บท
ตั้งค่า

ตอนที่4

ชายหนุ่มนั่งจ้องคนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ริมฝีปากคลี่ยิ้มสายตามองเธอจนอีกฝ่ายที่ถูกจ้องเริ่มรู้สึกตัวจึงวางช้อนลงทันควัน

“เป็นอะไรคะธันจ้องหน้าปลายอยู่ได้”

“แฟนใครเนี่ยสวยจัง” ธนินเอ่ยชมหญิงสาวที่เขารักอย่างไม่ปิดบัง ปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในสายตาเขา

“ชมอีกแล้ว ปลายก็เขินเป็นนะคะ” ปลายฟ้าเขินจนแก้มขึ้นสีแดงเมื่อถูกคนรักชม

“ก็สวยจริงนี่นา”

“พอแล้วค่ะ ปลายจะตัวลอยแล้ว”

“มีแฟนสวยก็ต้องชมสิ”

“ไม่คุยด้วยแล้ว” เธอก้มตักอาหารเข้าปากแก้เขิน แม้จะคบกันมานานแต่ก็ยังเขินอยู่ทุกทีเวลาถูกเขาชมแบบนี้

“อาหารอร่อยไหม”

“อร่อยค่ะ”

ธนินมองคนรักที่กำลังเคี้ยวอาหารที่ชอบอย่างเอร็ดอร่อย ร้านอาหารสุดหรูคือร้านโปรดของปลายฟ้าเขามักจะจองร้านนี้ทุกวันสำคัญของทั้งคู่จนกลายเป็นร้านโปรดของพวกเขาทั้งสองคน

“ธันคะ คุณพ่อเริ่มถามถึงงานแต่งของเราแล้วนะคะ”

“...” จู่ๆ หัวข้อสนทนาที่ไม่คาดคิดก็ถูกเอ่ยขึ้นมาทำให้ธนินนิ่งไปสักพัก

“คุณพ่อท่านถามว่าเมื่อไหร่เราจะแต่งงานกัน เรากํคบกันมานานแล้วนะคะ”

“คือว่า...”

“ธันไม่อยากแต่งงานกับปลายเหรอคะ” หญิงสาวถามเขาให้แน่ใจเมื่อเห็นเขาดูลังเล

“ปลายไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่ผมไม่อยากแต่งงานกับคุณนะ” ธนินรีบอธิบายให้คนรักเข้าใจก่อนที่เธอจะเข้าใจผิดไป

“ทำไมเวลาพูดเรื่องงานแต่งธันต้องทำเหมือนลังเลทุกที”

“ผมแค่อยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน ปลายก็รู้ว่าผมแทบไม่ได้หยุดพักเลย”

“ปลายรู้ค่ะว่าธันบ้างาน แต่นี่มันอนาคตของเรานะคะธัน”

“ก็เพราะอนาคตของเราไงปลายผมถึงอยากทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง อยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย” คนที่บ้างานเป็นชีวิตจิตใจอยากที่จะสะสางงานทุกอย่างให้จบก่อนที่จะมีงานวิวาห์ขึ้น

“ปลายต้องรออีกแล้วเหรอคะ”

“ผมขอโทษนะ ผมจะรีบทำทุกอย่างให้เรียบร้อย” ธนินยังไม่ได้บอกอีกหนึ่งเรื่องสำคัญให้คนรักรู้นั่นคือเขาอาจจะต้องไปคุมงานสาขาที่ต่างประเทศภายในปีนี้ ที่จริงเขาตั้งใจจะบอกเรื่องนี้ให้เธอรู้วันนี้ แต่ดูเหมือนสถานการณ์ตอนนี้เขายังไม่ควรพูดออกไป

ที่เขากลายเป็นคนที่บ้างานขนาดนี้นั่นก็เพราะเขาต้องการให้ผู้้เป็นพ่อเห็นว่าเขาสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองไม่ใช่เพราะเป็นทายาทตระกูลดัง ธนินแยกออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบผิดกับนพี่น้องของเขาที่ยังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ของตระกูล

ดินเนอร์แสนโรแมนติกถูกแปรเปลี่ยนเป็นบรรยากาศที่เริ่มมาคุ เสียงดนตรีเพราะๆ บรรเลงภายในร้านไม่ได้ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดีขึ้นเลย ธนินรู้ทันทีว่าเขาทำให้วันครบรอบของเธอกับเขาพังเละไม่เป็นท่า

“คืนนี้ค้างที่คอนโดผมนะ”

“ไม่ค่ะ พรุ่งนี้ปลายมีงานเช้า” ปลายปฏิเสธเสียงเรียบ หากเป็นปกติเขากับเธอคงได้แสดงความรักกันตลอดทั้งคืนทว่าคืนนี้เธอรู้สึกหมดอารมณ์เสียแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ งั้นพรุ่งนี้เช้าผมมารับปลายนะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ปลายขับรถไปเองได้รบกวนธันเปล่าๆ”

“ปลาย ผมขอโทษเราคุยกันดีๆ เถอะนะ” ธนินสังเกตถึงพฤติกรรมแฟนสาวที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ร้านอาหารจนถึงบนรถ เธอไม่แม้แต่จะสบตาเขาด้วยซ้ำแถมยังทำเมินบางคำพูดของเขาอีกด้วย

“ปลายเข้าใจทุกอย่างแล้วค่ะ ธันไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว”

“ผมบอกแล้วไงจะรีบสะสางทุกอย่างให้จบ”

“รู้แล้วค่ะ ธันอยากทำอะไรก็แล้วแต่เลยค่ะยังไงปลายก็ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว” ปลายฟ้าประชดประชันก่อนจะเปิดประตูลงจากรถทันทีที่ถึงหน้าบ้านของตนเอง เธอไม่คิดจะกอดร่ำลาคนรักเลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มขับรถกลับถึงคอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางเมืองที่เขาทำงานซื้อด้วยตนเองโดยไม่ขอเงินที่บ้านแม้แต่บาทเดียว เมื่อถึงห้องร่างหนาก็ทรุดร่างทิ้งตัวที่เตียงอย่างหมดแรง เหนื่อยงานยังพอรับมือไหวแต่กลับรู้สึกเหนื่อยใจกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นจนไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร

“เฮ้อ! หรือเราจะแต่งให้มันจบๆ” เขานอนก่ายหน้าผากคิดอยู่นานสองนานถึงการแต่งงานที่ถูกคนรักคาดคั้นถามอยู่ตลอด ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากแต่งกับเธอแต่เพราะตอนนี้เขาแค่ยังรู้สึกไม่พร้อมเท่านั้น

เช้าวันใหม่หญิงสาวตัวเล็กที่มาทำงานเวลาเดิมทุกวันกำลังสแกนลายนิ้วมือเพื่อระบุเวลาเข้างานก่อนที่ขาเรียวจะก้าวฉับๆ ไปที่ลิฟต์เตรียมจะขึ้นไปยังชั้นที่เป็นออฟฟิศแผนกของเธอ ระหว่างรอลิฟต์อรยายืนก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือจึงไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนมายืนข้างเธอ

“ขึ้นลิฟต์หรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มเข้มแสนคุ้นหูทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ

“คะ...ค่ะ” คนตัวเล็กตอบตะกุกตะกักด้วยความตกใจไม่คิดว่าคนที่ยืนข้างเธอตอนนี้จะเป็นคนที่เธอแอบชอบมาตลอดหลายปีอีดทั้งเวลานี้ยังมีแค่เธอกับเขาอีกด้วย

“ชั้นไหนครับ” ชายหนุ่มถามผู้ร่วมเดินทางเพื่อแสดงความมีน้ำใจกดลิฟต์ให้เธอ

“ชั้นเจ็ดค่ะ”

“หืม? เป็นคนแผนกฉันเหรอเนี่ย” ธนินชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ ที่มัวแต่ยืนก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้าตั้งแต่เข้ามาในลิฟต์

“ค่ะ”

“ชื่ออะไร ทำไมไม่เคยเห็นหน้าเลย”

“อรค่ะ”

“พนักงานใหม่เหรอ ทำมานานหรือยัง?”

“ปะ...ปีกว่าแล้วค่ะ” อรยายังคงกล้าๆ กลัวๆ เช่นเดิมไม่คิดว่าจะได้สนทนากับเขาสองต่อสองแบบนี้

“ปีกว่าก็นานแล้วน่ะสิ” ธนินขมวดคิ้วสงสัยเขาคิดว่าตนเองจำหน้าคนในแผนกได้ทั้งหมด แต่ทำไมถึงไม่เคยเห็นหญิงสาวคนนี้เลย

“ถึงแล้วค่ะผู้จัดการ” คนตัวเล็กรีบเปลี่ยนเรื่องผายมือเชิญให้เขาออกจากลิฟต์ไปก่อน เมื่อเขาเดินออกไปเธอถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

“นี่! เธอน่ะ”

“คะ” เธอรีบขานรับด้วยความตกใจจนเผลอสบตากับเขาเข้าอย่างไม่ตั้งใจ

“...” ธนินเงียบหายไปไม่พูดอะไรต่อเพราะรู้สึกคุ้นหน้าเธอขึ้นมาแล้ว ไม่ได้คุ้นที่เธอเป็นพนักงานในบริษัทแต่รู้สึกคุ้นเหมือนว่าเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้

“ถ้าไม่มีอะไรอรขอตัวไปทำงานนะคะ”

“อืม” เขาลืมเรื่องที่จะพูดกับเธอไปจนหมด แต่สายตายังคงจ้องมองเธอเดินไปจนถึงโต๊ะทำงานของเธอก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดแล้วเดินไปที่ห้องทำงานของตนเองที่อยู่ด้านใน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel