้ากดแป้นพิมพ์อย่างขมักเขม้นเพื่อที่จะทำงานของวันนี้ให้เสร็จทันก่อนเวลาเลิกงาน
“น้องอรวันนี้อยู่ทำโอทีไหม” เสียงของเพื่อนร่วมงานทำให้เธอเงยหน้าขึ้นจากแป้นพิมพ์
“ดูเหมือนจะได้อยู่ค่ะพี่ฝน อรต้องเคลียร์เอกสารให้ฝ่ายจัดซื้อก่อนพรุ่งนี้ตอนเก้าโมง” อรยาทำหน้าซึมเพราะงานของเธอยังไม่เสร็จอีกทั้งเป็นช่วงใกล้เงินเดือนออกทุกคนในบริษัทจึงมีเอกสารที่ต้องจัดการกันจนวุ่นวายไปหมด
“ดีเลย งั้นออกโอวันนี้ไปกินหมูกระทะร้านเดิมกันไหม น้องต้นแผนกไอทีให้มาชวนน่ะ”
“อืม ก็ได้ค่ะพี่ฝนก็ทำโอเหรอคะวันนี้”
“ใช่สิ ก็วันนี้บอสไม่อยู่พี่เลยต้องเคลียร์เอกสารให้แทน”
“เป็นเลขาผู้จัดการนี่งานหนักเอาเรื่องเลยนะคะ” อรยาเห็นใจเพื่อนร่วมงานที่งานหนักกว่าเธอเป็นเท่าตัว เธอเป็นแค่พนักงานบริษัทตัวเล็กๆ ที่เพิ่งทำงานที่นี่ได้แค่ปีกว่าเท่านั้น
“เฮ้อ! ก็แค่ช่วงที่คุณธันไปดูงานต่างประเทศนั่นแหละ รายนั้นก็ขยันซะขนาดนั้นแล้วเมื่อไหร่จะได้แต่งงานสักที” ฝนทิพย์ผู้เป็นเลขาของผู้จัดการหนุ่มสุดหล่อประจำบริษัทอีกทั้งเขายังมีชื่ออยู่ในผู้ร่วมหุ้นบริษัทแห่งนี้อีกด้วย แต่ถึงจะมีชื่ออยู่ในผังบริหารแต่เขาก็ยังเลือกที่จะทำงานอยู่ตำแหน่งผู้จัดการเช่นเดิม
“แล้วคุณธันจะกลับวันไหนเหรอคะ” อรยาแทบหูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อของผู้จัดการแผนกเธอและยังเป็นคนที่ทำให้เธอตัดสินใจมาทำงานที่นี่อีกด้วย
“คงจะพรุ่งนี้แหละ เพราะเขาให้พี่จองร้านอาหารตอนเย็นไว้ให้ สงสารจะไปเดทกับคุณปลายแน่ๆ” ฝนทิพย์ผู้เป็นเลขาทำหน้ายิ้มๆ ให้กับความรักของเจ้านายและแฟนสาวที่คบกันมาหลายปี แต่ยังไม่มีวี่แววจะแต่งงานกันเสียที
“น่าอิจฉาจังเลยนะคะ” เสียงเบาหวิวเอ่ยออกมาจนแทบไม่ได้ยิน เธอรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่มีทางเอื้อมถึงคนอย่างเขา แต่ขอแค่ได้แอบมองอยู่ไกลๆ ก็ทำให้เธอมีแรงทำงานในแต่ละวันได้
อรยาเป็นแค่พนักงานที่ไม่ได้มีบทบาทสำคัญในบริษัทมากนัก ตำแหน่งของเธอไม่ได้ใหญ่โตเป็นแค่พนักงานตัวน้อยที่ทำงานรอวันเงินเดือนออกไปวันๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอเลือกมาทำบริษัทนี้ก็เพราะเขา...ธนิน ผู้จัดการหนุ่มสุดหล่ออีกทั้งยังเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยที่เธอเคยแอบชอบมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงตอนนี้
เธอรู้ว่าเขามีคนรักที่คบหากันมานานหลายปี เธอจึงทำได้แค่แอบมองเขามาตลอด ไม่เคยแสดงตัวตนให้เขารู้ว่าเธอคอยเป็นกำลังใจให้เขาเสมอมา และเขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากใช้ชีวิตในแต่ละวัน แต่สุดท้ายเขากับเธอก็แทบจะไม่มีโอกาสได้สนทนากันเลยสักครั้ง
เมื่อถึงเวลาเลิกงานพนักงานที่ทำงานล่วงเวลาเตรียมเก็บของเพื่อที่จะได้กลับไปพักผ่อน บางคนก็กลับไปหาครอบครัวที่รออยู่ที่บ้าน ส่วนอรยากับเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนมีนัดที่จะสังสรรกันในคืนนี้
“คืนนี้มีใครกินเบียร์บ้าง” เสียงของชายหนุ่มแผนกไอทีคนหนึ่งเอ่ยถามทุกคนที่จะไปสังสรรด้วยกัน
“คืนนี้พี่ขอบายนะจ๊ะ แค่หมูทะพอมีนัดสามีที่บ้านไว้” ฝนทิพย์รีบออกตัวคนแรกเพราะเธอไม่อยากเมาจนโดนสามีบ่นอีก
“โหพี่ฝน นิดหน่อยเอง”
“โนจ้ะ ครั้งก่อนแกบอกนิดหน่อยล่อไปสองลัง ฉันกลับบ้านไปโดนผัวด่าเลยไม่เอาแล้วโว้ย” ฝนทิพย์วีนแตกกลางวงรุ่นน้องในบริษัทที่มักจะไปสังสรรด้วยกันบ่อยๆ
“ครั้งก่อนมันติดลมนี่พี่ รอบนี้นิดหน่อยจริงเงินยังไม่ออกกินเยอะไม่ได้”
“ไม่เอา! ไปชวนเพื่อนๆ แกนู้น”
“ก็ได้ ไอ้นนท์ต้องมึงกับกูอีกตามเคย”
“วันนี้กูต้องขับรถกินเยอะไม่ได้นะ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อคมจนได้ฉายาเทพบุตรประจำแผนกไอทีเอ่ยขึ้นแต่ก็ไม่ปฏิเสธคำชวนของเพื่อน
“เยี่ยมมากเพื่อน อรกินด้วยไหมนานๆ ที”
“ดึกแล้วน่ะสิ เดี๋ยวเมาแล้วกลับลำบาก” อรยารู้ตัวว่าคออ่อนจึงขอปฏิเสธแม้จะอยากดื่มสักนิดหน่อยก็ตาม
“เดี๋ยวเราไปส่งก็ได้ บ้านเราไปทางเดียวกับหอพักอรนี่” นัทนนท์ที่นิสัยดีและหน้าตาดีจนได้ฉายาเทพบุตรประจำแผนกไอทีเอ่ยอย่างเป็นสุภาพบุรุษอาสาจะไปส่งอรยา
“นั่นดิ ไปๆ กินๆ” เพื่อนร่วมงานอีกคนสรุปให้เสร็จสรรพก่อนจะพากันไปสังสรรที่ร้านประจำที่มักจะไปด้วยกันบ่อยๆ
“ขอบคุณนะนนท์ เกรงใจจังให้ไปส่งทุกรอบเลย เดี๋ยวถ้าคืนนี้เราไม่เมาเดี๋ยวกลับเองดีกว่า”
“ไม่เป็นไรๆ เราต้องผ่านหอพักอรอยู่แล้วไปส่งนี่แหละดีแล้ว” ชายหนุ่มไม่ยอมให้เธอกลับเองด้วยความเป็นห่วง เพราะอรยาในสายตาเขาคือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่น่าทะนุถนอมจนเขาอยากจะดูแล
อรยาอายุไล่เลี่ยกับนัทนนท์แต่ด้วยความตัวเล็กจึงมักถูกชายหนุ่มคอยดูแลเอาใจใส่จนถูกคนรอบข้างเข้าใจผิดว่าทั้งคู่แอบคบหากันอยู่
“ชอบกุ้งใช่ไหม เราแกะให้” ชายหนุ่มอาสาแกะเปลือกกุ้งหลายสิบตัวจนเกลี้ยงแล้ววางบนจานให้เธออย่างมีน้ำใจ
“ขอบคุณนะ” คนตัวเล็กที่เริ่มหน้าแดงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่ยังคงมีสติหันไปขอบคุณคนข้างๆ ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบกุ้งตัวโตเข้าปากแล้วเคี้ยวแก้มตุ่ยอย่างน่าเอ็นดูจนคนข้างๆ หลุดอมยิ้ม
“สองคนนี้คบกันเปล่าเนี่ย” เพื่อนร่วมงานที่แอลกอฮอล์เริ่มเข้าเส้นเลือดเอ่ยถามเสียงดังทำให้ทุกคนบนโต๊ะหันมามองที่เธอเป็นตาเดียว
“มึงเมาแล้วไอ้วิทย์” นัทนนท์ส่ายหน้ามองเพื่อนอย่างเอือมระอา
“นั่นสิ คบกันอยู่หรือเปล่า” ฝนทิพย์เสริมทัพอีกคนเพราะสังเกตพฤติกรรมของทั้งคู่มาสักพักแล้วรู้สึกเอะใจ
“เปล่าค่ะพี่ฝน” อรยารีบปฏิเสธทันควันเพราะกลัวจะทำให้นัทนนท์อึดอัด
“มีแกะกุ้งให้กันด้วย”
“ผมมือเปื้อนอยู่แล้วก็เลยแกะให้จะได้ล้างทีเดียวไงครับ” ชายหนุ่มก็รีบแก้ต่างกลัวอรยารู้สึกอึดอัดใจเช่นกันที่โดนแซวแบบนี้
“ทำไมไม่แกะให้พวกกูบ้างวะ นั่งหัวโด่กันตั้งสามคนเนี่ย”
“แล้วมึงไม่บอกล่ะว่าจะกิน” นัทนนท์หยิบกุ้งมาแกะเปลือกแล้วยัดใส่ปากเพื่อนที่เมาแล้วเริ่มพูดมาก
เวลาของการสังสรรหลังเลิกงานจบลงทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านอรยาที่กรึ่มๆ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำได้แค่ยืนส่งยิ้มโบกมือร่ำลาคนอื่นๆ ขึ้นรถจากไปโดยที่นัทนนท์ยืนประกบอยู่ข้างๆ
“กลับกันเลยไหม”
“เรายังไม่ค่อยเมาเท่าไหร่ เรากลับเองก็ได้”
“ไม่เมาอะไรหน้าแดงแล้วเนี่ย เราไปส่งแหละดีแล้ว” ว่าจบก็จัดการจับคนตัวเล็กดันเข้ารถไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธอีกครั้ง
รถยนต์จอดหน้าหอพักที่อรยาอาศัยอยู่ คนตัวเล็กที่พอขึ้นรถก็หลับปุ๋ยถูกปลุกโดยคนขับรถที่ใจดีมาส่งเธอถึงที่
“อื้ม...”
“ถึงแล้วอร” เขาส่ายหน้ามองด้วยความเอ็นดูในความงัวเงียของเธอ
“อื้อ...ขอบคุณนะนัท เจอกันที่บริษัทพรุ่งนี้นะ”
“ไหวไหมเนี่ย?”
“สบายมาก ขับดีๆ นะ” อรยาโบกมือร่ำลาก่อนจะเดินเข้าตึกไปทันที นัทนนท์เห็นเธอเข้าไปจึงค่อยขับรถออกไป

