บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 เปลี่ยน

ชิงเยียนก้มหยิบหมูห่อใบตอง 2 ห่อใต้เคาน์เตอร์ขึ้นมาวางด้านบน ชาวบ้านที่กำลังมุงดูต่างมองอย่างสงสัย

“นี่คือเนื้อหมูที่เขาขายให้พ่อครัวเจียง” ชิงเยียนยกห่อหมูที่หยิบออกมาจากหลังเคาน์เตอร์

“และนี่คือเนื้อหมูที่เขาชั่งให้ดูเมื่อครู่” ชิงเยียนตัดเชือกที่มัดห่อหมูขาด คลี่ใบตองออกให้เห็นด้านใน มองเห็นเศษผ้าห่อก้อนหินสองสามก้อน เพื่อให้ขนาดและน้ำหนักเท่ากับปริมาณหมู 5 ชั่ง

เด็กสาวตัวอ้วนก้มหยิบ ห่อใบตองหลังเคาน์เตอร์ขึ้นมาอีกหลายห่อ แต่ละห่อมีขนาดไม่เท่ากัน 1 ชั่ง 2 ชั่ง ถึง 10 ชั่งก็มี ตัดเชือกออกให้เห็นด้านใน มีเศษผ้าและก้อนหินเหมือนกันทุกห่อ

“มิน่าเขาถึงขายหมูได้ถูกกว่าร้านอื่น” “ข้าหลงซื้อเขามาเป็นปีแล้ว” “แล้วเราจะทำยังไงกับเขาดี” “จับตัวส่งทางการเลย” ฯลฯ ชาวบ้านต่างสาปแช่งด่าทอ

พ่อครัวเจียง อาฉี และอาฮง มองเจ้านายตัวอ้วน นึกศรัทธาและเลื่อมใสไม่น้อย ไม่เคยคิดมาก่อนว่านางจะมีความสามารถเช่นนี้ วันๆ เห็นนางไม่ทำอะไร นอกจากกินกับนอนและลงโทษบ่าวไพร่ ไม่อยากเชื่อ ถ้าไม่เห็นกับตาไม่เจอกับตัวเอง นางมีไหวพริบเฉียบคมยิ่งนัก

“ข้าขอร้องอย่าจับข้าส่งทางการเลยแม่นาง ข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้ว ได้โปรดเถิด” พ่อค้าขายหมูคุกเข่าประสานมือก้มหัวปลกๆ น่าสงสาร

“เพื่อเป็นการไถ่โทษ เอาหมูของเจ้าแจกจ่ายให้ทุกคนที่เคยซื้อหมูของเจ้าให้ครบทุกคน”

“ถ้าทำอย่างนั้น ข้าต้องขาดทุน ไม่มีเงินทุนสำหรับซื้อหมูมาขายต่อพรุ่งนี้นะสิ” พ่อค้าหมูโวยวาย แต่พอเห็นสายตาของเด็กสาวตัวอ้วนที่มองเขานิ่ง เขาก็ต้องก้มหน้ายอมรับ

“ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาเคยซื้อหมูของข้า”

“ใครเคยซื้อหมูจากร้านของเขา วันนี้เพื่อเป็นการไถ่โทษ เขาจะให้หมูคนละครึ่งชั่ง” เด็กสาวตัวอ้วนประกาศ ทำให้ชาวบ้านต่างฮือฮายิ้มแย้ม

“เข้าแถวให้เป็นระเบียบ พวกท่านต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ดูการกระทำของเขาเป็นตัวอย่าง ถึงไม่มีใครรู้แต่พวกท่านรู้อยู่แก่ใจ ตั้งแต่พรุ่งนี้เขากลับตัวเป็นคนดีซื่อตรง ขอให้พวกท่านให้โอกาสเขา ช่วยกลับมาซื้อหมูที่เขาขายเหมือนเดิม เท่ากับเป็นการช่วยสนับสนุนให้เขากลับตัวเป็นคนดี ถือว่าได้บุญกุศลครั้งใหญ่เชียวล่ะ”

ทุกคนได้ยินเด็กสาวตัวอ้วนพูดจาฉะฉานให้สติเสียงดังฟังชัด ต่างเข้าแถวเป็นระเบียบรับหมูคนละครึ่งชั่งกับบ้านใบหน้ายิ้มแย้ม ยกโทษให้พ่อค้าหมู แถมบางคนยังพูดให้กำลังใจเขาอีกด้วย

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วยาม หมูหมดร้าน ตลาดเริ่มวาย ชาวบ้านพากันกลับไปหมดแล้ว พ่อค้าหมูนั่งคอตกสำนึกผิด น้ำตาซึมคิดไม่ตกว่าจะเอาทุนที่ไหนไปซื้อหมูมาขายต่อพรุ่งนี้

มืออวบอ้วนยื่นถุงเงินมาตรงหน้า “นี่อะไรขอรับ” พ่อค้าหมูเงยหน้าถามเด็กสาวตัวอ้วนใบหน้าซาลาเปา

“ค่าหมูวันนี้ เก็บเอาไว้ทำทุนต่อพรุ่งนี้” พ่อค้าหมูได้ยิน น้ำตาซึมไหลหยดแหมะ

“ขอบคุณขอรับคุณหนู ฮือฮือ..ข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ฮือฮือ..” พ่อค้าหมูรับถุงเงินพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน ค้าขายต้องมีความซื่อสัตย์” ชิงเยียนกล่าว “แปะแปะ” ตบหลังพ่อค้าหมูอย่างปลอบใจ ก่อนเดินนำหน้าพาทุกคนกลับบ้าน

“เจ้าไปไหนมา” น้ำเสียงตื่นเต้นของห่าวอู๋ผู้เป็นบิดา เมื่อเขาเห็นร่างอวบอ้วนของลูกสาวเดินเข้าประตู “พวกเราตามหาเจ้าทั่วทั้งจวน”

“ตามหาข้าทำไม ข้าไปไหนก็มีพี่ฮงไปด้วย ไม่เห็นน่าเป็นห่วงเลย” ชิงเยียนนั่งบนเก้าอี้ข้างบิดา รินน้ำชาใส่ถ้วยยกขึ้นดื่มอย่างกระหายสองสามถ้วยติดๆ โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของอาฮงที่ยืนอยู่ด้านหลัง อาฮงไม่เคยได้ยินคุณหนูเรียกเขาว่าพี่มาก่อน นี่เป็นครั้งแรก เขาเป็นแค่บ่าวเรียกพี่เป็นการให้ความสนิทสนมเกินไป

“ไปเดินเที่ยวตลาดกับพ่อครัวเจียง วันนี้กินข้าวช้าหน่อยก็อย่าโทษเขานะ โทษข้าที่มัวแต่โอ้เอ้” ชิงเยียนกล่าวขณะก้มหน้ารินน้ำชาใส่ถ้วยหันไปยื่นให้อาฮง “ดื่มน้ำก่อนพี่”

อาฮงชะงักทำอะไรไม่ถูก นี่ก็เป็นครั้งแรกที่คุณหนูรินน้ำให้เขา “รับสิข้าเมื่อยแล้ว” เสียงเจ้านายตัวอ้วนทำให้เขารีบรับถ้วยน้ำชาไปถือและยกขึ้นดื่ม

บุรุษสองพ่อลูก มองหน้ากันงงๆ น้ำเสียงของเด็กสาวตัวอ้วน แข็งกระด้างเป็นกันเองเยี่ยงบุรุษ ปกติเวลากล่าวคำใดกับพวกเขา น้ำเสียงของนางจะออดอ้อนเหมือนเด็กเสมอ และที่สำคัญนางไม่เคยรับผิด ความผิดทั้งหมดจะตกอยู่ที่บ่าว นางจะเป็นคนสั่งลงโทษบ่าวด้วยตัวเอง

และยิ่งทำให้งุนงงมากขึ้นไปอีก เมื่อนางรินน้ำชาให้อาฮง เรียกอาฮงว่าพี่ นางไปนับญาตกับอาฮงตั้งแต่เมื่อไหร่ เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่

“เจ้าไปทำอะไรที่ตลาด” เจียงเฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ไปเดินเล่น ดูว่าชาวบ้านเขาอยู่กันยังไง” เด็กสาวตัวอ้วนตอบใบหน้าแย้มยิ้ม

“ข้าไปดูพ่อครัวเจียงทำอาหารดีกว่า” ชิงเยียนกล่าวพร้อมกับกระโดดลุกพรวด ทำให้ไขมันส่วนเกินบนร่างกายกระเพื่อมไปทั้งตัว นางก้าวเดินออกไปจากห้องทันที โดยมีอาฮงเดินตามไม่ห่าง

ปล่อยให้สองพ่อลูกมองหน้ากันอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ส่งยิ้มให้กัน อย่างน้อยนางก็ดูเป็นปกติ ไม่โวยวายขี้หงุดหงิด สั่งลงโทษบ่าวไพร่ให้เหนื่อยใจ ดูนางร่าเริงอารมณ์ดีกว่าอดีตที่ผ่านมามาก

“อีกไม่กี่วันเจ้าต้องเดินทางไปชายแดน เตรียมสิ่งของครบแล้วหรือยัง” ห่าวอู๋ถามบุตรชายคนเดียวของตระกูล

“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้วขอรับ” เจียงเฉินกล่าวนอบน้อม ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้

“เรื่องของเยียนเอ๋อเรียบร้อยดีหรือไม่ขอรับ” เขาถามบิดา

“อื่อ อีกไม่กี่วันก็คงมีราชโองการลงมา” ห่าวอู๋ตอบลูกชายใบหน้ายิ้มบางอย่างพอใจ

ครัวตระกูลจาง ตอนนี้ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วจวน บ่าวไพร่ต่างผงกศีรษะจากงานตรงหน้าสูดดมจนน้ำลายแทบไหล

“วันนี้พ่อครัวเจียงอะไร ทำไมถึงหอมเยี่ยงนี้” บ่าวไพรต่างสอบถามซึ่งกันและกัน

“พ่อครัวเจียงไม่ได้เป็นคนทำหรอก คุณหนูชิงเยียนเป็นคนทำ” อาฉีบ่าวรับใช้ในครัวผ่านมาได้ยินพอดีเลยเอ่ยปากบอก น่าตายิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจ

บ่าวไพร่ที่ได้ยินต่างมองหน้าตะลึงกันไปพักใหญ่ “เป็นไปได้ยังไง” “นางทำอาหารเป็นด้วยรึ” “ตั้งแต่ข้ามาอยู่ที่นี่ไม่เคยเห็นนางเข้าครัวสักครั้ง” ฯลฯ

บ่าวไพร่ต่างพากันเกาะประตูหน้าต่างห้องครัวแอบดูเจ้านายตัวอ้วน มือหนึ่งถือตะหลิว มือหนึ่งถือกระทะ ผัดของที่อยู่ในกระทะอย่างคล่องแคล่ว เพียงสะบัดกระทะของที่อยู่ในกระทะถูกเหวี่ยงกลับด้านอย่างรวดเร็วแม่นยำ

ชาติก่อนซีฮันเป็นพี่ใหญ่ของน้องชายที่ตอนนี้ทำงานเป็นแพทย์อยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ของรัฐ น้องสาวกำลังเรียนอยู่ปีสุดท้าย ส่วนพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตั้งแต่เขาอายุ 15 ปี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel