
บทย่อ
ในยุคที่วงการไอดอลเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบและการปรุงแต่ง วงเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่นามว่า "ROAJ" (Revolution Of Art and Joy) กลับเปิดตัวด้วยคอนเซปต์ที่แปลกแหวกแนวอย่าง "Pretty Kitsch" — การผสมผสานความน่ารักที่ดูจัดจ้าน แฟชั่นหลากสีสันที่เกินจริง แต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่และมาดเท่ที่น่าค้นหา เส้นทางสู่แสงดาว เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ มิ้น สาวไทยผู้มีความฝันอยากเป็นศิลปินระดับสากล ต้องรับหน้าที่เป็นลีดเดอร์ดูแลน้องๆ อีก 3 คนจากประเทศจีนอย่าง ชิงชิง, ลี่อิง และ เยว่ซื่อ ความต่างของภาษาและวัฒนธรรมในช่วงแรกทำให้หอพักของพวกเธอวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน แต่ทว่า "เสียงเพลง" คือสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงพวกเธอเข้าด้วยกัน ดราม่าหลังม่านไฟ ภายใต้รอยยิ้มบนเวทีและชุดคอนเซปต์สุดเปรี้ยว ROAJ ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล ทั้งจากตารางซ้อมที่หนักหน่วง ข่าวลือที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสกัดขาจากวงคู่แข่ง และปมในใจของสมาชิกแต่ละคน: ชิงชิง ที่แบกความคาดหวังเรื่องเสียงร้องจนเกือบสูญเสียความมั่นใจ เยว่ซื่อ มักเน่สายแร็ปที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ "สาวเท่" จนไม่กล้าแสดงด้านที่อ่อนแอ ลี่อิง ที่ทุ่มเทกับการเต้นจนลืมดูแลร่างกายตนเอง พลังแห่งมิตรภาพและท่วงทำนอง ท่ามกลางความหน่วงและดราม่าที่ถาโถม มิ้นพี่ใหญ่ของวงคือผู้ที่คอยประคองมือทุกคนไว้ เธอสอนให้รู้ว่าความน่ารักที่แท้จริงไม่ใช่แค่หน้าตา แต่มันคือการ "กล้าที่จะเป็นตัวเอง" แม้ในวันที่โลกไม่เห็นด้วย นิยายเรื่องนี้จะพาทุกคนไปพบกับการเดินทางที่ครบรส ตั้งแต่ความฮาในหอพัก ความตื่นเต้นของการคัมแบ็คที่ต้องเปลี่ยนสไตล์ให้ "เซ็กซี่และเท่" ขึ้นกว่าเดิม ไปจนถึงฉากซึ้งๆ ที่พวกเธอร่วมกันร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองเพื่อยืนยันว่า... "ไม่ว่าโลกจะหมุนไปทางไหน มิตรภาพของ ROAJ จะยังคงเปล่งประกายในแบบ Kitsch ตลอดไป" "เหล่าไอดอลพริตตี้คิตชีอย่างพวกเราน่ะ... น่ารักที่สุดในโลกเลย ว่าไหมล่ะ?"
ตอนที่ 1: การปฏิวัติสีนีออน (The Neon Revolution)
5 นาที... ทุกคน เตรียมตัว!"
เสียงตะโกนแหบพร่าของสตาฟฟ์เวทีดังแทรกผ่านความวุ่นวายหลังเวทีที่อัดแน่นไปด้วยความเครียดและกลิ่นสเปรย์ฉีดผม ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องสำอางที่ลอยอบอวลอยู่เต็มอากาศ ห้องพักศิลปินที่ปกติจะดูกว้างขวาง กลับดูแคบลงไปถนัดตาเมื่อถูกยึดครองโดยทีมช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ช่างเสื้อผ้า และแน่นอน... สมาชิกทั้ง 4 คนของวง ROAJ ที่กำลังยืนสั่นสะท้านอยู่ในชุดคอนเซปต์สุดเปรี้ยว ที่พวกเขาเรียกว่า "Pretty Kitsch"
คอนเซปต์นี้คือการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ของค่าย... การผสมผสานความน่ารักที่ดู "เยอะ" และ "ล้น" ในแบบเรโทร-โมเดิร์น แฟชั่นหลากสีสันที่จัดจ้าน นีออน กระโปรงสั้นระบายฟูฟ่องตัดกับเสื้อครอปเข้ารูปและบูทส้นสูง แต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ที่ไม่ได้พยายามจนเกินไป และมาดเท่ที่น่าค้นหา ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นยุค 90 ที่ถูกอัปเกรดให้ล้ำสมัย
มิ้น (Mint) ลีดเดอร์และพี่ใหญ่ของวง ยืนก้มหน้ามองบูทสีม่วงลาเวนเดอร์นีออนของเธอ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนรู้สึกเหมือนมันจะหลุดออกมาจากอก มิ้นคือสาวไทยคนเดียวในกลุ่ม เธอมาที่นี่พร้อมกับความฝันที่ยิ่งใหญ่และการฝึกฝนที่หนักหน่วงตลอด 4 ปี แต่เมื่อถึงเวลานี้... เวลาที่แสงไฟสปอร์ตไลท์กำลังจะส่องมายังเธอจริงๆ ความมั่นใจทั้งหมดกลับหดหายไปเหลือเพียงความกังวลที่กลืนกินเธอไปทั้งตัว
‘อีกแค่ 5 นาที... ฉันจะทำพังไหม? ฉันจะเป็นลีดเดอร์ที่ดีพอหรือเปล่า? ถ้าฉันร้องเพี้ยน... ถ้าฉันเต้นผิด...’ ความคิดเหล่านั้นไหลเวียนอยู่ในหัวของเธออย่างบ้าคลั่ง
ลี่อิง (Li Ying) เมนแดนซ์จอมแสบที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังขยับตัววอร์มร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน ผมสีม่วงพาสเทลถักเป็นเปียคู่ดูสดใส แต่ดวงตาของเธอกลับเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เธอพยายามสะบัดขา สะบัดแขนเพื่อคลายความเกร็ง แต่ความรู้สึกนั้นกลับยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อเสียงเชียร์ของแฟนคลับนับหมื่นที่รออยู่หน้าเวทีดังกระหึ่มเข้ามาถึงหลังเวที
"มัน... มันดังมากเลย" ลี่อิงกระซิบเสียงสั่น เธอมองไปที่มิ้นด้วยสายตาที่ขอความช่วยเหลือ
มิ้นที่พยายามคุมสติของตัวเอง ได้ยินเสียงของลี่อิง จึงเงยหน้าขึ้นและฝืนยิ้ม "มันคือเสียงของความรักนะลี่อิง แฟนๆ มารอดูพวกเรา"
แต่ในขณะเดียวกัน ชิงชิง (Qing Qing) เมนโวคอลเสียงใสที่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง กลับดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เธอหลับตาแน่น กุมไมโครโฟนที่มีสติกเกอร์รูปดาว Kitsch ติดอยู่จนมือสั่น ชิงชิงคือผู้ที่แบกความหวังเรื่องเสียงร้องของวง... และเธอกำลังเผชิญกับปีศาจในใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
‘เสียงสูงท่อนฮุคใหม่... ฉันจะทำได้ไหม? เมื่อเช้าโปรดิวเซอร์ยังดุฉันอยู่เลย... ถ้าฉันพลาด... ทุกอย่างจะจบลง’ ชิงชิงคิด น้ำตาเล็กๆ เริ่มคลอที่เบ้าตาของเธอ
เยว่ซื่อ (Yue Shi) น้องเล็กมักเน่สายแร็ป ที่ปกติจะดูคูลและมั่นใจ กลับเป็นคนที่ดูจะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีที่สุด เธอยืนพิงกำแพง ทวนเนื้อมันส์ๆ ในใจ แต่ความจริงแล้ว... ภายในของเธอก็ไม่ได้ต่างอะไรจากพี่ๆ เธอรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวมันน้อยลงเรื่อยๆ
"3 นาที!" เสียงสตาฟฟ์ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการเดินเข้ามาจับไหล่ของชิงชิงและเยว่ซื่อเพื่อให้ไปยืนต่อคิว มิ้นรีบเดินเข้าไปหาชิงชิงที่ยืนอยู่ท้ายสุด เธอเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดและน้ำตาที่คลออยู่
มิ้นยื่นมือไปจับมือของชิงชิง "ชิงชิง..."
ชิงชิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกลัวจ้องมองมาที่ลีดเดอร์ "มิ้นเจี่ย... ฉันกลัว... ถ้าฉันทำพัง... ทุกคนจะเกลียดฉันไหม?"
มิ้นรู้สึกถึงความเจ็บปวดในอกที่ส่งผ่านมือของชิงชิง เธอรู้ดีว่าชิงชิงต้องทนรับแรงกดดันแค่ไหน... แรงกดดันจากค่าย แรงกดดันจากครอบครัว และที่สำคัญ... แรงกดดันจากตัวเธอเอง
"ชิงชิง ฟังพี่นะ" มิ้นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่หนักแน่น เธอใช้ภาษาจีนผสมไทยที่ทุกคนในวงเข้าใจ "ไม่มีใครทำพังหรอก... และไม่มีใครจะเกลียดเธอ... พวกเรา... ROAJ... คือทีมเดียวกัน"
"ใช่แล้ว!" ลี่อิงกระโดดเข้ามา กอดคอทั้งคู่ไว้ "ถ้าเธอร้องเพี้ยน... ฉันจะเต้นให้แรงขึ้นจนคนดูมองไม่ทันเอง! ถ้าเธอร้องไม่ได้... ฉันจะร้องแทนเธอ!"
"ลี่อิง! เธอเป็นคนเต้นนะ!" เยว่ซื่อหลุดขำออกมากับคำพูดของลี่อิง
มิ้นหันไปมองเยว่ซื่อแล้วยิ้ม "และถ้าลี่อิงเต้นผิด... เยว่ซื่อก็จะแร็ปให้เร็วขึ้นจนคนดูฟังไม่ทันใช่ไหม?"
มุกโบ๊ะบ๊ะนี้ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดจางหายไปเล็กน้อย ชิงชิงเริ่มมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า แม้จะยังดูอ่อนล้าแต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อบอุ่น
มิ้นรวบมือของน้องๆ ทั้ง 3 คนมาวางทับกันไว้ตรงกลาง "เราซ้อมมาหนักมาก... เพื่อวันนี้ วันที่พวกเราจะมายืนอยู่ตรงนี้... วันที่พวกเราจะมาเป็นปฏิวัติสีนีออนให้ทุกคนได้เห็น!"
"ROAJ!" มิ้นพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง
"Revolution Of Art and Joy!" ทุกคนตะโกนออกมาพร้อมกัน
สิ้นเสียงตะโกน แผงวงจรควบคุมลิฟต์บนเวทีก็เริ่มขยับ สตาฟฟ์เวทีเริ่มส่งสัญญาณให้ทุกคนเดินขึ้นไปยืนบนแท่นลิฟต์ มิ้นยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างลี่อิงและชิงชิง เยว่ซื่อยู่ด้านหน้าสุด
ฉากบนเวที: บทเพลงแห่งปฏิวัติสีนีออน
ลิฟต์บนเวทีค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้น ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ มิ้นรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน... เธอก็รู้สึกถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกาย พลังงานที่มาจากมิตรภาพ พลังงานที่มาจากความฝัน และพลังงานที่มาจากเสียงเพลงที่กำลังจะดังขึ้น
เมื่อลิฟต์หยุดนิ่ง ไฟสปอร์ตไลท์สีม่วง ลาเวนเดอร์ แดง และนีออนเขียวก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน! เสียงดนตรีแนว City Pop จังหวะสนุกๆ ที่มีกลิ่นอายของ Kitsch อย่างชัดเจนเริ่มบรรเลงขึ้น... พร้อมกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มราวกับจะทำให้ทั้งฮอลล์สั่นสะเทือน
"Ready to show... the Kitsch!" เสียงแร็ปสดใสของเยว่ซื่อดังขึ้นเปิดการแสดง เธอเริ่มเต้นด้วยท่าทางที่ดูคูลแต่ก็มีความน่ารักขี้เล่น
ตามมาด้วยมิ้นที่ร้องท่อนเปิดเสียงใส "สะท้อนแสงนีออน... ในเมืองที่วุ่นวาย... ความมั่นใจของฉันน่ะ... มันคิตชีเกินกว่าใครจะต้านทาน!"
การแสดงบนเวทีเต็มไปด้วยพลังและความสดใส สาวๆ ทั้ง 4 เต้นอย่างพร้อมเพรียงและมีเสน่ห์ที่โดดเด่นของแต่ละคน มิ้นที่ดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิด ชิงชิงที่พยายามควบคุมเสียงร้อง ลี่อิงที่เต้นอย่างสุดพลัง และเยว่ซื่อที่แร็ปด้วยความมั่นใจ
ในช่วงท่อนฮุค... ท่อนที่ชิงชิงต้องใช้เสียงสูง ชิงชิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และหลับตาลง... เธอนึกถึงมือที่อบอุ่นของมิ้น และคำพูดของลี่อิงและเยว่ซื่อ... เธอปล่อยเสียงร้องออกมาอย่างสุดกำลัง... และมัน สมบูรณ์แบบ! เสียงร้องของเธอมีความใสและทรงพลังก้องกังวานไปทั่วฮอลล์
หลังม่าน: หยาดน้ำตาแห่งชัยชนะ
หลังจบโชว์ ทั้ง 4 คนยืนหอบหายใจอยู่กลางเวที เหงื่อไหลซึมตามไรผม แต่ใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มที่กว้างที่สุด พวกเธอก้มคำนับขอบคุณแฟนๆ อย่างสง่างาม และพูดชื่อวงพร้อมกัน
เมื่อลิฟต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวลงมาถึงพื้นหลังเวที ความตึงเครียดทั้งหมดที่สะสมมานานก็พังทลายลง ลี่อิงกระโดดเข้ามากอดมิ้นไว้แน่น แล้วเริ่มร้องไห้โฮ
"ฉัน... ฉันทำได้แล้วมิ้นเจี่ย... ฉันเต้นไม่ผิดเลย!" ลี่อิงพูดเสียงสะอื้น
มิ้นลูบหลังลี่อิงอย่างอ่อนโยน น้ำตาแห่งความโล่งอกเริ่มไหลออกจากดวงตาของเธอเช่นกัน เธอกอดลี่อิงและชิงชิงที่เดินเข้ามาสมทบ เยว่ซื่อเดินเข้ามากอดทุกคนอย่างเงียบๆ
"มิ้นเจี่ย..." ชิงชิงพูดเสียงสั่น "ขอบคุณนะ... ขอบคุณที่เชื่อในตัวฉัน"
มิ้นมองไปที่ชิงชิงและน้องๆ ทั้งหมด "ความน่ารักของพวกเรา ไม่ใช่แค่ชุดหรือหน้าตานะ... แต่มันคือการที่เราไม่เคยทิ้งกันต่างหาก" มิ้นกล่าวปลุกใจ "พวกเราคือปฏิวัติสีนีออนที่แท้จริง!"
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งหลังเวที... ชายวัยกลางคนที่ดูเคร่งขรึมกำลังยืนมองสถานการณ์นี้ ชายคนนี้คือ คุณเฉิน ประธานค่ายเพลงที่ดุที่สุด เขาเป็นคนเดียวที่ค้านคอนเซปต์ Kitsch มาตลอด และเป็นคนที่เคยดุชิงชิงเมื่อเช้า
เขายืนมองสาวๆ ที่กำลังกอดกันร้องไห้ ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา... เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน... ทั้งความพึงพอใจ และความวิตกกังวล
คุณเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์หาโปรดิวเซอร์ "ดูโชว์ของพวกเธอหรือเปล่า?" น้ำเสียงของเขาดูนิ่งแต่มีน้ำหนัก
"ดูครับ... มันดีกว่าที่คิดมากเลยครับประธาน" เสียงโปรดิวเซอร์ตอบกลับ
"ดีเกินไป... สำหรับกลุ่มเด็กใหม่แบบนี้" คุณเฉินพูดด้วยเสียงที่เบาลง "จับตาดูพวกเธอไว้ให้ดี... และเริ่มแผนต่อไปได้เลย"
บทสรุปช่วงต้น
โชว์เดบิวต์ของวง ROAJ ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม! ชื่อของวงและคอนเซปต์ "Pretty Kitsch" กลายเป็นกระแสติดเทรนด์โซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว... แต่อะไรคือแผนต่อไปที่คุณเฉินพูดถึง? และความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสำเร็จนี้คืออะไร? เตรียมตัวพบกับบทสรุปที่คาดไม่ถึงในตอนหน้า!
