บทที่ 10 รูปนาง
วันรุ่งขึ้นคนงานมาทำงานกันครบทุกคนและดูเหมือนจะมากกว่าเมื่อวาน ทุกคนทำงานอย่างขยันขันแข็ง งานเสร็จลุล่วงไปอย่างรวดเร็ว ไวเกินคาด
พักกลางวันคนงานได้กินอาหารแสนอร่อยฝีมือเจ้านายตัวอ้วน พวกเขาไม่เคยกินอาหารที่อร่อยแบบนี้มาก่อน ทุกคนกินอิ่มต่างแย้มยิ้มสดใส มีกำลังทำงานช่วงบ่ายเต็มร้อย
ทุกคนทุ่มกำลังทำงานให้เจ้านายตัวอ้วนอายุน้อยเต็มกำลัง เมื่อนึกถึงความอร่อยของอาหารทุกมื้อที่ได้กิน พวกเขาติดใจอยากให้ถึงมื้อกลางวันของวันพรุ่งนี้เร็วๆ
“พี่สาว” เด็กชายลูกคนงานหญิงวันก่อน
“ฮือ” ชิงเยียนขานรับ ขณะมองดูคนงานทำงานบนพื้นที่กว้าง
“ข้าจะตอบแทนท่าน ที่ช่วยแม่ของข้าไว้” คำพูดของเด็กชายทำให้ใบหน้าอวบอ้วนหันมามองเขา อยากรู้ว่าเขาจะตอบแทนยังไง
“ข้าจะยอมแต่งงานกับท่าน ถึงท่านจะไม่สวยไม่น่ารัก ข้าสัญญาว่าจะดูแลพี่สาวอย่างดี” เด็กชายกล่าวน้ำเสียงและใบหน้าจริงจัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า” ชิงเยียนหัวเราะเสียงดัง คนงานที่ได้ยินคำพูดของเด็กชายต่างอดยิ้ม หลุดขำออกมาไม่ได้ อาฮงที่ยืนอยู่ด้านหลังอดหลุดขำออกมาไม่ได้เช่นกัน
ชิงเยียนไม่รู้เลยว่า ไม่ใช่แต่เด็กชายที่คิดเช่นนั้น คนงานอื่นที่ยังเป็นโสดก็คิดไม่ต่างจากเด็กชาย ถึงนางจะไม่สวยไม่น่ารักเหมือนสตรีทั่วไปแต่นางก็เป็นคนดี ดีจริงๆ
เวลาผ่านไป 20 วัน ทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่างเสร็จสมบูรณ์ ไม้ผลลงครบทุกต้น ปล่อยน้ำธรรมชาติเข้าไปในบ่อปลา ให้คนงานช่วยไล่ต้อนปลาให้เข้าบ่อ มีการวางตาข่ายกันไม่ให้ตัวประหลาดมาขโมยกินปลาในบ่อ
มีการพรวนดินกลับดินอีกครั้ง ใช้ไม้เจาะเป็นรูหยอดเมล็ดผัก กลบ ใช้ผ้าทึบสีดำทาน้ำยางไม่ให้มีรูระบายอากาศคลุมให้ทั่วแปลงผัก เจาะรูหยดเมล็ดผักลงไปก่อนกลบ
มีการปักป้ายตั้งชื่อ “ไร่ชางอัน” คนงานต่างหลงรักเจ้านายตัวอ้วน โบกมือล่ำลา รับปากจะช่วยกันดูแลพืชผักอย่างดี ชิงเยี่ยนก็รับปากว่าจะมาเยี่ยมบ่อยๆ ให้ทุกคนดูแลตัวเองอย่าให้เจ็บไข้ จัดให้คนส่งยารักษาโรคมาให้ เก็บไว้ที่ส่วนกลาง ให้เขียนชื่อเวลาเบิกทุกครั้งกับผู้เฒ่าดูแลไร่ชางอัน
******
“ท่านแม่ทัพ มีคนส่งของมาให้ขอรับ” ทหารเฝ้าหน้าประตู ส่งจดหมายพร้อมกระดาษม้วนใหญ่ให้แม่ทัพหนุ่ม
แม่ทัพหนุ่มหวังเซี่ยนหรง มองจดหมายที่แนบมากับกระดาษม้วนใหญ่ เนื้อความในจดหมาย ข่าวฮ่องเต้ทรงประทานสมรสให้แม่ทัพหนุ่มกับธิดาตระกูลจาง แพร่กระจายไปทั่วแคว้น เพื่อนหวังดีอยากส่งรูปแม่นางจางชิงเยียนมาให้เขาได้เห็นก่อนกลับเมืองหลวง จะได้เตรียมใจไว้ก่อนเห็นตัวจริง
เซี่ยนหรงคลี่ม้วนกระดาษออกช้าๆ เป็นภาพเต็มตัวของสตรีอ่อนเยาว์ รูปร่างอวบอ้วนแต่งกายอาภรณ์สีสด ใบหน้าอวบอูม แทบมองไม่เห็นดวงตาจมูกและปาก นี่คือภาพของสตรีที่เขาได้รับพระราชทานให้สมรสด้วย เมื่อเสร็จศึกสงครามครั้งนี้ มันทำให้เขาไม่อยากกลับบ้านกลับเมืองเสียแล้ว แต่พอนึกถึงน้องชายกับท่านย่าที่รอการกลับไปของเขาแล้ว เขาก็ต้องทำใจยอมรับชะตากรรม
******
ชิงเยียนรู้สึกปวดท้องอย่างหนัก “โอ้ย อื่อ โอ้ย...” นอนขดตัวบิดไปมาบนเตียง รู้สึกเปียกแฉะที่หว่างขา ใช้มือคล่ำดู
“เลือด” ตายห่า เป็นอะไรวะเนี่ย มะเร็งลำไส้หรือเปล่าวะ ปวดท้องด้วย มีเลือดด้วย ชัวร์เลย
“คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าค่ะ” นมเหยาเข้ามาตอนเช้า เห็นเด็กสาวนอนขดบิดตัวไปมา ใบหน้าเหยเก มองเห็นเลือดที่มือของเด็กสาว “เลือด คุณหนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่าเจ้าค่ะ” นมเหยาตกใจไม่แพ้กัน
“ปวดท้อง” ชิงเยียนกัดฟันบอก
“เป็นระดูหรือเปล่าเจ้าค่ะ” อาจูกล่าวขึ้น
“ระดู?” ชิงเยียนไม่เข้าใจ
“จริงด้วย คุณหนูยังไม่เคยมีระดู ปวดท้อง และมีเลือดออกมาจากตรงนั้นใช่ไหมเจ้าค่ะ” นมเหยาถามยิ้มอ่อนโยน
“อือ” ชิงเยียนตอบพร้อมพยักหน้า “ประจำเดือนรึ” ถามเพื่อความแน่ใจเมื่อนึกได้ว่าผู้หญิงทุกคนต้องมีทุกเดือน
“เจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวไปเอาถุงน้ำร้อนมาประคบที่ท้องให้นะเจ้าคะ” อาจูบอกก่อนรีบวิ่งออกไป
อาฮงอยู่หน้าประตูได้ยินการสนทนาทุกถ้อยคำ เขาไม่รู้จะช่วยอะไรได้ มันเป็นเรื่องของสตรี
“เวลาเป็นระดู ผู้หญิงทุกคนเขาปวดกันแบบนี้รึ” ชิงเยียนถาม ใบหน้าซีดเซียวยังมีอาการปวดท้องอยู่
“ไม่ทุกคนหรอกเจ้าคะ นมคิดว่าเฉพาะคนที่มีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเท่านั้นถึงจะเป็นเจ้าคะ” นมเหยาตอบนุ่มนวลอ่อนโยน คอยเช็ดเหงื่อบนใบหน้าที่ซีดขาวของคุณหนูตัวอ้วนเป็นระยะ
คนที่ร่างกายไม่แข็งแรงรึ คงใช่ ร่างกายนี้ทั้งอ้วน ทั้งอ่อนแอ ไม่ได้แล้ว ต้องรีบปรับสภาพร่างกายเสียใหม่ ให้เร็วที่สุด ไม่งั้นคงปวดแบบนี้ทุกเดือนแน่
“นอนพักก่อนนะเจ้าค่ะ คุณหนูต้องอยู่ในห้องสัก 3-5 วัน จนกว่าระดูจะหมด” นมเหยาอธิบายการทำตัวระหว่างมีระดู ห้ามกินอะไร ควรกินอะไร อาบน้ำอุ่น ประคบน้ำร้อน อีกมากมาย
ช่วงบ่ายวันนั้นเลือดสีแดงสดเลอะเต็มที่นอน โอ้ย เกิดเป็นผู้หญิงทำไมลำบากแบบนี้วะ ชิงเยียนไม่กล้ากระดุกกระดิก เพราะพอขยับ เลือดจะไหลทะลักออกมาจนรู้สึกได้
วันแรกผ่านไปด้วยความทรมานกับอาการปวดท้อง วันต่อมาค่อยยังชั่ว ไม่ปวดมากเหมือนวันแรก ทำให้มีเวลาคิดเรื่องต่างๆ ดีกว่าอยู่ว่างๆ น่าเบื่อ
“คุณหนูเขียนอะไรเจ้าค่ะ” นมเหยาเข้ามาในห้องพร้อมอาจู เห็นเด็กสาวตัวอ้วนนั่งเขียนหนังสืออย่างตั้งอกตั้งใจ
ไม่มีคำตอบจากเด็กสาว นางยังคงตั้งใจเขียนหนังสือไม่พูดไม่จา นมเหยาไม่คิดรบกวน วางน้ำชาและของวางไว้บนโต๊ะก่อนเดินออกไปจากห้อง
วันเวลาแห่งความสุขกลับมาอีกครั้ง เมื่อฤดูที่แสนจะเจ็บปวดทรมานสิ้นสุด 5 วันเต็ม
ชิงเยียนอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า ชวนอาฉีกับอาจู เข้าไปในเมือง โดยมีอาฮงตามติดเหมือนเคย
วันนี้ชิงเยียนให้อาฮงเป็นคนบังคับรถม้า ให้อาฉีเข้ามานั่งในรถม้าเพื่อพูดคุยอะไรบางอย่างกับตน โดยมีอาจูนั่งฟังอยู่ด้วย
“พี่ฮงจอดหน้าร้านหนังสือข้างหน้า” เสียงเจ้านายตัวอ้วนบอก
ชิงเยียนส่งหนังสือสองเล่มให้อาฉี ก่อนเขาเดินลงจากรถม้าเข้าไปในร้านหนังสือ “ซินโยว”
“สวัสดีขอรับ สนใจหนังสือเล่มไหนขอรับ” เจ้าของร้านออกมาต้อนรับ เนื่องจากเป็นร้านหนังสือขนาดเล็กเมื่อมีลูกค้าเข้ามาในร้าน เจ้าของร้านจะกระตือรือล้นออกมาบริการเป็นพิเศษอย่างดี
อาฉีไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขายื่นหนังสือสองเล่มในมือให้เจ้าของร้าน
ซินโยวรับหนังสือสองเล่มอย่างงุนงงก่อนเปิดดู ตัวอักษรลงลายเส้นหนักชัดเจนลายมือไม่สวยแต่อ่านง่าย เล่มแรกเป็นนิทานสอนเด็กพร้อมภาพประกอบ แค่ดูภาพและอ่านเบื้องต้นก็อดอมยิ้มหัวเราะไม่ได้ เปิดหนังสืออีกเล่มเป็นการสอนศิลปะป้องกันตัวพร้อมภาพประกอบง่ายๆ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
