บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4: ข้อเสนอสีทองและทำนองที่หายไป (The Golden Cage & The Missing Melody)

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านที่ถูกปิดสนิทในห้องพักแคบๆ ของโรงแรมจิ้งหรีดชานเมือง ไม่ใช่คอนโดหรูหราของค่ายเพลงอีกต่อไป แต่เป็นสถานที่กบดานชั่วคราวที่พวกเธอต้องหนีฝ่าวงล้อมของนักข่าวหลายสิบชีวิตที่มาดักรอหน้าหอพักตั้งแต่ตีสี่

​ในโลกออนไลน์ แฮชแท็ก #ROAJRevolution และ #BoycottChen ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ทั่วโลก คลิปการแสดง "Kitsch Rebellion" มียอดวิวทะลุ 50 ล้านครั้งภายในคืนเดียว พวกเธอกลายเป็นฮีโร่ของผู้คนที่เบื่อหน่ายการถูกตีกรอบ... แต่ในโลกความเป็นจริง พวกเธอกำลังกลายเป็นเด็กสาว 4 คนที่ "ไร้บ้าน" และ "ไร้ค่าย"

​[เช้าแห่งความจริงที่หนักอึ้ง]

​มิ้น นั่งอยู่บนขอบเตียง มือถือสมาร์ทโฟนที่หน้าจอเต็มไปด้วยสายที่ไม่ได้รับกว่าร้อยสาย ทั้งจากผู้จัดการที่ถูกไล่ออกไปแล้ว จากครอบครัวที่เมืองไทย และจากเบอร์แปลกๆ อีกนับไม่ถ้วน เธอมองไปรอบๆ ห้อง...

​ลี่อิง นอนขดตัวอยู่บนโซฟาเก่าๆ กอดเสื้อแจ็คเก็ตสีเงินของตัวเองไว้แน่นราวกับเป็นผ้าห่มนิรภัย ชิงชิง นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้หนักเมื่อคืน ส่วน เยว่ซื่อ ยืนพิงกำแพง กอดอกและเคี้ยวหมากฝรั่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ดวงตาของเธอก็ฉายแววความกังวลไม่แพ้กัน

​"เราจะเอายังไงต่อดี... มิ้นเจี่ย?" เสียงแหบพร่าของชิงชิงทำลายความเงียบ

​มิ้นสูดหายใจลึก พยายามดึงความเข้มแข็งของลีดเดอร์ออกมา "ตอนนี้เราต้องตั้งสติก่อน ประธานเชินคงกำลังเตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายพวกเราแน่ๆ แต่จากกระแสสังคมตอนนี้ เขาคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงออกสื่อ"

​ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

​เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้ทุกคนสะดุ้งสุดตัว เยว่ซื่อคว้าขาตั้งกล้องที่วางอยู่ใกล้มือมาถือไว้เป็นอาวุธ มิ้นเดินไปส่องดูที่ตาแมว ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

​คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือ พี่หลิน อดีตสไตลิสต์ของวงที่แอบหนีออกมาพร้อมพวกเธอ และไม่ได้มามือเปล่า... เธอก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับผู้ชายใส่สูทดูภูมิฐานคนหนึ่ง

​"พี่ขอโทษที่พาคนนอกมานะมิ้น แต่เขาบอกว่าเขามีทางออกให้พวกเธอ" พี่หลินพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

​ผู้ชายคนนั้นถอดแว่นกันแดดออก เขาส่งยิ้มธุรกิจมาให้ "สวัสดีครับสาวๆ ผม 'วิคเตอร์' จาก Starfall Entertainment... ค่ายเพลงอันดับหนึ่งของเอเชียในตอนนี้"

​[ข้อเสนอสีทอง (The Golden Cage)]

​วิคเตอร์วางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้อง แล้วหยิบซองสีทองอร่ามออกมาวางตรงหน้าพวกเธอ

​"ผมดูโชว์ของพวกคุณเมื่อคืนแล้ว... มันยอดเยี่ยมมาก ความกล้าหาญ ความขบถ ความเซ็กซี่ที่คาดเดาไม่ได้ นั่นแหละคือสิ่งที่วงการนี้กำลังกระหาย!" วิคเตอร์พูดด้วยแววตาเป็นประกาย "ค่ายของผมยินดีจะจ่ายค่าฉีกสัญญาและค่าเสียหายทั้งหมดให้ประธานเชิน และเซ็นสัญญาใหม่กับพวกคุณด้วยมูลค่าที่มากกว่าเดิม 10 เท่า!"

​ลี่อิงตาโต "สิบเท่า?! หมายความว่าเราจะได้ทำเพลงต่อ แถมไม่ต้องหนีแล้วใช่ไหมคะ!"

​"แน่นอนครับ" วิคเตอร์ยิ้มกว้าง ก่อนจะเว้นจังหวะ... "แต่... ผมมีเงื่อนไขเล็กน้อย"

​รอยยิ้มของมิ้นค่อยๆ จางหายไป ประสบการณ์สอนให้เธอรู้ว่าไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ในวงการนี้ "เงื่อนไขอะไรคะ?"

​วิคเตอร์หยิบรูปถ่ายของพวกเธอทั้ง 4 คนออกมา แล้วใช้นิ้วเลื่อนรูปของ ชิงชิง ออกไปจากกลุ่ม

​"คอนเซปต์ 'Dark Kitsch' ของพวกคุณมันขายได้ แต่ชิงชิง... ภาพลักษณ์ของเธออ่อนหวานเกินไป เสียงของเธอใสเกินกว่าจะร้องเพลงแร็ปดุดันหรือเซ็กซี่แบบนั้น ค่ายเราต้องการแค่มิ้น ลี่อิง และเยว่ซื่อ... เราจะปั้นพวกคุณให้เป็นเกิร์ลกรุ๊ป 3 คนที่ดังที่สุดในโลก ส่วนชิงชิง... เราจะให้เงินก้อนใหญ่ เผื่อให้เธอกลับไปเรียนต่อที่เซี่ยงไฮ้"

​ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องทันที อากาศเหมือนถูกดูดออกไปจนหมด

​"คุณว่าไงนะ?" เยว่ซื่อกำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้น เธอพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อวิคเตอร์ "คุณกล้าดียังไงมาบอกให้พวกเราทิ้งพี่ชิงชิง! เมื่อคืนคุณไม่ได้ดูเหรอว่าเราสู้เพื่ออะไร!"

​"ใจเย็นๆ สาวน้อย" วิคเตอร์ยกมือขึ้นยอมแพ้ แต่สายตายังคงเยือกเย็น "นี่คือธุรกิจ พวกคุณกำลังล้มละลาย ติดหนี้หลายสิบล้าน ถ้าไม่รับข้อเสนอนี้... พวกคุณจะเอาเงินที่ไหนไปสู้คดี? มิตรภาพมันกินไม่ได้หรอกนะ"

​[รอยปริร้าวและน้ำตา]

​วิคเตอร์ทิ้งนามบัตรไว้และเดินจากไป ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่ในความตึงเครียดที่แทบจะบีบหัวใจให้แตกสลาย

​ชิงชิงก้มหน้านิ่ง น้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนๆ ด้วยรอยยิ้มที่ฝืนที่สุดในชีวิต "มิ้นเจี่ย... ลี่อิง... เยว่ซื่อ... รับข้อเสนอเถอะค่ะ"

​"พี่พูดบ้าอะไรออกมา!" เยว่ซื่อตวาดเสียงสั่น น้ำตาของสาวเท่เริ่มไหลออกมาเป็นครั้งแรก

​"เขาพูดถูก..." ชิงชิงสะอื้น "ฉันเป็นตัวถ่วงมาตลอด ฉันเต้นไม่เก่ง ความมั่นใจก็ไม่มี ถ้าไม่มีฉัน... วงของเราจะไปได้ไกลกว่านี้ พวกเธอจะได้สวมชุดสวยๆ ได้ร้องเพลงบนเวทีใหญ่ๆ... ได้โปรดทิ้งฉันไว้ตรงนี้เถอะนะ"

​ลี่อิงส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง เธอวิ่งเข้ามากอดชิงชิงไว้แน่น ร้องไห้จนตัวโยน "ไม่เอา! ถ้าไม่มีชิงชิง ฉันก็ไม่เต้น! ROAJ ต้องมี 4 คนสิ! ถ้าขาดไปคนหนึ่ง มันจะเรียกว่าปฏิวัติสีนีออนได้ยังไง!"

​มิ้นยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เธอก้าวเดินช้าๆ ไปหาชิงชิง ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้า แล้วจับมือของน้องสาวที่สั่นเทาเอาไว้

​"ชิงชิง... จำวันที่เรานั่งกินหมูกระทะด้วยกันครั้งแรกได้ไหม?" มิ้นถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด "พี่บอกว่ายังไง?"

​ชิงชิงเช็ดน้ำตา "พี่บอกว่า... ไม่ว่าน้ำซุปจะเดือดแค่ไหน หรือจะลวกปากยังไง... เราก็จะทนกินไปด้วยกัน"

​"ใช่..." มิ้นยิ้มบางๆ "และวิคเตอร์ก็เหมือนน้ำจิ้มที่หมดอายุ ดูน่ากินแต่ถ้าจิ้มลงไป เราจะท้องเสียกันหมด! ชิงชิง ฟังพี่นะ... เสียงของเธอไม่ใช่จุดอ่อน แต่มันคือ 'หัวใจ' ของวงนี้ ถ้าไม่มีเสียงใสๆ ของเธอคอยเบรกความดุดันของพวกเรา เพลงของเรามันก็แค่เสียงตะโกนที่ไร้วิญญาณ"

​[ท่วงทำนองที่สมบูรณ์แบบ]

​มิ้นลุกขึ้นยืน เธอหยิบขวดน้ำพลาสติกที่วางอยู่บนโต๊ะมาเคาะจังหวะเบาๆ กับขอบโต๊ะ ตึก... ตึก... ตึก...

​"เยว่ซื่อ... ขอจังหวะหน่อย"

​เยว่ซื่อปาดน้ำตา แล้วเริ่มทำบีทบ็อกซ์ (Beatbox) ด้วยจังหวะฮิปฮอปที่หนักแน่นแต่ช้าลง

​ลี่อิงที่ยังสะอื้นอยู่ เริ่มปรบมือเข้าจังหวะ... แปะ... แปะ...

​มิ้นเริ่มฮัมเพลง... มันคือทำนองเพลง "Kitsch Rebellion" เมื่อคืน แต่นำมาร้องในสไตล์ Acoustic R&B ที่ช้าลงและลึกซึ้งขึ้น

​ * "ในเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน... พวกเขามองเห็นแค่หน้ากาก" *

(มิ้นพยักหน้าให้ชิงชิง)

​ชิงชิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอมองหน้าเพื่อนทั้งสามคน แล้วเปล่งเสียงที่ใสและกังวานที่สุดออกมา... เสียงที่ไม่มีดนตรีกลบ เสียงที่ออกมาจากขั้วหัวใจ

​ * "แต่เธอคือแสงดาวที่ซ่อนอยู่... ในความมืดมิดที่หนาวเหน็บ" *

* "เขาบอกให้เราทิ้งกันไป... เพื่อแลกกับมงกุฎที่ว่างเปล่า" *

​เยว่ซื่อแทรกแร็ปเข้ามาด้วยเสียงทุ้มต่ำ

* "Yo! มงกุฎทองคำฉันไม่สน ถ้ามันต้องแลกด้วยน้ำตาของคนในครอบครัว! พวกเราคือ Kitsch ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรม!" *

​ลี่อิงและมิ้นประสานเสียงท่อนฮุค

* "ROAJ! ไม่มีใครทิ้งใครไว้ข้างหลัง!" *

* "ถ้าโลกนี้ไม่มีเวทีให้เรายืน... เราก็จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของเราเอง!" *

​เมื่อเพลงจบลง ทั้ง 4 คนโผเข้ากอดกันกลม ร้องไห้ออกมาด้วยความโล่งใจและพลังใจที่เต็มเปี่ยม ความกังวลและความกลัวทั้งหมดถูกชะล้างออกไปด้วยเสียงเพลงและน้ำตาแห่งมิตรภาพ

​[บทสรุปตอนที่ 4: ก้าวแรกของความอิสระ]

​มิ้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธอกดบันทึกวิดีโอเซลฟี่ โดยมีลี่อิง ชิงชิง และเยว่ซื่อยิ้มกว้าง(แม้ตาจะบวม)อยู่ด้านหลัง

​"สวัสดีค่ะแฟนๆ ทุกคน พวกเรา ROAJ นะคะ!" มิ้นพูดใส่กล้องด้วยน้ำเสียงที่สดใสและทรงพลัง "ขอบคุณสำหรับทุกความรักที่ส่งมาให้พวกเราเมื่อคืน... ตอนนี้พวกเราขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า ROAJ จะไม่เซ็นสัญญากับค่ายไหนทั้งนั้น!"

​เยว่ซื่อโผล่หน้ามาหน้ากล้อง "ใช่แล้ว! พวกเราจะทำเพลงกันเอง! เต้นกันเอง! หาชุดกันเอง!"

​ลี่อิงชูสองนิ้ว "และถ้าไม่มีเงินทำเอ็มวี เราก็จะเต้นให้ทุกคนดูที่ลานกว้างหน้าห้างเลยคอยดู!"

​ชิงชิงยิ้มหวานที่สุดก่อนจะพูดปิดท้าย "รอติดตามพวกเราในฐานะ 'ศิลปินอิสระ' ที่ Kitsch ที่สุดในโลกด้วยนะคะ เลิฟยู!"

​คลิปนั้นถูกโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย และมันสร้างแรงสั่นสะเทือนวงการไอดอลอีกครั้ง! การประกาศตัวเป็นศิลปินอิสระของพวกเธอเปรียบเสมือนการประกาศสงครามกับระบบทุนนิยมของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ทั้งหมด

​วิคเตอร์ที่เพิ่งเดินกลับไปถึงรถถึงกับช็อกเมื่อเห็นคลิป ส่วนประธานเชินในออฟฟิศก็โกรธจนแทบคลั่ง!

​หนทางข้างหน้าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การเป็นศิลปินอิสระหมายถึงพวกเธอต้องเริ่มจากศูนย์ ไม่มีเงินทุน ไม่มีห้องซ้อม ไม่มีทีมงาน... มีเพียงพวกเธอ 4 คน และเสียงดนตรี!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel