บทที่ 11 หล่อเลิศสักเพียงใด
อาฉีเห็นเจ้าของร้านหนังสือซินโยว เปิดหนังสือเล่มแรกอ่านแล้วหัวเราะหึหึ ก่อนเปิดหนังสืออีกเล่ม คิ้วของเจ้าของร้านขมวดเข้าหากัน ก่อนปิดหนังสือเงยหน้ามองเขา
“หนังสือสองเล่มนี้น่าสนใจมาก เข้ามาคุยด้านในก่อนเถิด...” เจ้าของร้านกล่าวเชิญอย่างนอบน้อม
อาฉีเดินออกมาจากร้านหนังสือ ขึ้นรถม้า ส่งกระดาษสองแผ่นให้เจ้านายตัวอ้วน มันเป็นสัญญาระหว่างร้านหนังสือซินโยวกับผู้เขียนหนังสือนามเจียงเยียน
“ตอนเจ้าของร้านหนังสืออ่านหนังสือของคุณหนู เล่มแรกก็หัวเราะอมยิ้ม แต่พออ่านอีกเล่มกลับทำหน้าเคร่งเครียด หนังสือของคุณหนูเขียนเกี่ยวกับอะไรหรือขอรับ” อาฉีอ่านหนังสือไม่ออก เขาเก็บความสงสัยกลับมาถามเจ้านายตัวอ้วนที่ตอนนี้ใจดี และไว้ใจเขาไม่น้อย ทำให้เขากล้าที่จะถาม
ชิงเยียนบอกความจริงทุกอย่างให้อาฉีรับรู้ เพราะต่อไปเขาต้องเป็นตัวแทนของคุณชายเจียงเยียนเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของร้านหนังสือแต่เพียงผู้เดียว
หลังจากเสร็จธุระกับร้านหนังสือแล้ว ชิงเยียนแวะซื้อวัตถุดิบทำขนม ก่อนกลับจวน
“วันนี้ข้าจะสอนเจ้าทำขนม” ชิงเยียนกล่าวกับอาจู
“นี่คือขนมรากบัวปรุงรสด้วยหม่าล่า” ชิงเยียนกล่าว ขนมชนิดนี้มีรากบัวสดเป็นพระเอก มีหม่าล่าเป็นนางเอก และเครื่องเทศอื่นเป็นตัวประกอบ รากบัวช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ขนมชนิดนี้สามารถกินเล่นก็ได้ หรือทำเป็นเครื่องเคียงก็ดี ชิงเยียนสอนไปอธิบายไปอย่างใจเย็น
“นี่คือขนมปังทาเนยโรยน้ำตาล ทำง่ายมาก” ชิงเยียนนวดแป้งทำขนมปัง อบในเตาที่ทำขึ้นเอง หั่นเป็นชิ้น ย่างบนเตาทาด้วยเนยสดทำเอง โรยด้วยน้ำตาล เป็นขนมกินเล่น สำหรับคนไม่ชอบกินเครื่องเทศอย่างขนมรากบัว
ชิงเยียนนั่งอยู่ในรถม้า มองหาทำเลเพื่อเปิดร้านขายขนม เจอแล้ว เป็นบริเวณด้านหน้าของทางเข้าตลาด คนส่วนใหญ่เวลาเดินเข้าออกตลาดต้องผ่านจุดนี้ แต่ตอนนี้มีร้านขายหมี่เกี้ยวเปิดอยู่ก่อน จึงให้อาจูลงไปพูดคุยเพื่อขอแบ่งพื้นที่ในการเปิดร้านขายขนม
“เจ้าของร้านยอมแบ่งพื้นที่ให้เปิดได้เจ้าค่ะ คิดค่าเช่าไม่แพง นางบอกเราขายขนมไม่ได้ขายอาหารเหมือนนาง ไม่ได้แย่งลูกค้ากัน...” อาจูรายงานผล
หลังจากนั้น 2 วัน ร้านขนมเปิดบริการ มีอาจูเป็นคนทำและขายเอง โดยมีเจ้านายตัวอ้วนคอยสังเกตการณ์อยู่บนรถม้า ร้านมีเพียงโต๊ะตัวเล็กสองตัวต่อกัน วางขนม 2 อย่าง ผู้คนเดินผ่านไปมาแวะกินหมี่เกี้ยวได้กลิ่นขนมปังปิ้งหอมอบอวนชวนกิน ต่างขอซื้อขนมปังทาเนยโรยน้ำตาล ขายหมดเกลี้ยง
ส่วนขนมรากบัวหม่าล่าก็ไม่น้อยหน้า คนที่ชอบกินเผ็ดและเครื่องเทศต่างแวะซื้อจนหมดเช่นกัน แค่วันแรก ได้ผลตอบรับที่น่าพอใจ
ชิงเยียนแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ให้อาจู 1 ส่วน เก็บ 1 ส่วน และทำทุนวันต่อไป 1 ส่วน
“ส่วนของเจ้า” ชิงเยียนยื่นถุงเงินให้อาจู
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หญิงสาวน้ำตาซึมเสียงเครือมือสั่นขณะรับถุงเงิน นางไม่เคยคิดมาก่อน ชีวิตนี้จะมีเงินมากเช่นนี้ คุณหนูเคยบอกว่าจะช่วยหาเงินมาไถ่ตัวนาง บัดนี้คุณหนูกำลังทำอย่างที่พูดไว้ใช่หรือไม่
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จางชิงเยียนไม่เคยอยู่นิ่ง คอยดูแลอาจูขยายร้านขายขนมให้ใหญ่ขึ้นเมื่อมีลูกค้าติดใจขนมมาขอซื้อและสั่งจองล่วงหน้าจำนวนมาก
ร้านหนังสือซินโยวสั่งพิมพ์หนังสือนิทานราชสีห์กับหนู 1,000 เล่ม หนังสือศิลปะการป้องกันตัวเบื้องต้น 1,000 เล่ม ขายหมดภายในไม่ถึงเดือน ชื่อเสียงคุณชายเจียงเยียน ล่ำลือไปทั่วแคว้น มีคนสั่งจองหนังสืออีกจำนวนไม่น้อย ทำให้เฒ่าแก่ซินโยวต้องสั่งพิมพ์หนังสือเพิ่ม อีกหลายพันเล่ม ส่งไปขายตามเมืองต่างๆ ทำให้มีรายได้เข้าร้านจำนวนมาก อาฉีเข้าไปรับส่วนแบ่งกำไรตามที่ตกลงไว้ตามสัญญา ชิงเยียนแบ่งเงินให้อาฉีเป็นรางวัล
ชิงเยียนนั่งรถม้าที่อาฮงบังคับไปดูไร่ชางอันที่หมู่บ้านชิงยี่ พร้อมกับเอายาและอาหารแห้งไปฝากคนงาน ทุกคนต่างดีใจที่เจ้านายตัวอ้วนไม่เคยลืมพวกเขา
ชิงเยียนมีรายได้เข้ามาหลายทาง ร้านขายขนม ร้านขายหนังสือ และพืชผลทางการเกษตร ถึงจะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็คุ้มค่า
******
“น่าเสียดายจริง ท่านแม่ทัพเซี่ยนหรงออกจะหล่อเหลาองอาดสง่างาม ต้องมาแต่งงานกับคนพันธุ์นั้น” เสียงสตรีนางหนึ่งรูปร่างหน้าตาสวยสดงดงาม
“นั้นสิ นึกแล้วก็เสียดาย ฮ่องเต้ประทานสมรสให้เขาแบบนี้ ถึงไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง” สตรีอีกนางสนับสนุน
สตรีสามสี่คนเข้ามาซื้อขนมในร้านอาจู ต่างพูดคุยสนุกปาก โดยไม่รู้ว่าสตรีร่างอวบอ้วนที่พวกนางพูดถึงนั่งอยู่หลังร้านมีผ้าม่านบางๆ กั้นไว้เท่านั้น
“นางทั้งอ้วนทั้งขี้เหล่ออกปานนั้น ทำไมถึงได้รับ ประทานสมรสกับท่านแม่ทัพได้ล่ะ”
“เจ้าไม่รู้รึ นางเป็นบุตรตรีของอดีตรองแม่ทัพจางห่าวอู๋ไง”
“ตระกูลหวัง กับตระกูลจางเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ฮ่องเต้คงอยากให้สองตระกูลได้เชื่อมสัมพันธ์กันล่ะมั่ง”
“นึกแล้วข้าก็อิจฉานางจริงๆ ไม่ต้องดิ้นรนก็ได้คนดีๆ เป็นคู่ครอง” สตรีทุกนางยังพูดคุยสนุกปากไม่หยุด
สองมืออวบอ้วนกำแน่น ริมฝีปากบางเม้มสนิท ‘เลิศเลอเฟอร์เฟคขนาดนั้นเชียว’ อยากรู้นักว่าหล่อเลิศสักเพียงใด
“พี่ฮงช่วยหารูปแม่ทัพหวัง..หวังอะไรนะ คนที่ฮ่องเต้ประทานให้แต่งกับข้านะ” ชิงเยียนกลับมาถึงจวนอย่างอารมณ์หงุดหงิด ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ก่อนเอ่ยกับอาฮงที่เดินตาม
“หวังเซี่ยนหรงขอรับ” อาฮงกล่าว
“นั้นล่ะ นั้นล่ะ อยากเห็นนักว่าจะหล่อเหลาขนาดไหน”
