บท
ตั้งค่า

3

ลมหนาวพัดกระหน่ำรุนแรงขึ้นกว่าเดิม เสียงฝีเท้าหนักอึ้งย่ำลงบนลานดินหน้าบ้าน เหลียนหวงกลับมาแล้ว เขาสะพายตะกร้าไม้ไผ่ใบเก่าที่ว่างเปล่า ใบหน้าซูบผอมเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้ในป่า วันนี้โชคไม่ดีนัก เขาหาได้เพียงเห็ดป่าไม่กี่ดอกและไข่นกป่าสองสามฟอง

ย่าเจียวซื่อเห็นของในตะกร้าก็หน้าตึง นางคว้าไข่นกและเห็ดไปจนหมด ไม่เหลือแม้แต่ฟองเดียวให้ครอบครัวสายสาม ก่อนจะสาดคำด่าทอใส่เหลียนหวงอีกชุดใหญ่ บิดาของเหลียนเปาได้แต่ก้มหน้ารับฟัง ไม่กล้าโต้เถียงสักคำ

มื้อค่ำของบ้านสามมีเพียงน้ำข้าวใสแจ๋วที่แทบจะนับเม็ดข้าวได้

ซานเหนียงแบ่งข้าวในชามของตนเองให้เหลียนหวงและเหลียนเปา ส่วนตัวเองกินเพียงน้ำต้มข้าวประทังความหิว

เมื่อกลับเข้าห้องพักแคบๆ อากาศเย็นยะเยือกทะลุรอยรั่วของกำแพงดินเข้ามา เหลียนหวงนั่งลูบขาตัวเองที่ปวดเมื่อยจากการเดินขึ้นเขามาทั้งวัน ซานเหนียงนั่งเย็บผ้าใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็ก เพราะย่าเจียวซื่อไม่อนุญาตให้บ้านสามจุดตะเกียงน้ำมันในตอนกลางคืน

เหลียนเปามองบิดามารดาด้วยความสงสาร นางเอื้อมมือไปใต้เตียง หยิบกระบอกไม้ไผ่ที่ตักน้ำพุวิญญาณเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันออกมา

"ท่านพ่อ ท่านแม่ ดื่มน้ำก่อนเจ้าค่ะ" เด็กหญิงตัวน้อยยื่นกระบอกไม้ไผ่ให้บิดา

เหลียนหวงรับมาอย่างไม่คิดอะไร เขาคิดว่าเป็นเพียงน้ำต้มสุกธรรมดาที่ลูกสาวเก็บไว้ให้ ทันทีที่น้ำไหลลงคอ ดวงตาของชายวัยกลางคนก็เบิกกว้าง ความหอมหวานและเย็นสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นไหลเวียนไปตามเส้นเลือด

ความปวดเมื่อยที่ขาทุเลาลงอย่างน่าประหลาดใจ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันราวกับถูกน้ำสายนี้ชะล้างออกไปจนสิ้น

"น้ำนี่ ทำไมถึงได้ชุ่มคอและหวานนัก" เหลียนหวงอุทานเบาๆ

"ท่านแม่ ดื่มบ้างสิเจ้าคะ" เหลียนเปาคะยั้นคะยอให้ซานเหนียงดื่มต่อ

ซานเหนียงจิบน้ำในกระบอกไม้ไผ่ นางเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่ต่างจากสามี ร่างกายที่หนาวสั่นกลับอบอุ่นขึ้นมา แผลปริแตกที่มือจากการซักผ้าก็ดูเหมือนจะทุเลาความเจ็บปวดลงมาก นางมองหน้าลูกสาวด้วยความสงสัย

"น้ำนี่เจ้าเอามาจากไหนหรือเปาเอ๋อร์ ทำไมรสชาติไม่เหมือนน้ำในบ่อบ้านเราเลย"

เหลียนเปาเตรียมคำตอบไว้แล้ว นางยิ้มบางๆ แล้วตอบเสียงเบา

"ตอนบ่ายข้าเดินไปที่หลังบ้าน เห็นแอ่งน้ำเล็กๆ ขังอยู่ตรงโขดหิน น้ำมันใสมาก ข้าเลยตักมาเก็บไว้เจ้าค่ะ คงเป็นน้ำค้างบนเขาที่ไหลลงมา"

บิดามารดาพยักหน้าเชื่ออย่างง่ายดาย พวกเขาไม่คิดระแวงเด็กห้าขวบ

คืนนั้นเหลียนหวงและซานเหนียงหลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลมหายใจของทั้งคู่สม่ำเสมอ สีหน้าผ่อนคลาย ไม่มีอาการกระสับกระส่ายจากความหนาวเย็นหรือความปวดเมื่อยอีกต่อไป

เมื่อแน่ใจว่าบิดามารดาหลับสนิทแล้ว เหลียนเปาก็หลับตาลง กำหนดจิตเข้าไปในมิติลับอีกครั้ง

นางมายืนอยู่กลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจี อากาศในมิตินี้ช่างแตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง มันอบอุ่นสบายราวกับฤดูใบไม้ผลิ เหลียนเปาเดินสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด คราวก่อนนางตื่นเต้นกับน้ำพุวิญญาณจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบข้างให้ดี

พื้นที่ในมิติมีขนาดกว้างขวางพอสมควร ตรงกลางคือบ่อน้ำพุวิญญาณที่ใสประกาย

ถัดไปเป็นแปลงดินร่วนซุยสีดำสนิท พื้นดินดูอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นอย่างยิ่ง

สายตาของเด็กหญิงสะดุดเข้ากับมุมหนึ่งของแปลงดิน มีกอหญ้าลักษณะประหลาดขึ้นอยู่สองสามกอ ใบของมันเรียวยาวและมีสีเขียวเข้ม เมื่อเดินเข้าไปใกล้ นางก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น

โสมป่า

เหลียนเปาในยุคปัจจุบันเคยศึกษาเรื่องสมุนไพรมาบ้าง นางจำลักษณะของโสมป่าได้อย่างแม่นยำ และโสมที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่โสมธรรมดา ลำต้นของมันอวบอิ่ม พลังชีวิตแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้ แค่สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมันก็ทำให้สมองปลอดโปร่ง

นางลองใช้มือขุดดินรอบๆ กอโสมอย่างระมัดระวัง ดินในมิตินี้ร่วนซุยขุดง่ายมาก ไม่นานโสมป่าหัวใหญ่ก็ปรากฏแก่สายตา รากของมันสมบูรณ์และยาวเหยียด คาดเดาจากขนาดและลักษณะแล้ว โสมหัวนี้น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบปี หากนำไปขายในร้านขายยาที่เมืองหลวง คงได้เงินมาไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากโสมป่าแล้ว ถัดไปอีกนิดยังมีเห็ดหลินจือสีแดงสดเกาะอยู่บนขอนไม้ผุๆ ขนาดของมันใหญ่เท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ ดูล้ำค่าไม่แพ้โสมป่าเลย

เหลียนเปายิ้มกว้างจนแก้มปริ สวรรค์ไม่ได้ใจร้ายกับนางเกินไปนัก มิติลับนี้คือขุมทรัพย์ขนาดย่อมชัดๆ

สมุนไพรเหล่านี้คือทุนรอนก้อนใหญ่ แต่ปัญหาคือตอนนี้นางอยู่ในร่างเด็กห้าขวบ และยังอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเหลียน หากนางเอาโสมป่าหรือเห็ดหลินจือออกมา ย่าเจียวซื่อต้องแย่งไปเป็นของตัวเองและเอาไปบำรุงลุงใหญ่กับลุงรองแน่นอน บิดามารดาของนางก็จะไม่ได้ใช้เงินแม้แต่อีแปะเดียว ซ้ำร้ายอาจจะถูกหาว่าไปขโมยของใครมาอีก

นางต้องใจเย็น ไม่สามารถผลีผลามทำอะไรได้ในตอนนี้

เด็กหญิงตัดสินใจปล่อยสมุนไพรล้ำค่าเหล่านั้นไว้ในมิติตามเดิม ที่นี่ปลอดภัยที่สุดแล้ว นางตักน้ำพุวิญญาณขึ้นมาดื่มอีกอึกใหญ่เพื่อบำรุงร่างกายของตนเอง ร่างกายเล็กๆ นี้ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกพักใหญ่กว่าจะแข็งแรงเหมือนเด็กปกติ

แผนการของนางชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขั้นแรกคือใช้บำรุงร่างกายของทุกคนในครอบครัวด้วยน้ำพุวิญญาณให้แข็งแรง ขั้นที่สองคือหาทางกระตุ้นให้เกิดความแตกหักจนต้องแยกบ้าน ขั้นที่สามคือเมื่อเป็นอิสระแล้ว ค่อยนำสมุนไพรพวกนี้ไปขายเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว

แต่จะใช้วิธีไหนให้ย่าเจียวซื่อย้อนมาเป็นฝ่ายไล่พวกเขาออกจากบ้านโดยไม่ให้ชาวบ้านนินทาว่าเป็นลูกอกตัญญู

เหลียนเปานึกถึงเหลียนจง ลูกพี่ลูกน้องนิสัยนักเลง และเหลียนอ้าย เด็กหญิงขี้อิจฉา สองคนนี้คือจุดอ่อนของบ้านใหญ่และบ้านรอง

หากนางสามารถใช้ความร้ายกาจของสองคนนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ แผนการแยกบ้านก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

เมื่อคิดวางแผนจนรอบคอบแล้ว เหลียนเปาก็ออกจากมิติลับกลับมานอนกอดมารดาบนเตียงแข็งๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel