ตอนที่ 5: นีออนกระทะร้อน และจังหวะชีวิตที่ต้องสู้ (Sizzling Neon & The Hustle Beat)
คลิปวิดีโอประกาศอิสรภาพของ ROAJ กลายเป็นไวรัลข้ามคืน ยอดฟอลโลว์ในโซเชียลมีเดียพุ่งทะลุหลักล้าน แฟนคลับต่างชาติแห่กันมาคอมเมนต์ชื่นชมในความกล้าหาญ... ภาพลักษณ์ของพวกเธอตอนนี้คือ "กบฏผู้งดงามแห่งวงการไอดอล"
แต่ในความเป็นจริง... กบฏผู้งดงามทั้ง 4 กำลังนั่งมองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยสุดท้ายที่ตั้งอยู่กลางห้องพักโรงแรมจิ้งหรีดด้วยสายตาละห้อย
[ความจริงที่ไม่มีฟิลเตอร์]
"ฉันหิว..." ลี่อิงครวญคราง เธอฟุบหน้าลงกับโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก ผมเปียคู่สีม่วงที่เคยเด้งดึ๋งตอนนี้ลู่ตกลงมาอย่างหมดสภาพ
เยว่ซื่อถอนหายใจยาวพลางแคะกระปุกออมสินหมูน้อยที่แอบพกติดตัวมา "เราเหลือเงินสดรวมกันแค่หลักพัน... ค่าเช่าห้องก็ใกล้จะถึงดิวแล้ว ไม่ต้องพูดถึงค่าเช่าห้องซ้อมหรือค่าทำเพลงเลย เราช็อตชัวร์ๆ"
ชิงชิงมองบะหมี่ถ้วยนั้นสลับกับหน้าเพื่อนๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนถ้วยไปทางลี่อิง "ลี่อิงกินเถอะ เธอใช้พลังงานเยอะตอนซ้อมเต้นหน้ากระจกเมื่อเช้า"
"ไม่เอา ชิงชิงเจี่ยแหละกิน พี่ต้องใช้เสียงนะ" ลี่อิงดันถ้วยกลับ
มิ้น ลีดเดอร์ผู้แบกความหวังของวงยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกปวดใจ เธอสูดหายใจลึกๆ ดึงความเด็ดขาดสไตล์พี่ใหญ่ออกมา
"ไม่ต้องเกี่ยงกัน! แบ่งกันกินคนละสามคำ แล้วลุกไปเปลี่ยนชุดซะ เราจะออกไปหาเงินกัน!"
เยว่ซื่อเลิกคิ้ว "หาเงิน? พี่จะพาพวกเราไปเปิดหมวกร้องเพลงเหรอ? แต่เรายังไม่มีลำโพงเลยนะ"
"เปิดหมวกน่ะเอาไว้ทีหลัง..." มิ้นยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยแผนการบางอย่าง "ตอนนี้เราต้องไปใช้ 'แรงงาน' แลกเงินก่อน ตามพี่มา!"
[ไอดอลสวมผ้ากันเปื้อน]
ครึ่งชั่วโมงต่อมา สาวๆ ROAJ ในชุดเสื้อยืดธรรมดาๆ ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่หน้าร้าน "เจ๊สมศรี หมูกระทะ" ร้านขนาดใหญ่ริมถนนที่เต็มไปด้วยโต๊ะไม้และเตาถ่าน กลิ่นหมูหมักและน้ำจิ้มสุกี้ลอยเตะจมูกจนลี่อิงท้องร้องเสียงดัง จ๊อก~
เจ๊สมศรี เจ้าของร้านวัยห้าสิบปลายๆ ยืนกอดอกมองเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มทั้งสี่คนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาไม่เชื่อถือ
"พวกหนูเนี่ยนะจะมาสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟ? หน้าตากันหยั่งกะหลุดมาจากทีวี จะยกเตาถ่านไหวเร้อ? ร้านฉันไม่ได้ต้องการตุ๊กตามาตั้งโชว์นะเว้ย"
เยว่ซื่อทำท่าจะเถียง แต่ทำนองความหิวบังคับให้เธอต้องเงียบ มิ้นก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มสู้ชีวิตขั้นสุด
"เจ๊คะ! เจ๊ดูถูกพวกเราไม่ได้นะคะ หนูศึกษามาแล้ว ร้านหมูกระทะสเกลร้อยโต๊ะแบบเจ๊เนี่ย ต้นทุนค่ากระทะทองเหลืองกับกระทะอะลูมิเนียมมันต่างกันเยอะ! ไหนจะงบประมาณค่าถ่าน ค่าวัตถุดิบรายวันอีก... ถ้าเจ๊จ้างพวกหนู หนูช่วยเจ๊ประหยัดงบเตาถ่านได้ เพราะพวกหนูเดินเสิร์ฟไว เติมน้ำซุปไว ไฟไม่ทันมอด ลูกค้าก็กินอิ่มเช็คบิลแล้ว 회전율 (Turnover rate) ของโต๊ะเจ๊จะพุ่งปรี๊ดเลยค่ะ!"
เจ๊สมศรีเบิกตาโต อึ้งกับศัพท์เทคนิคและการคำนวณต้นทุนที่พรั่งพรูออกมาจากปากเด็กสาวหน้าตาสะสวย "เออ... นังหนูนี่มันรู้เรื่องเว้ย! เอ้า! ให้ลองงานวันนึง ถ้าลูกค้าบ่น ฉันไล่ออกทั้งแก๊ง!"
และแล้ว... ปฏิบัติการ Kitsch Survival ก็เริ่มต้นขึ้น!
[จังหวะชีวิตหน้าเตาถ่าน]
การเสิร์ฟหมูกระทะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอดีตไอดอลค่ายใหญ่
ลี่อิง เมนแดนซ์จอมพลัง รับหน้าที่แบกถาดผักและเนื้อสัตว์ เธอใช้สเต็ปเท้าจากการเต้นสไลด์ตัวหลบลูกค้าที่เดินขวักไขว่ได้อย่างพลิ้วไหวราวกับเต้นเพลงจังหวะ 120 BPM
"โต๊ะ 8 หมูสามชั้นสอง ถาดค่ะ! หลบหน่อยค่า~!"
เยว่ซื่อ มักเน่สายคูล รับหน้าที่เสิร์ฟน้ำและน้ำแข็ง เธอเดินแจกแก้วด้วยท่าทางเท่บาดใจ จนลูกค้าวัยรุ่นสาวๆ โต๊ะข้างๆ ถึงกับหน้าแดงซ่าน
"น้ำแข็งครับ... เอ้ย ค่ะ รับอะไรเพิ่มบอกได้นะคะ" เยว่ซื่อส่งสายตาปิ๊งๆ เพื่อทิป
ส่วน ชิงชิง เมนโวคอลเสียงหวาน รับหน้าที่จดออเดอร์ แม้ภาษาไทยจะยังไม่แข็งแรง แต่เธอก็ใช้รอยยิ้มละลายโลกและเสียงใสๆ ถามลูกค้า
"อา... เอา หมู-นุ่ม ช่ายมายค้า? รับน้ำ-จิ้ม เพื่มไหมค้า?" ลูกค้าโต๊ะนั้นถึงกับเหมาสั่งหมูเพิ่มอีกห้าถาดเพราะแพ้ความน่ารัก
ส่วน มิ้น... เธอวิ่งวุ่นดูแลความเรียบร้อย คอยเปลี่ยนตะแกรงและเติมน้ำซุปให้ทุกโต๊ะ เหงื่อเม็ดโตร่วงหล่นจากหน้าผาก แต่ใบหน้าของเธอกลับเปื้อนยิ้ม... นี่คือรสชาติของชีวิตจริงที่พวกเธอไม่เคยสัมผัสในค่ายเพลง
[ซิมโฟนีแห่งความสุกงอม (The Sizzling Symphony)]
ช่วงค่ำ ลูกค้าแน่นร้านจนล้น บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงดังอึกทึก แต่ในความวุ่นวายนั้น เยว่ซื่อที่กำลังยืนพักเหนื่อยอยู่ข้างเสาร้าน กลับหลับตาลงและเริ่มฟัง...
ซู่... ซ่า... (เสียงเนื้อหมูกระทบเตาร้อนๆ)
แก๊ง... แก๊ง... (เสียงที่คีบน้ำแข็งกระทบแก้วน้ำ)
ช้ง... เช้ง... (เสียงเจ๊สมศรีสับหมูอยู่หลังร้าน)
มันคือจังหวะ! เยว่ซื่อเริ่มขยับหัว และทำเสียงบีทบ็อกซ์เบาๆ ในคอให้เข้ากับเสียงรอบตัว
ลี่อิงที่เดินผ่านมาได้ยินเข้า ก็หยิบตะเกียบที่ยังไม่ได้ใช้มาเคาะเบาๆ กับถาดอะลูมิเนียมในมือ แต๊ก... แต๊ก... แต๊ก... ชิงชิงเดินเข้ามาสมทบ เธอเริ่มฮัมเพลงประสานไปกับจังหวะนั้น เป็นท่วงทำนองที่สดใส สนุกสนาน และเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา มิ้นเดินเข้ามาเห็นน้องๆ กำลังสนุก จึงรีบหยิบกระดาษจดออเดอร์ใบเล็กๆ ออกมา แล้วใช้ปากกาเขียนเนื้อเพลงลงไปอย่างรวดเร็ว
* "ไม่ใช่แสงสปอร์ตไลท์... แต่เป็นไฟเตาถ่านที่ร้อนแรง" *
* "เหงื่อที่ไหลริน... คือประกายเพชรที่แท้จริงของเรา" *
* "Kitsch ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าหรูหรา... แต่มันคือความกล้าที่จะยืนหยัด!" *
พวกเธอมองหน้ากัน รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าที่เปื้อนคราบเขม่าควัน เพลงใหม่ของพวกเธอ... ไม่ได้เกิดในสตูดิโอราคาแพง แต่เกิดจากหยาดเหงื่อและเสียงกระทะหน้าเตา!
[Guerrilla Concert: เวทีริมถนน]
เมื่อร้านใกล้ปิด เจ๊สมศรีเดินมาหาพวกเธอพร้อมกับซองเงินค่าจ้างและทิปที่ลูกค้าให้ไว้
"พวกเอ็งเก่งกว่าที่คิดเว้ย เอาไป... ค่าแรงวันนี้"
มิ้นรับซองมาด้วยมือที่สั่นเทา มันไม่ได้เยอะเท่าเศษเงินของค่ายเพลง แต่มันมีค่ามหาศาลสำหรับพวกเธอตอนนี้
"เจ๊คะ..." มิ้นเงยหน้าขึ้นมองเจ๊สมศรีด้วยสายตามุ่งมั่น "หนูขออนุญาตใช้พื้นที่หน้าร้านเจ๊สัก 10 นาทีได้ไหมคะ? พวกหนูเป็นนักร้อง... และพวกหนูอยากร้องเพลงตอบแทนลูกค้าที่ยังเหลืออยู่"
เจ๊สมศรีขมวดคิ้ว ก่อนจะถอนหายใจและโบกมือ "เออๆ เอาสิ แต่อย่าเสียงดังจนตำรวจลงล่ะ!"
เยว่ซื่อวิ่งไปยืมลำโพงบลูทูธตัวเล็กๆ ของเด็กล้างจานหลังร้านมาตั้งหน้าร้าน ลี่อิงจัดแจงเคลียร์พื้นที่ มิ้นและชิงชิงยืนเช็คไมค์สายเก่าๆ ที่เสียบกับลำโพง
ลูกค้าที่กำลังนั่งกินอยู่เริ่มหันมามองด้วยความสงสัย บางคนจำพวกเธอได้จากในเน็ต เริ่มหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป
"สวัสดีค่ะทุกคน! พวกเรา ROAJ ค่ะ!" มิ้นพูดใส่ไมค์ เสียงของเธอดังก้องกังวานไปทั่วถนน "วันนี้พวกเราไม่มีเวทีอลังการ ไม่มีชุดหรูหรา... มีแค่ผ้ากันเปื้อนเปื้อนควันหมู! แต่พวกเรามีบทเพลงที่เพิ่งแต่งเสร็จเมื่อกี้ มาฝากทุกคนค่ะ!"
เยว่ซื่อปล่อยบีทบ็อกซ์หนักๆ ออกมา ลี่อิงเริ่มเต้นฟรีสไตล์ด้วยความแข็งแรงและทรงพลัง ชิงชิงปล่อยเสียงใสๆ ร้องนำท่อนฮุค และมิ้นร้องประสานเสียงอย่างลงตัว
มันคือการแสดงแบบ "Guerrilla Concert" (คอนเสิร์ตริมถนน) ที่ดิบ เถื่อน แต่โคตรจริงใจ! ผู้คนละแวกนั้นเริ่มหยุดเดินแล้วมุงดู วินมอเตอร์ไซค์จอดรถดู ลูกค้าในร้านลุกขึ้นมาปรบมือตามจังหวะ
แสงนีออนจากป้ายร้าน "เจ๊สมศรี หมูกระทะ" สาดส่องลงมากระทบตัวพวกเธอ มันอาจจะไม่ใช่ไฟสปอร์ตไลท์ราคาแพง... แต่มันทำให้พวกเธอเปล่งประกายได้อย่าง Kitsch ที่สุด!
[บทสรุปตอนที่ 5: เริ่มต้นจากศูนย์]
เมื่อโชว์จบลง เสียงปรบมือและเสียงผิวปากดังเกรียวกราว แฟนคลับที่จำได้บางคนตะโกนเรียกชื่อพวกเธอด้วยความตื่นเต้น เจ๊สมศรีถึงกับยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าร้าน
คืนนั้น สาวๆ กลับมาที่ห้องพักโรงแรมจิ้งหรีด เยว่ซื่อเทเงินทั้งหมดลงบนเตียง... มันมากพอที่จะทำให้พวกเธอรอดไปได้อีกหนึ่งอาทิตย์ และมากพอที่จะ...
"พรุ่งนี้..." มิ้นพูดขึ้น สายตาเป็นประกาย "เราจะเอาเงินก้อนนี้ ไปเช่าห้องอัดเสียงอินดี้รายชั่วโมง เราจะอัดเพลง 'Sizzling Neon' แล้วปล่อยมันลงเน็ตให้โลกได้ฟัง!"
ชิงชิง ลี่อิง และเยว่ซื่อพยักหน้าพร้อมกัน ไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไป มีแต่ความตื่นเต้นที่จะได้ลุยในเส้นทางของตัวเอง!
