บท
ตั้งค่า

บทที่ 13 บุรุษร่างเล็กผอมบาง

อาฮงชักกระบี่คู่กายบนหลังม้าเช่นกัน ทั้งสองลงมือฟาดฟันใส่กันอย่างจริงจัง ผลัดกันรุกผลัดกันรับ อาฮงอยู่ในวัย 21 ปี ร่างกายสูงใหญ่กำยำ รับมือสาวน้อยวัย 15 ร่างเล็กผอมบางทำให้ดูสูงโปร่งสง่างาม ได้ไม่ยาก

เพียงแต่นางไม่ได้ใช้กระบี่เพียงอย่างเดียวยังใช้ศิลปะป้องกันตัวทั้งเตะทั้งต่อยพัลวันแทบไม่มีช่องว่างให้เขาตอบโต้ได้เลย

เขาไม่รู้ว่าเจ้านายสาวไปเรียนศิลปะการต่อสู้มาจากไหน นางมักชวนเขามาฝึกซ้อมฝีมือที่นี่เป็นประจำ ครั้งแรกก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่นานไปเริ่มชิน ชิงเยียนมักมีศิลปะการต่อสู้แปลกใหม่มาต่อกรกับเขาเสมอ ทำให้เขาได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากนางไม่น้อย

********

“ท่านพ่อเป็นอะไรหรือเปล่าสีหน้าไม่ค่อยดี” ชิงเยียนถามเมื่อเห็นห่าวอู๋เดินเข้ามาในห้องโถง

“ทางชายแดนส่งข่าวมา ให้ส่งเสบียงอาหารไปให้ ท่าทางสงครามจะยืดเยื้ออีกนาน” กล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล เวลาผ่านไปปีกว่าแล้วไม่มีทีท่าสงครามจะสงบแม้แต่น้อย ห่วงทั้งบ้านเมืองห่วงทั้งบุตรชายคนเดียวของตระกูล

‘ยิ่งนานยิ่งดี ข้าจะได้ไม่ต้องแต่งงาน’ ชิงเยียนกระหยิ่มในใจ แต่อีกใจก็นึกด่าความเห็นแก่ตัวของตนเอง

สงครามยิ่งยาวนาน ย่อมเสียเลือดเนื้ออีกเท่าใด หวังเพียงตัวเองรอดพ้นจากการแต่งงานมันเทียบกันไม่ได้เลย สุดท้ายก็ต้องภาวนาให้สงครามสงบโดยเร็ว

“จะส่งเสบียงไปให้เมื่อไหร่เจ้าคะ ข้าจะได้จัดเสบียงสมทบเพิ่มไปด้วย และจะได้ฝากของไปให้ท่านพี่ด้วย”

“ขบวนออกเดินทางไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ข้าเพิ่งรู้ข่าว” ห่าวอู๋กล่าว

ได้ยินคำตอบแล้วรู้สึกผิดหวัง แต่ความตั้งใจมีเต็มร้อย ‘ไปเองก็ได้’ จะได้เจอหน้าท่านพี่ด้วย คิดถึงเหมือนกัน

ชิงเยียนจัดเตรียมอาหารแห้งเหมือนเคยตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางจนดึกดื่นใช้เวลา 1 วันเต็ม กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นจัดของทั้งหมดไว้บนหลังม้า “ไปไม่กี่วัน เดี๋ยวก็กลับ พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง” ชิงเยียนบอกบิดาและนมเหยา ก่อนควบม้าออกเดินทางไปกับอาฮง

ทุกคนไม่ขัดขวางการเดินทางครั้งนี้ เพราะนางบอกว่าไป ไร่ชางอันที่หมู่บ้านชิงยี่ ขืนบอกว่าไปชายแดนมีหรือที่ใครจะอนุญาต เพราะความเป็นสตรีแท้ๆ

“ถ้าข้าไม่กลับมาภายใน 30 วัน เอาหนังสือนี้ให้ท่านพ่อ ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าข้าไปที่ใด เข้าใจไหม?” ชิงเยียนเอาจดหมายให้อาฉีไว้ก่อนออกเดินทาง ทุกอย่างเป็นความลับ เพื่อทุกคนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

ชิงเยียนเปลี่ยนเสื้อผ้าระหว่างเดินทางให้อยู่ในชุดรัดกุมเยี่ยงบุรุษ ถักเปียเล็กสองข้างรวบผมสูงมัดทรงหางม้า กระโดดขึ้นหลังม้าคล่องแคล่วบังคับม้าออกเดินทางต่ออย่างรวดเร็วโดยมีอาฮงควบม้าตามติดไม่ห่าง

******

อาฮงย่างไก่ป่าจนสุกส่งให้เจ้านายที่แต่งกายเป็นบุรุษ ไม่มีใครบอกให้นางแต่ง เหมือนนางจะรู้เองว่าการเดินทางไกลแต่งกายเยี่ยงบุรุษจะปลอดภัยกว่า

“ขอบคุณพี่” ชิงเยียนกล่าวขณะรับไก่ย่าง “อีกกี่วันถึงจะถึงชายแดน” ถามทั้งที่ยังเคี้ยวไก่เต็มปาก

“ขี่ม้าเร็วแบบนี้น่าจะไม่เกิน 10 วัน ขอรับ” อาฮงตอบ นึกขันกิริยาหนุ่มน้อยตรงหน้า ตอนนี้จะกินจะนั่งจะเดิน ช่างเหมือนบุรุษยิ่งนัก ผิดกับใบหน้างดงามเนียนขาวหมดจรด

“อีกไม่กี่วันเราน่าจะตามขบวนรถม้าขนเสบียงอาหารทันนะขอรับ” อาฮงกล่าว

“ข้าว่าแยกกันไปดีกว่า” หนุ่มน้อยกล่าวขณะพิงต้นไม้หลับตา “นอนเอาแรงก่อนเถอะ ข้าง่วงแล้ว” น้ำเสียงยืดยานอยู่ในอาการง่วงนอน

อาฮงนั่งพิงต้นไม้ไม่ห่าง ใส่ฟืนในกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่น หมั่นมองหนุ่มน้อยเพื่อระวังภัย หลังจากฟื้นจากความตายเจ้านายน้อยให้เกียรติและเป็นกันเองกับเขามาก มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอยากจะปกป้องเจ้านายผู้นี้ตลอดไป

ชิงเยียนกับอาฮงควบมาถึงถนนที่เป็นทางลาด มองเห็นถนนทอดยาวอยู่เบื้องล่าง และตอนนี้มองเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งโพกหน้ามิดชิดใช้อาวุธฟาดฟันต่อสู้กับทหารคุ้มกันขบวนรถขนเสบียงอาหาร ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากลุ่มโจรกำลังปล้นรถขนเสบียง

“เวรเอ้ย” สบถด่าเสียงเข้ม ควบม้าคว้ากระบี่ ตรงไปช่วยพวกทหารทันที เสบียงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกองทัพจะปล่อยให้ถูกปล้นไม่ได้เด็ดขาด

“คุณหนู!” อาฮงยังไม่ทันตั้งตัว เจ้านายน้อยก็ควบม้าคว้ากระบี่ลงไปต่อสู้กับกลุ่มโจร เขารีบควบม้าตามไปทันที

ช่างเป็นสตรีที่องอาดกล้าหาญเยี่ยงนักรบเสียจริง ไม่เคยคิดเกรงกลัวสิ่งใดเลยรึ อาฮงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

กลุ่มโจรต่อกรกับเหล่าทหารคุ้มกันรถขนเสบียงด้วยจำนวนคนเกือบร้อยกับทหารเพียงหยิบมือสิบกว่านาย พวกมันสามารถเอาชนะได้อย่างสบาย

หัวหน้ากลุ่มโจรกำลังต่อสู้กับนายกองหัวหน้าทหารคุ้มกันรถขนเสบียงอาหาร หัวหน้าโจรมีจังหวะฆ่านายกอง เขาตวัดดาบลงไปที่คอของนายกอง

“แกร๊ง” เสียงดาบกระทบกระบี่ ขวางมิอาจดาบฟันคอนายกองได้สำเร็จ

นายกองมองเห็นบุรุษร่างเล็กผอมบางใช้กระบี่รับดาบเพื่อช่วยชีวิตเขา กระบี่ตวัดกลับทำให้ดาบของหัวหน้าโจรเบนเปลี่ยนทิศ ตามด้วยฝ่าเท้าถีบยอดอกหัวหน้าโจรกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ไม่รอให้หัวหน้าโจรตั้งหลักได้

“อ๊าก” กระบี่แทงหน้าอกทะลุหัวใจทันที

อาฮงชะงักเมื่อมองเห็นเจ้านายสาวในคราบบุรุษใช้กระบี่แทงหัวหน้าโจรตาย โดยสีหน้าไม่แสดงความรู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นี่เป็นครั้งแรกที่นางฆ่าคนไม่ใช่รึ

กลุ่มโจรเมื่อเห็นหัวหน้าถูกกระบี่แทงสิ้นชีพนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น ใจหนึ่งก็นึกกลัวฝีมือ แต่ใจหนึ่งไม่คิดกลัวเกรงเพราะจำนวนคนที่มากกว่าหลายเท่า

“ฆ่ามัน แก้แค้นให้หัวหน้า” รองหัวหน้าโจรตะโกนปลุกใจพร้อมกับชูดาบในมือ ทำให้กลุ่มโจรพากันวิ่งกรูเข้าใส่บุรุษร่างผอมบางที่ฆ่าหัวหน้าของพวกมัน

‘ใครกลัว’ ซีฮันได้รับการฝึกฝนสู้รบมาสารพัดรูปแบบทั้งมือเปล่า มีด ธนู ยิงปืน และเขาเคยผ่านความตายมาแล้ว ตอนนี้ไม่มีความกลัวในจิตใจแม้แต่น้อย

อาฮงกระโดดเข้าขวางอยู่เบื้องหน้า ดาบของกลุ่มโจรพุ่งตรงมารอบด้าน ชิงเยียนหันหลังชนกับอาฮงใช้กระบี่รับดาบอย่างรวดเร็ว เหล่าทหารคุ้มกันรถขนเสบียง กำลังรับมือกลุ่มโจรเบื้องหน้าไม่อาจปลีกตัวช่วยใครได้

“แม่งเอ้ย” สบถด่าเมื่อมองเห็นกลุ่มโจรหลายสิบคนกรูเข้ามาไม่รู้จักหมด “ไหวไหมพี่” หยั่งเสียงถามอาฮง

“สบายขอรับ” อาฮงตอบ หลังกับหลังชนกัน คนหนึ่งสูงใหญ่บึกบึน คนหนึ่งร่างเล็กผอมบาง

เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม คนร่างเล็กเหงื่อไหลอาบแก้ม ร่างกายสตรีเรี่ยวแรงและความแข็งแกร่งย่อมด้อยกว่าบุรุษ กัดฟันต่อสู้ไม่แสดงอาการใดให้ศัตรูเห็นแม้แต่น้อย

“อ๊าก อ๊าก..” เสียงร้องเจ็บปวดก่อนล้มลงกองกับพื้นของพวกโจรหลายสิบคน ลูกธนูพุ่งเข้าใส่พวกมันหลายสิบดอก พอเห็นพรรคพวกโดนลูกธนูดิ้นตาย ต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดหายเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว

ทุกคนมองเห็น ทหารสวมเกาะนักรบถือคันธนูขี่ม้าตรงเข้ามาช่วยอย่างรวดเร็ว

“เป็นอย่างไรกันบ้าง” รองแม่ทัพอู๋ฉีร้องถามนายกองหัวหน้าทหารคุ้มกันขบวนรถขนเสบียง

“ขอบคุณท่านรองแม่ทัพที่มาช่วยไว้ทันเวลา” นายกองกล่าวน้ำเสียงอ่อนล้า

บุรุษร่างเล็กผอมบางขยับถอยหลังยืนพิงรถขนเสบียงเงียบๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง นึกขัดใจกับร่างกายของสตรียิ่งนัก ฝึกให้แข็งแกร่งเพียงใดก็สู้ร่างเดิมของเขาไม่ได้

“อาฮง เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เสียงทักที่คุ้นหู ทำให้ชิงเยียนหันไปมอง ‘ท่านพี่!’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel