บท
ตั้งค่า

บทที่ 12 ดูแลคนตระกูลหวัง

ณ วังหลวง ศาลาริมสระขนาดใหญ่ บุรุษสูงวัยสองคนกำลังนั่งเล่นหมากล้อมอย่างอารมณ์ดี พูดคุยหัวเราะอย่างเป็นกันเอง

“ขอบพระทัยที่ประทานสมรสให้ตามที่หม่อมฉันขอไว้” ห่าวอู๋เอ่ยปากนอบน้อม

“ไม่ใช่เรื่องยาก ข้าเองก็พอใจเช่นกัน” ฮ่องเต้หนิงหลงกล่าวแย้มยิ้ม “ว่าแต่บุตรตรีของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างเล่า” ฮ่องเต้หนิงหลงได้ยินชื่อเสียงของจางชิงเยียนในทางไม่ดีมากมาย รวมทั้งเรื่องตายแล้วฟื้น

“ตั้งแต่ฟื้นจากความตาย นางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ขยันขันแข็งไม่เคยอยู่นิ่ง ทำโน่นทำนี่ไม่หยุด ที่สำคัญอาหารที่นางทำกระหม่อมไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน อร่อยมากพะยะคะ” ห่าวอู๋กล่าว ภูมิใจนำเสนอความดีของธิดา ที่ไม่เคยมีผู้ใดรับรู้มาก่อน

“เช่นนั้นเลยรึ คราวหน้าเจ้าให้นางทำให้ข้าชิมบ้างได้ไหม” ฮ่องเต้หนิงหลงให้ความสนใจขึ้นมาทันที ข่าวที่เขาได้ยินมาอาจไม่เป็นจริงเสียทุกเรื่องก็เป็นได้

“แน่นอนพะยะคะ” ห่าวอู๋แย้มยิ้ม รับปากเป็นมั่นเหมาะ ทั้งหัวเราะเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี

ชิงเยียนมองภาพบุรุษผิวเข้ม สวมชุดเกาะนักรบ ยืนด้วยท่วงท่าองอาดสง่างาม รูปร่างสูงโปร่ง สมส่วน มองเห็นความแข็งแกร่งสมกับเป็นชายชาติทหาร นึกถึงตัวเองที่หุ่นดีและแข็งแกร่งไม่แพ้กัน ริมฝีปากได้รูป จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมกริบ หล่อเหลาสมคำของสตรีทั้งเมือง

แปลกตรงที่ตอนนี้ไม่นึกโกรธเคืองสตรีเหล่านั้นแม้แต่น้อย นึกถึงตัวเองตอนนั้นช่างอวบอ้วนอัปลักษณ์จริงดั่งเขาว่ากัน แต่ตอนนี้ ก้มมองตัวเองแล้ว ผอมลงไม่น้อย เพราะทำงานหนัก กินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายทุกวัน

“วันนี้เจ้าแวะเอาโสมกับเห็ดหลินจือไปให้ฮูหยินหวังแทนพ่อหน่อย” ห่าวอู๋กล่าวระหว่างกินอาหารเช้า

“เจ้าค่ะ” ชิงเยียนขานรับแต่โดยดี “ข้าอิ่มแล้ว ไปก่อนนะท่านพ่อ”

ห่าวอู๋มองแผ่นหลังของธิดา ผิวขาว สูงโปร่ง ผอมบางอยู่ในอาภรณ์สีอ่อน ผมยาวสลวยรวบพอหลวมยาวถึงกลางหลัง นางวิ่งออกประตูไปอย่างคล่องแคล่ว

ไม่อวบอ้วนอืดอาดเหมือนเมื่อก่อน หลังจากฟื้นจากความตายเวลาผ่านไปปีกว่า นางเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง จนไม่เหลือภาพในอดีตอีกเลย

“วันนี้ขี่ม้าไปนะพี่ รถม้าชักช้าไม่ทันใจ” เสียงเจื้อยแจ้วทำให้อาฮงเงยหน้าจากการเตรียมรถม้า

หญิงสาวผิวขาวลออ สูงโปร่งผอมบาง ลำคอเรียวยาว ริมฝีปากบางอมชมพู จมูกเล็กโด่ง ดวงตากลมโต ขนตายาวงาน คิ้วโก่ง ช่างเป็นสตรีที่งดงาม ใครจะนึกว่าเด็กสาวอวบอ้วนหน้าซาลาเปาจะเปลี่ยนแปลงได้มากเช่นนี้

“ขอรับคุณหนู” อาฮงขานรับ ลามือจากรถม้า ไปจูงม้าออกมา 2 ตัว

ชิงเยียนกระโดดขึ้นหลังม้าด้วยความชำนาญ ควบออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีอาฮงควบม้าตามไปติดๆ ใช้เวลาเพียง 2 เค่อ (1 เค่อ = 15 นาที) ก็ถึงจุดหมาย

“ท่านย่า ข้ามาแล้ว” ชิงเยียนเอ่ยขณะเดินเข้าประตูห้องโถงที่หญิงชราชอบนั่งเล่น

“เยียนเอ๋อ” ฮูหยินหวังคือย่าของแม่ทัพหวังเซี่ยนหรง ทันทีที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวนางแย้มยิ้มดีใจ

“ท่านพ่อฝากโสมกับเห็ดหลินจือมาให้ท่านย่า” อาฮงส่งห่อผ้าให้ชิงเยียน นางรับวางไว้ที่โต๊ะหน้าหญิงชรา

“ท่านย่ากับซีชวนกินข้าวหรือยังเจ้าคะ วันนี้ข้าทำปลากระพงนึ่งมะนาวกับผัดเต้าหู้อ่อนขึ้นฉ่ายมาฝาก” ชิงเยียนถามน้ำเสียงนุ่มนวลกิริยาอ่อนโยน นางมักใจดีกับเด็กและคนชราเสมอ

“ขอบใจเจ้ามาก เจ้าช่วยไปดูซีชวนหน่อยเถอะ ป่านนี้ยังไม่ยอมลงมากินข้าว ย่ารอเขาอยู่เหมือนกัน” ฮูหยินหวังชอบกินอาหารรสมือของชิงเยียนมาก และมีนางเพียงคนเดียวที่ซีชวนยอมพูดคุยด้วย นางมาทำให้หญิงชราอุ่นใจไม่น้อย

หลังจากมีราชโองการประทานสมรส ห่าวอู๋มักคะยั้นคะยอให้ชิงเยียนมาดูแลฮูหยินหวังกับหวังซีชวนผู้เป็นย่าและน้องชายของแม่ทัพเซี่ยนหรง ชิงเยียนไม่ได้รังเกียจเด็กและหญิงชรา แต่นางไม่มีเวลาเพราะงานล้นมือ จนกระทั่ง 6 เดือนที่ผ่านมางานทุกอย่างลงตัว มอบหมายให้บ่ายไพร่รับผิดชอบกันเองได้ นางจึงมีเวลามาดูแล

เมื่อแรกทุกคนในจวนตระกูลหวังดูจะไม่ค่อยต้อนรับนางสักเท่าไหร่ เพราะข่าวลือในด้านลบไม่มีบวก จนกระทั่งได้สัมผัสความมีน้ำใจของนาง

วันหนึ่งฮูหยินหวังล้มป่วย ชิงเยียนต้องอยู่ดูแลเช็ดตัว ต้มยา ป้อนข้าวป้อนน้ำ ให้นางนอนพักผ่อน และต้องคอยดูแลซีชวนที่ยังเด็กนัก

ชิงเยียนนั่งเฝ้าไข้ที่เก้าอี้ยาวในห้องฮูหยินหวัง มีเด็กชายนอนหนุนตักฟังนางเล่านิทานจนหลับ ส่วนตัวชิงเยียนเองนั่งพิงพนักเก้าอี้จนเผลอหลับสัปหงกไปเหมือนกัน

ชิงเยียนต้องนอนค้างที่จวนตระกูลหวังหลายคืนกว่าฮูหยินหวังจะหายเป็นปกติ และทุกคืนนางจะเล่านิทานให้ซีชวนฟังก่อนนอน เด็กชายรู้สึกชื่นชอบและผูกพันธ์กับหญิงสาวไม่น้อย

“ซีชวนเจ้าทำอะไรอยู่” ชิงเยียนเข้าไปในห้องอย่างคุ้นเคย

“พี่ชิงเยียน ฮือ..” ทันทีที่เห็นหญิงสาวเข้ามาในห้อง เด็กชายกอดเอวบางของนางแน่น ซุกหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น จนชิงเยียนตกใจ

“เจ้าเป็นอะไร ไม่สบายหรือเจ็บตรงไหน บอกข้าสิ” ชิงเยียนโอบกอดเด็กชายแน่นเช่นกัน ซีฮันรักซีชวนเหมือนเป็นน้องชายแท้ๆ เมื่อเขานึกถึงน้องชายน้องสาวเมื่อชาติก่อน

“ข้าฝันเห็นท่านพี่” ซีชวนเอ่ยเมื่อคลายอ้อมกอดออก

โธ่เอ้ยเด็กน้อย เพียงแค่ความฝันก็ร้องไห้ยกใหญ่ “เจ้าคงคิดถึงเขามาก จึงเก็บไปฝัน ไม่มีอะไรหรอก ตอนนี้ออกไปกินข้าวกันก่อนเถอะท่านย่ากำลังรอเจ้าอยู่ วันนี้ข้ามีนิทานเรื่องใหม่มาเล่าให้เจ้าฟังด้วยนะ”

เพียงอ้อมกอดและคำปลอบโยนของหญิงสาว เด็กชายก็ยิ้มกว้างใจจดใจจ่ออยากฟังนิทาน

ชิงเยียนควบม้าตระเวนไปร้านหนังสือซินโยวเพื่อดูว่าหนังสือเล่มใหม่ที่นางเขียนขายเป็นอย่างไรบ้าง เฒ่าแก่ซินโยวแจ้งให้ลูกค้าลงชื่อสั่งจองไว้ก่อน ถ้าหนังสือมาแล้วจะแจ้งให้ลูกค้ามารับ จากร้านขายหนังสือขนาดเล็กหนึ่งคูหาตอนนี้ขยายร้านกว้างขึ้นเป็นสามคูหา เพียงเพราะหนังสือนิทานและศิลปะการป้องกันตัวที่คุณชายเจียงเยียนส่งต้นฉบับให้ 4-6 เดือนต่อครั้ง มีจำหน่ายที่ร้านหนังสือซินโยวแห่งเดียว ทำให้ลูกค้ามากมายต่างเข้ามาอุดหนุนหนังสือเล่มอื่นด้วย

กิจการร้านขายขนมของอาจูตอนนี้ขยายกว้างขายแทบไม่ทัน ต้องให้บ่าวที่จวนมาช่วยขายอีก 4-5 คน โดยมีค่าจ้างให้ทุกคน ชิงเยียนสอนนางทำขนมเพิ่มอีก 3-4 อย่าง ทำให้ในร้านมีขนมหลายอย่างให้ลูกค้าเลือกซื้อ

หลังจากตะเวนครบทุกแห่งที่ต้องการไป ควบม้าขึ้นไปบนเนินเขาสูง เห็นวังหลวง ปราสาทสูงตระหว่าน กำแพงเมืองสูงล้อมรอบ มีบ้านเรือนรายล้อมวังหลวง เห็นเนินเขาสูงแม่น้ำไหลผ่านต้นไม้เขียวขจี ท้องฟ้าสดใส ลมพัดเย็นสบาย

“วันนี้เรามาซ้อมมือกันหน่อยไหมพี่” ชิงเยียนชักกระบี่บนหลังม้าเตรียมพร้อม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel