บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6: แฟชั่นมือสอง และสตูดิโอห้องใต้หลังคา (Thrift Kitsch & The Attic Studio)

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงแรมจิ้งหรีดชานเมือง แสงแดดส่องลอดรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาปลุกสาวๆ ทั้งสี่ วันนี้เป็นวันที่พวกเธอตื่นเต้นที่สุด เพราะเงินก้อนแรกที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรง (และกลิ่นควันหมูกระทะ) กำลังจะถูกนำไปใช้สานฝัน!

​"ตื่นได้แล้วสาวๆ! ภารกิจแรกของเราวันนี้คือ... ช้อปปิ้ง!" มิ้นตะโกนปลุกพร้อมกับตบมือแปะๆ

​ลี่อิงเด้งตัวขึ้นจากโซฟาทันทีที่ได้ยินคำว่าช้อปปิ้ง แต่เยว่ซื่อขมวดคิ้วพลางชี้ไปที่กองเงินบนโต๊ะ "พี่มิ้น... เรามีเงินแค่นี้ ถ้าเอาไปช้อปปิ้ง แล้วค่าเช่าห้องอัดล่ะ?"

​"ใครบอกว่าเราจะไปห้างหรูล่ะ" มิ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ "ศิลปินอิสระอย่างเรา ต้องไป 'ตลาดนัด' ต่างหาก! ไปหาชุดคอนเซปต์ใหม่ที่ Kitsch ที่สุด แต่ราคาถูกที่สุดกัน!"

​[ฉากที่ 1: รันเวย์ตลาดนัด (The Flea Market Runway)]

​ตลาดนัดยามเช้าเต็มไปด้วยผู้คน จอแจไปด้วยเสียงพ่อค้าแม่ค้า และราวเสื้อผ้ามือสองที่ยาวสุดลูกหูลูกตา กลิ่นลูกชิ้นปิ้งลอยปะปนกับกลิ่นผ้าเก่า สำหรับอดีตไอดอลที่เคยใส่แต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมตัดเย็บพิเศษ นี่คือโลกใบใหม่ที่พวกเธอไม่คุ้นเคย

​แต่เชื่อไหมครับว่า... สัญชาตญาณแฟชั่นมันฝังอยู่ในสายเลือด!

​"เจ๊คะ! เสื้อยืดลายวงร็อคตัวนี้ ยี่สิบได้ไหมคะ? หนูจะเอาไปตัดแขนออก!" ลี่อิงกำลังงัดทักษะการต่อราคาขั้นเทพออกมาใช้ เธอหยิบเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งมาทาบตัว ก่อนจะใช้สายตาออดอ้อนแม่ค้า

​"โอ๊ย นังหนู! ยี่สิบบาทเจ๊ก็ขาดทุนสิ... เอ้าๆ เห็นว่าหน้าตาน่ารักนะ เจ๊ให้สามสิบ!" ในขณะเดียวกัน เยว่ซื่อ สายเท่ กำลังคุ้ยกระบะเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์มือสอง เธอเจอเสื้อยีนส์ตัวใหญ่ที่ขาดวิ่นตรงไหล่ แต่มันกลับดูเท่ระเบิดเมื่อเธอเอาเข็มกลัดสีนีออนที่ ชิงชิง ซื้อมาจากร้านทุกอย่างยี่สิบมาติดเรียงกันเป็นรูปดาว

​มิ้น รับหน้าที่สไตลิสต์หลัก เธอนำเสื้อผ้าหลากสีสันที่น้องๆ ซื้อมา ทั้งกระโปรงลายสก๊อตเก่าๆ เสื้อตาข่ายขาดๆ และเครื่องประดับพลาสติก มามิกซ์แอนด์แมตช์ (Mix & Match) กันกลางตลาดนัด

​"ลี่อิง เอาเสื้อตาข่ายทับเสื้อร็อค... ชิงชิง เอาโบว์สีเหลืองนีออนมาผูกที่คอเสื้อยีนส์ของเยว่ซื่อ... ส่วนฉัน จะเอากางเกงวอร์มตัวนี้มาตัดเป็นขาสั้น!"

​ผลลัพธ์ที่ได้คือลุค "Street Kitsch" — มันดูดิบ ดูซน สีสันจัดจ้านแบบไม่ตั้งใจ แต่มันกลับสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของพวกเธอออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้เงินหลักหมื่น!

​[ฉากที่ 2: โปรดิวเซอร์หน้าหนวดแห่งห้องใต้หลังคา]

​ช่วงบ่าย สาวๆ ในชุดคอนเซปต์ใหม่เอี่ยม (แต่มือสอง) เดินทางมาถึงจุดหมาย... มันไม่ใช่ตึกกระจกหรูหราเหมือนค่ายเก่า แต่เป็นตึกแถวเก่าๆ ในซอยแคบๆ ที่มีป้ายกระดาษลังเขียนด้วยปากกาเมจิกติดไว้หน้าประตูว่า 'ห้องอัดเสียงอินดี้ (เดินขึ้นชั้น 4 ห้ามบ่นเหนื่อย)'

​เมื่อพวกเธอหอบแฮ่กๆ ดันประตูไม้เก่าๆ เข้าไปในห้องใต้หลังคา สิ่งแรกที่ปะทะหน้าคือกลิ่นกาแฟดำและควันบุหรี่จางๆ ห้องอัดเสียงนี้เล็กจนแทบไม่มีที่ยืน มีแค่คอมพิวเตอร์เก่าๆ จอภาพสองจอ และสายไฟที่พันกันยุ่งเหยิงเหมือนรังนก

​หลังมิกซ์ซิ่งบอร์ด (Mixing Board) มีชายหนุ่มผมยาวประบ่า หนวดเคราเฟิ้ม สวมเสื้อยืดสีซีดกำลังนั่งหลับตาฟังเพลง เขาก็คือ "พี่เค" (P'Khay) โปรดิวเซอร์อินดี้มือทองที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเกลียดวงการไอดอลกระแสหลักเข้าไส้

​"เอ่อ... สวัสดีค่ะ พวกเราจองห้องอัดไว้..." มิ้นพูดขึ้นเบาๆ

​พี่เคค่อยๆ ลืมตาขึ้น หันเก้าอี้มามองพวกเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถอนหายใจดังเฮือก "อ้อ... พวกกบฏหนีค่ายนี่เอง นึกว่าใคร ชุดตลกดีนะ ไปคุ้ยถังขยะที่ไหนมาล่ะ?"

​เยว่ซื่อของขึ้นทันที "นี่ลุง! ปากดีนักนะ พวกเราจ่ายเงินมาเช่าห้องอัด ไม่ได้มาฟังลุงวิจารณ์เสื้อผ้านะ!"

​พี่เคแสยะยิ้ม "เงินน่ะฉันรับ แต่ถ้าเพลงพวกเธอห่วย ฉันจะไล่ตะเพิดออกไปเดี๋ยวนี้แหละ ฉันไม่ทำเพลงพลาสติกให้พวกตุ๊กตาบาร์บี้หรอกนะ... เข้าไปในห้องอัดซะ แล้วแสดงให้ดูหน่อยว่ามีดีอะไรนอกจากเต้นแร้งเต้นกา"

​[ฉากที่ 3: ทลายกำแพงแห่งความสมบูรณ์แบบ]

​สาวๆ เข้าไปในตู้กระจกแคบๆ ที่บุด้วยฟองน้ำกันเสียง ชิงชิงกำไมค์แน่น มือของเธอสั่นเพราะสายตาดุดันของพี่เคที่มองทะลุกระจกเข้ามา

​พวกเธอเริ่มอัดเพลง "Sizzling Neon" (กระทะร้อนสะท้อนนีออน) ที่แต่งขึ้นเมื่อคืน ชิงชิงเริ่มร้องท่อนแรกด้วยเทคนิคที่เรียนมาจากค่ายเก่า เสียงใส เป๊ะ ตรงคีย์เป๊ะ ไม่มีที่ติ

​ปัง!

พี่เคทุบโต๊ะแล้วกดปุ่มไมค์แทรกเข้ามา "หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! นั่นเธอร้องเพลงหรือกำลังอ่านพจนานุกรม?! ทำไมมันจืดชืดแบบนี้!"

​ชิงชิงสะดุ้ง น้ำตาเริ่มคลอ "แต่... แต่หนูร้องตรงคีย์ทุกโน้ตเลยนะคะ"

​"ศิลปะมันไม่ได้อยู่ที่คีย์เว้ย!" พี่เคตะโกนกลับ "เพลงนี้พวกเธอแต่งหน้าร้านหมูกระทะไม่ใช่เหรอ?! มันคือเพลงของคนสู้ชีวิต! คนสู้ชีวิตเขาไม่มาร้องเพลงเสียงสวยๆ ประดิษฐ์ประดอยหรอก! แหกปากออกมา! ร้องให้เหมือนพรุ่งนี้จะไม่มีข้าวกินน่ะ ทำเป็นไหม?!"

​มิ้นหันไปมองชิงชิง แล้วจับไหล่น้องสาวเบาๆ "ชิงชิง... ลืมทุกอย่างที่ค่ายเก่าสอนไปให้หมด ลืมเทคนิค ลืมการคุมเสียง... ร้องด้วย 'ความรู้สึก' อย่างเดียวพอ"

​คราวนี้ถึงคิว เยว่ซื่อ เธอเริ่มแร็ปด้วยสไตล์ไอดอลที่ดูเท่และรักษาภาพลักษณ์

​"หยุด!" พี่เคสับสวิตช์อีกรอบ "แร็ปอะไรของเธอ เบาหวิวเหมือนนุ่น! นี่กำลังด่าโชคชะตาอยู่ไม่ใช่เหรอ? สบถออกมาสิ! กระแทกเสียงให้มันเหมือนคนเก็บกดน่ะ!"

​ลี่อิงที่ปกติจะร่าเริง ถึงกับหน้าเสีย บรรยากาศในห้องอัดตึงเครียดจนแทบระเบิด พวกเธอถูกสั่งให้ร้องใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคอเริ่มแห้งเหือด ความมั่นใจที่สร้างมาเริ่มสั่นคลอน

​[ฉากที่ 4: เสียงที่แท้จริง (The Authentic Roar)]

​เวลาผ่านไปสามชั่วโมง... ทุกคนเหนื่อยหอบ ชิงชิงนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นห้องอัด ร้องไห้ออกมาเงียบๆ

​มิ้นมองหน้าน้องๆ เธอรู้ว่าถ้ายอมแพ้ตอนนี้ ทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่า มิ้นเดินไปเคาะกระจก มองตาพี่เคตรงๆ

​"พี่อยากได้วิญญาณใช่ไหม... งั้นเปิดบีทมาเลย เอาบีทที่หนักที่สุดที่พี่มี!"

​พี่เคเลิกคิ้ว ก่อนจะกดเปิดจังหวะเบสที่หนักหน่วงและดุดันกว่าเดิม

​มิ้นหันกลับมาหาน้องๆ "ทุกคน หลับตา... นึกถึงตอนที่ประธานเชินไล่เรา นึกถึงสายตาดูถูกของวิคเตอร์ นึกถึงความหิวเมื่อเช้า... และนึกถึงว่าเรามีกันและกันแค่นี้ ปล่อยมันออกมาให้หมด!"

​ลี่อิงลุกขึ้นยืน กระทืบเท้าเข้าจังหวะ เยว่ซื่อสูดลมหายใจลึก กำหมัดแน่น ชิงชิงเงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตา ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความมุ่งมั่น

​เมื่อจังหวะฮุคมาถึง...

ชิงชิงไม่ได้ร้องด้วยเสียงหลบที่สวยงามอีกต่อไป เธอแผดเสียงออกมาสุดปอด มันมีรอยแตกพร่า มันมีความแหบแห้ง แต่มันทรงพลังจนทำให้กระจกห้องอัดสั่นสะเทือน!

​เยว่ซื่อกระแทกท่อนแร็ปออกมาด้วยความดุดัน กัดฟันพูดทุกคำราวกับกำลังประกาศสงคราม ลี่อิงและมิ้นร้องประสานเสียงด้วยความบ้าคลั่งและสนุกสนาน

​ * "โยนหน้ากากพลาสติกทิ้งไป... ในกองไฟที่กำลังลุกโชน!" *

* "พวกเราคือ Kitsch ที่ไม่มีใครควบคุมได้!" *

* "ถ้าโลกนี้มันใจร้าย... เราก็จะเต้นรำบนกองขี้เถ้ามันซะเลย!!" *

​มันดิบ มันเถื่อน มันไม่สมบูรณ์แบบ... แต่มันโคตรมีชีวิตชีวา!

​หลังมิกซ์ซิ่งบอร์ด พี่เคที่นั่งกอดอกอยู่ตลอดเวลา ค่อยๆ เผลอขยับหัวตามจังหวะ รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นใต้หนวดเคราที่รกรุงรัง... ในที่สุด เขาก็เจอเพชรที่ซ่อนอยู่ในโคลน

​[บทสรุปตอนที่ 6: บทเพลงที่ไม่มีใครเหมือน]

​เมื่อเพลงจบลง สาวๆ ทั้งสี่ทรุดตัวลงนั่งหอบบนพื้นห้องอัด มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาดังลั่น พวกเธอไม่เคยรู้สึก "เป็นอิสระ" ขนาดนี้มาก่อนในการร้องเพลง

​พี่เคกดปุ่มไมค์ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมมาก "เออ... แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย ออกมาฟังผลงานของพวกเธอสิ ยัยพวกเด็กแสบ"

​เมื่อพวกเธอได้ฟังเพลง "Sizzling Neon" ฉบับมิกซ์เสร็จ มันไม่ใช่เพลงป็อปใสๆ อีกต่อไป แต่มันคือเพลง Pop-Punk/Hip-hop ที่มีกลิ่นอายความซน ความขบถ และพลังงานที่ล้นทะลัก!

​"ขอบคุณนะคะลุง... เอ้ย พี่เค" เยว่ซื่อยิ้มกวนๆ

​"เอาไฟล์เพลงไป แล้วรีบๆ ไสหัวไปซะ ห้องฉันเหม็นกลิ่นน้ำหอมพวกเธอหมดแล้ว" พี่เคไล่ส่ง แต่ก่อนที่พวกเธอจะเดินออกจากประตู เขาก็พูดขึ้นลอยๆ "ถ้าจะทำเพลงหน้า... ก็แวะมาละกัน ฉันคิดราคาพิเศษให้"

​สาวๆ ROAJ เดินลงจากตึกแถวด้วยหัวใจที่พองโต ในมือของมิ้นมีแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุเพลงแรกของพวกเธอในฐานะศิลปินอิสระ... อาวุธชิ้นใหม่พร้อมแล้วที่จะไปเขย่าวงการ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel