ตอนที่5
อรยานั่งทำงานด้วยความรู้สึกที่เหมือนถูกจ้องมองอยู่ตลอดจนรู้สึกขนลุกแปลกๆ ตั้งแต่ช่วงเช้า แต่เธอก็พยายามทำเป็นไม่สนใจและเมินเฉยเพราะงานตรงหน้ายังเหลืออีกเยอะที่ยังไม่ได้สะสาง
“มีอะไรหรือเปล่าคะผู้จัดการ” ฝนทิพย์ที่เห็นผู้เป็นเจ้านายกำลังจ้องใครบางคนแบบไม่กะพริบตาจึงอดสงสัยไม่ได้
“เปล่าครับ”
“แล้วจ้องใครเหรอคะ มีใครทำอะไรผิดหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีหรอกครับผมแค่สงสัยอะไรนิดหน่อยน่ะ”
“อะไรเหรอคะ ถามฝนได้นะคะฝนรู้เรื่องของทุกคนในแผนกหมดเลยค่ะ ใครกิ๊กใครรู้หมดเลยค่ะ คิกๆ” เลขาคนสนิททำท่าทีปิดปากหัวเราะอย่างพอใจกับความสามารถของตนเอง
“รู้จักพนักงานที่ชื่ออรหรือเปล่า”
“น้องอรน่ะเหรอคะ รู้จักสิคะค่อนข้างสนิทกันด้วยค่ะ”
“คุณฝนสนิทกับเธอด้วยเหรอ” ธนินยิ่งคิ้วขมวดแม้แต่เลขาคนสนิทของเขายังรู้จักแถมสนิทอีกด้วย แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยเห็นเธอในออฟฟิศเลย
“ค่ะ น้องอรน่ารักนะคะ นิสัยก็ดีด้วยคุณธันมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ แค่ไม่ค่อยเห็นเธอในออฟฟิศเลยน่ะ”
“จะไม่อยู่ได้ยังไงล่ะคะ รายนั้นแทบจะไม่เคยลางานเลยมั้งคะ แต่คุณธันมัวแต่ทำงานอาจจะไม่ได้สังเกตก็ได้ค่ะ”
“คงงั้นมั้งครับ แต่ก็รู้สึกคุ้นหน้าอยู่นะ” ธนินพึมพำเสียงเบาๆ ยังไม่หายแคลงใจเสียที
“อ๋อลืมไป น้องอรจบจากที่เดียวกับผู้จัดการด้วยนะคะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะคณะเดียวกันเลยค่ะ” ฝนทิพย์เปรียบเสมือนคลังเก็บข้อมูลของทุกๆ คนในออฟฟิศ
ธนินนิ่งไปสักพักก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดที่ตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องไปสนใจพนักงานในแผนกของตนเองขนาดนั้นด้วย แต่พอจะหยุดคิดจู่ๆ ภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่เลือนรางหายไปจากความทรงจำก็ได้แล่นเข้ามาในหัว
“หรือจะเป็นรุ่นน้องคนนั้นนะ” ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงวันรับปริญญาของตนเองที่มีรุ่นน้องเอาของขวัญมาให้ทั้งที่เขาไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน อีกทั้งยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้พูดคุยทำให้เขาหลงลืมเธอไปแล้ว แต่แล้วเขาก็ผุดคิดขึ้นมาได้อีกครั้ง
“อะไรเหรอคะ”
“ไม่มีอะไรครับ ไปทำงานได้แล้วครับคุณฝน”
“ค่ะๆ แล้วกลางวันนี้จะให้ฝนจองร้านอาหารที่ไหนไหมคะ”
“ไม่ต้องครับ วันนี้ผมจะกินที่โรงอาหารบริษัทนี่แหละง่ายดี”
“หืม? วันนี้มาแปลกนะคะ คุณปลายไม่ว่างเหรอคะ”
“คงงั้นมั้งครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทำให้เลขาคนสนิทรู้ได้ในทันทีว่าเจ้านายกับคนรักกำลังไม่ลงรอยกันอยู่เป็นแน่
ธนินหยิบโทรศัพท์ที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ส่งหาแฟนสาวตั้งแต่เช้า แต่ยังคงไร้การตอบเสียทีไม่มีแม้แต่การเปิดอ่านจากเธอ เขาจึงทำได้แค่รอให้เธออารมณ์ดีขึ้น
ถึงเวลาพักกลางวันพนักงานทยอยกันไปพักตามอัธยาศัยบางคนเลือกที่ออกไปกินร้านอาหารด้านนอก แต่ก็มีไม่น้อยที่เลือกกินที่โรงอาหารของบริษัท เพราะเป็นสวัสดิการของบริษัทจึงไม่ต้องเสียเงินเหมาะสำหรับคนที่กำลังประหยัดเงินช่วงเงินเดือนยังไม่ออก
“พี่ฝน วันนี้ไม่ไปกินข้างนอกเหรอคะ” อรยาเห็นฝนทิพย์ที่กำลังเลือกอาหารอยู่จึงแปลกใจเพราะปกติรุ่นพี่ที่ทำงานคนนี้มักจะออกไปกินกับเพื่อนด้านนอกบริษัท
“เปลี่ยนบรรยากาศบ้างสิ”
“ดีเลยค่ะอรได้มีเพื่อนนั่งด้วย” คนตัวเล็กเผยรอยยิ้มกว้างดีใจที่ไม่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันควันเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาในวงสนทนาของพวกเธอ
“คุยอะไรกันครับสองสาว” เสียงทุ้มเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร
“ไม่มีอะไรค่ะคุณธัน งั้นไปนั่งด้วยกันเลยเนอะ” ฝนทิพย์ที่ไม่อยากนั่งกินข้าวกับผู้เป็นเจ้าแค่สองคนจึงถือโอกาสชวนอรยามานั่งด้วยกัน เพราะไม่งั้นเจ้านายของเธอคงคุยเรื่องงานไม่จบไม่สิ้นแม้แต่ในช่วงพักกลางวัน
“ดีครับ นั่งหลายๆ คนจะได้ไม่เหงา”
“คือ...”
“ไปๆ ไปนั่งตรงนู้นดีกว่า” ว่าจบฝนทิพย์ก็จูงมือคนตัวเล็กไปโดยไม่ฟังคำปฏิเสธของเธอ
อรยาที่ไม่กล้าขัดได้แต่ตามน้ำรุ่นพี่อย่างฝนทิพย์แม้ว่าเธอจะไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับธนินเลยก็ตาม เมื่อได้ที่นั่งเธอพยายามทำเป็นไม่สนใจเขาทั้งที่ในใจของเธอตอนนี้เต้นรัวราวกับคนตีกลอง
“พี่ลืมหยิบตะเกียบมา เดี๋ยวพี่มานะ” ฝนทิพย์ลุกจากโต๊ะทิ้งให้รุ่นน้องที่ไม่ค่อยพูดอยู่กับผู้เป็นเจ้านายแค่สองคน
“นี่เธอ”
“คะ?” อรยาขานรับด้วยความตกใจแต่ยังทำใจดีสู้เสือส่งยิ้มบางๆ ให้เขา
“เห็นฝนทิพย์บอกว่าเธอจบจากที่เดียวกับฉันงั้นเหรอ”
“คงงั้นมั้งคะ” คนตัวเล็กแสร้งทำเป็นไม่รู้
“ที่แท้ก็เป็นรุ่นน้องฉันนี่เอง ชื่ออรสินะ” เขาจำได้เพราะเธอเพิ่งจะบอกชื่อตนเองเมื่อเช้า
“คะ...ค่ะ” หญิงสาวคิ้งขมวดแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าเขาจะเอ่ยชื่อเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อของเธอ
“ตอนนี้รู้จักกันแล้วนะ ไม่ต้องเกร็งหรอกคิดซะว่าฉันเป็นรุ่นพี่คนหนึ่งก็ได้” ธนินไม่อยากให้เธอแบ่งแยกเขาเป็นเจ้านายกับลูกน้อง เขาจึงทำท่าทีสบายๆ กับเธอ
ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ อรยากำลังตกตะลึงที่จู่ๆ ก็ได้พูดคุยกับเขาแถมเขายังจำชื่อเธอได้ทั้งที่เขาจะไม่สนใจเธอเลยก็ได้
“แต่ฉันว่าฉันเคยเจอเธอนะ” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาทำให้คนตรงหน้าเงยหน้าสบตาโดยไม่รู้ตัว
“อาจจะเคยเจอในออฟฟิศมั้งคะ”
“ไม่น่าใช่นะ เธอเคย...” ธนินยังไม่ทันได้ถามในสิ่งที่ข้องใจก็ต้องโดนขัดด้วยเสียงของฝนทิพย์ที่เพิ่งกลับมา
“อรพี่ซื้อผลไม้มาเผื่อด้วย”
“ขอบคุณค่ะพี่ฝน” อรยาได้กลับมาหายใจหายคออีกครั้งเมื่อฝนทิพย์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เธอกลัวเขาจะจำได้และไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรถ้าหากเขาถาม
ครืด~ เสียงโทรศัพท์ที่ถูกคว่ำหน้าไว้ดังขึ้น ธนินรีบหยิบขึ้นมาดูด้วยความร้อนรน พอเห็นว่าเป็นคนรักโทรมาเขาจึงลุกจากโต๊ะไปรับโทรศัพท์ทันที
“สงสัยคงเป็นสายจากคุณปลายแน่ๆ ถึงได้รีบร้อนแบบนั้น”
“...” อรยาได้แต่นั่งเงียบสายตามองไปที่เขากำลังคุยกับคนรักในสาย
“เหมือนจะทะเลาะกันด้วยมั้ง วันนี้พี่เห็นคุณธันจ้องโทรศัพท์ทั้งวันเลย” ฝนทิพย์สังเกตเจ้านายแทบไม่ห่างจากโทรศัพท์ชอบหยิบขึ้นมาดูแทบทุกห้านาที
“เดี๋ยวเขาก็คงดีกันค่ะ”
“นั่นสิ คู่นี้ทะเลาะกันได้ไม่นานหรอก”
หญิงสาวทำได้แค่มองเขาจากระยะที่สายตายังพอมองเห็น เธอรู้ตัวดีว่าควรอยู่จุดไหนเธอจึงไม่เคยทำให้เขารู้ว่าเธอมีตัวตน เธอแค่อยากมองเขาเท่านั้น
