บทที่ 7 ประทานสมรส
หมูเนื้อทอดจัดใส่ใบตองแห้งห่อกระดาษอีกชั้น ทำได้หลายสิบห่อ หมูฝอยหวานกรอบจัดใส่โหลปิดฝาให้สนิทไม่ให้ลมเข้าเดี๋ยวหมูฝอยจะไม่กรอบ หอมเจียวทอดกรอบห่อใบตองแห้งวางไว้ในโหลเดียวกับหมูฝอยเพราะต้องกินด้วยกัน ปลาตัวเล็กแดดเดียวทอดเกลือจัดใส่โหลปิดฝาเช่นเดียวกับหมูฝอยจะได้กรอบนาน
“เอาไปกินที่โน่น แบ่งทหารคนอื่นด้วย ข้าทำเผื่อไว้เยอะเลย” ชิงเยียนกล่าวหลังจัดของขึ้นรถหลังเข็นเรียบร้อยแล้ว
จางเจียงเฉินยืนอยู่ข้าม้าศึกคู่กาย “ขอบใจเจ้ามาก” เขากล่าวพร้อมโอบกอดร่างอวบอ้วนของน้องสาว
“ไว้ข้าจะทำส่งไปให้อีก” ชิงเยียนอยากช่วยทหารที่อยู่ชายแดนเพียงเล็กน้อยก็ยังดี
เจียงเฉินกอดล่ำลาทุกคนก่อนขึ้นหลังม้า เดินนำขบวนเคลื่อนออกจากประตูจวน
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ชิงเยียนเดินดูบริเวณจวนอีกครั้ง บริเวณด้านหน้าด้านข้างบ่าวไพร่ดูแลสะอาดสวยงาม แต่ด้านหลังจวนมีที่วางผืนใหญ่ ปล่อยให้หญ้าขึ้นรกน่าเสียดาย
“คุณหนูจะทำอะไรขอรับ” อาฮงเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้านายตัวอ้วนถือมีดดายหญ้าเดินไปด้านหลังจวน
“ออกกำลัง” เด็กสาวตอบยิ้มๆ พอถึงพื้นที่เป้าหมายลงมือถางหญ้าทันที
“คุณหนูอย่าขอรับ” อาฮงรีบเข้ามาห้าม “ให้บ่าวไพร่มาช่วยทำเถอะขอรับ”
“อื่อ..ก็ดีเหมือนกัน งั้นพี่ไปตามผู้ชายมาสักสองสามคนมาช่วยกันจะได้เสร็จไวๆ”
“ขอรับ” อาฮงขานรับรีบวิ่งไปตามบ่าวมาช่วยทันที
ระหว่างรอชิงเยียนก็ไม่ได้หยุดมือ นางยังคงถางหญ้าไปเรื่อยๆ ร่างกายที่อวบอ้วนทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย เหงื่อออกมากกว่าปกติ มืออวบอูมที่ไม่เคยทำอะไรเลยตอนนี้เริ่มเจ็บ
“มาแล้วขอรับ” อาฮงพาบ่าวผู้ชายมาช่วยสามคน
“ลุยเลย” ชิงเยียนเอ่ยปาก ทุกคนลงมือถางหญ้าอย่างแข็งขัน ตัวชิงเยียนเองก็ไม่หยุด นางยังถางหญ้าไปเรื่อยๆ
ผ่านไปไม่ถึง 2 ชั่วยาม หญ้าถูกถางจนหมด ชิงเยียนหยิบไม้ปักเป็นอาณาเขต แบ่งเป็นแปลง ก่อนกล่าวกับบ่าวทั้ง 3 คน
“พวกเจ้าช่วยข้าขุดตรงนี้ไปถึงตรงโน้น ข้าเอาไม้ปักเป็นเขตไว้ให้แล้ว แบ่งกันขุดคนละแถว ลองดูซิว่าจะเสร็จก่อนค่ำไหม ลุยเลยพวก” คำกล่าวสุดท้ายฟังแล้วเหมือนนักเลงยกพวกตีกัน บ่าวทั้งสามอมยิ้มขณะลงมือขุดตามพื้นที่ที่แบ่ง
“พี่ให้ใครช่วยยกถังน้ำมาให้หน่อย ทำงานทั้งวันหิวน้ำจะแย่ เอาขนมติดไม้ติดมือมาด้วยนะพี่” ชิงเยียนบอกอาฮง
“พักกินน้ำก่อน” เจ้านายตัวอ้วนเรียกบ่าวสามคน เมื่ออาฮงยกถังน้ำมาให้ บ่าวทั้งสามมองหน้ากันก่อนหยุดมือเดินมาตักน้ำดื่ม
“กินขนมด้วยจะได้มีแรงทำงาน” ชิงเยียนยกจานขนมให้บ่าวแบ่งกันกิน บ่าวทั้งสามกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย พวกเขาไม่เคยได้กินขนมแบบนี้เลยตั้งแต่เกิด เงยหน้ามองเจ้านายตัวอ้วนอย่างซาบซึ้ง ซึ่งนางไม่ได้มองพวกเขา มัวแต่มองผืนดินที่ขุดเป็นแปลงได้เกินครึ่งแล้ว
“พวกเจ้าเก่งจริงๆ แป๊บเดียวขุดได้เกินครึ่งแล้ว สุดยอดมาก” คำชมมาพร้อมนิ้วโป้งชูให้บ่าวทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มพอใจ ทำให้บ่าวทั้งสามคนยิ้มรับก่อนลุกขึ้นไปทำงานต่อ
บ่าวทั้งสามคนทำงานขุดดินตรงหน้าไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เจ้านายตัวอ้วนดูแลเอาใจใส่พวกเขาอย่างดี มีน้ำให้ดื่ม มีขนมให้กิน มีคำชม และความเป็นกันเอง ผิดไปจากอดีต
ชิงเยียนนั่งอยู่ในห้อง นมเหยากับอาจูช่วยกันใช้ผ้าพันมือทั้งสองข้างของนาง “ข้าไม่เป็นอะไร นิดหน่อยเอง”
“นิดหน่อยอะไรเจ้าค่ะ นี่ถ้าอาฮงไม่บอกให้นมช่วยทำแผล คุณหนูจะบอกนมไหมเจ้าค่ะ”
“บอกซิ” ชิงเยียนกล่าว ทั้งที่ใจค้าน ‘บอกก็โดนบ่นแบบนี้ไง’
วันรุ่งขึ้นชิงเยียนให้บ่าวผู้ชายสามคนเดิม เอาปุ๋ยคอกโรยหน้าดินขุดผสมกันแต่ละแปลงทิ้งไว้
“อีกสัก 5 วัน เราค่อยเอาเมล็ดผักมาปลูกกัน” เจ้านายหัวอ้วนบอกบ่าวทั้งสามคน
ชิงเยียนตื่นแต่เช้า ดูบ่าวไพร่ทำงาน บางคนทำงาน บางคนไม่มีอะไรทำ ดูแล้วคนมากกว่างาน ถึงบ่าวไพร่พวกนี้ไม่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้ แต่ก็ต้องกินต้องใช้ของในจวนทุกวัน ทรัพย์สมบัติดั้งเดิมก็ต้องลดน้อยลง ท่านพ่อกับท่านพี่ได้เบี้ยหวัดสักเท่าไหร่กัน กระทั่งตัวนางเองก็ไม่มีอะไรทำ มันน่าเบื่อจะตาย
“คุณหนู นายท่านให้มาเชิญเจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้วิ่งมาตาม
ชิงเยียนเดินเข้าไปในห้องโถงที่ท่านพ่อนั่งรอ ฝั่งตรงข้ามมี บุรุษท่าทางตุ้งติ้งนั่ง มีทหาร 6-7 คน ยืนอยู่ด้านหลัง
“ท่านขันทีนางมาแล้วขอรับ” ห่าวอู๋รีบกล่าวอย่างนอบน้อมเมื่อเห็นบุตรสาวเดินเข้ามา
“ในเมื่อเจ้ามาแล้ว รับราชโองการ” ขันทีเฒ่าลุกขึ้นยิ้มกล่าวเสียงหวาน พร้อมกับคลี่ม้วนผ้าเปิดออก
“คุกเข่า” ห่าวอู๋รีบบอกขณะตัวเองคุกเข่า ชิงเยียนคุกเข่าตาม ‘เหมือนในหนังเลยแหะ’
พระราชโองการ ตระกูลหวังแม่ทัพใหญ่หวังเซี่ยนฉี มีบุตรชายองอาดกล้าหาญไม่แพ้บิดา หวังเซี่ยนหรง และตระกูลจางรองแม่ทัพจางห่าวอู๋ มีบุตรตรีเพียงคนเดียว จางชิงเยียน ขอประทานสมรสทั้งสองตระกูล ผูกสัมพันธ์แน่นแฟ้นสืบลูกสืบหลานตลอดไป
“ขอจงทรงพระเจริญพะยะค่ะ” ห่าวอู๋กล่าวพร้อมน้อมรับพระราชโองการจากมือขันทีเฒ่า
“ขอแสดงความยินดีด้วย หมดหน้าที่ข้าแล้วขอลา” ขันทีเฒ่ากลับโดยมีห่าวอู๋เดินไปส่งที่หน้าประตูอย่างนอบน้อม ยิ้มแย้มต่อกัน
“ท่านพ่อ นี่มันอะไรกัน” ชิงเยียนถามทันทีที่บิดาเดินกลับเข้ามาในห้อง
“ฮ่องเต้ประทานสมรสให้เจ้ากับท่านแม่ทัพหวังเซี่ยนหรง” ห่าวอู๋กล่าวด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม
“สมรส ข้าเพิ่งอายุ 13 เองนะ และก็ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตาแม่ทัพหวังอะไรนั้น นิสัยใจคอเป็นยังไงก็ไม่รู้”
“แม่ทัพหวังเซี่ยนหรง เป็นบุรุษรูปงาม องอาด ฝีมือดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วทั้งแคว้นชางอ้าย เป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตไกลเป็นที่น่ายกย่องทั้งแผ่นดิน เจ้าแต่งงานกับเขาเจ้าก็ไม่ต้องกลัวใครมารังแก”
‘ข้าไม่กลัวใครมารังแก ข้าป้องกันตัวเองได้ แต่ที่ข้ากลัว คือข้าเป็นผู้ชายในร่างสตรี ข้าจะแต่งงานกับเขาได้ยังไง ข้ายังไม่ได้เตรียมใจ ไม่คิดว่ามันจะเร็วปานนี้’
“ไม่แต่งไม่ได้หรือท่านพ่อ” ชิงเยียนถามหยังเชิงเผื่อฟลุ๊ค
“พระราชโองการ ขัดขืนก็เท่ากับตายทั้งตระกูล”
“ข้าต้องแต่งกับเขาเมื่อไหร่” น้ำเสียงแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง
“ตอนนี้ท่านแม่ทัพไปทำศึกที่ชายแดน พ่อว่ากว่าจะกลับคงอีก 1-3 ปี”
