เหลียนเปาหนูน้อยนำโชคพาครอบครัวร่ำรวย

47.0K · จบแล้ว
กลิ่นดอกเหมย เพชรนภา
25
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เหลียนเปาลอบยิ้มในใจ ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการไว้ หัวหน้าหมู่บ้านมาถึงพอดีเป๊ะ "ท่านแม่ ท่านดูสิขอรับ จงเอ๋อร์ทำร้ายซานเหนียงกับเปาเอ๋อร์ ข้าเป็นพ่อเป็นสามี จะยืนดูพวกเขารังแกครอบครัวข้าได้อย่างไร" เหลียนหวงพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทำร้ายอะไรกัน จงเอ๋อร์เป็นเด็กดีจะตายไป คงเป็นนังตัวซวยสองคนนี่แหละที่หาเรื่องจงเอ๋อร์ก่อน เจ้าอย่ามาใส่ร้ายหลานชายสุดที่รักของข้านะ" ย่าเจียวซื่อตวาดกลับอย่างไม่ฟังเหตุผล นางหันไปมองหัวหน้าหมู่บ้านหลี่

นิยายจีนโบราณนิยายรักโรแมนติกท่านอ๋องข้ามมิตินางเอกเก่งจีนโบราณ

1

เหลียนเปาพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง นางจำได้ว่าตนเองกำลังขับรถกลับบ้านหลังจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อย แล้วจู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบพุ่งชนอย่างแรง

เมื่อลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานโรงพยาบาลสีขาวสะอาด แต่เป็นหลังคามุงฟางที่เต็มไปด้วยรอยรั่วและหยากไย่ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโคลนลอยมาเตะจมูก

"เปาเอ๋อร์ ลูกแม่ ฟื้นสิลูก"

เสียงแหบพร่าของสตรีผู้หนึ่งดังอยู่ข้างหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว เหลียนเปาหันหน้าไปมองอย่างยากลำบาก

สตรีตรงหน้าสวมชุดผ้าฝ้ายสีซีดจางที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน ใบหน้าซูบผอมแต่ยังคงเค้าความงดงาม ดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนัก

ความทรงจำสายหนึ่งไหลบ่าเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดทำให้เหลียนเปาต้องหลับตาลงอีกครั้ง นางรับรู้เรื่องราวทั้งหมดในชั่วพริบตา

นางทะลุมิติมาแล้ว

ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงวัยห้าขวบที่มีชื่อและแซ่เดียวกันกับนางในยุคปัจจุบันเหลียนเปา

เด็กคนนี้คือบุตรสาวคนเดียวของครอบครัวสายสามแห่งตระกูลเหลียนในหมู่บ้านฮวา บิดาชื่อเหลียนหวง มารดาชื่อซานเหนียง

ครอบครัวสายสามเป็นเหมือนวัวควายของบ้านตระกูลเหลียน ต้องทำงานหนักตั้งแต่ฟ้าสางยันมืดค่ำ แต่กลับได้กินเพียงน้ำข้าวใสๆ และเศษผัก เหตุก็เพราะนางเจียวซื่อผู้เป็นย่ามีความลำเอียง รักเพียงครอบครัวสายหลักและสายรองเท่านั้น

ที่เหลียนเปาน้อยต้องมานอนซมไข้ขึ้นสูงเช่นนี้ ก็เพราะถูกเหลียนอ้าย บุตรสาววัยห้าขวบของลุงใหญ่ผลักตกลงไปในลำธารช่วงต้นฤดูหนาว เพียงเพราะแย่งชิงมันเผาครึ่งหัวที่เหลียนหวงแอบเก็บมาให้ลูกสาว

นางเจียวซื่อไม่เพียงไม่ด่าทอเหลียนอ้าย แต่ยังห้ามไม่ให้ซานเหนียงไปตามหมอมารักษาเหลียนเปา โดยบอกว่าเด็กผู้หญิงเป็นเพียงตัวขาดทุน ตายไปได้ก็ดี จะได้ไม่เปลืองข้าวสุก

เหลียนเปาน้อยร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว ทนพิษไข้ไม่ไหวจึงสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยว และเป็นจังหวะเดียวกับที่ดวงวิญญาณของเหลียนเปาจากยุคปัจจุบันเข้ามาแทนที่พอดี

"แม่ เปาเอ๋อร์ตัวเย็นเยียบไปหมดแล้ว ข้าจะไปคุกเข่าโขกศีรษะขอร้องท่านแม่ให้ตามหมอมาให้ได้"

เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังดังขึ้น เหลียนเปาลืมตาขึ้นอีกครั้งและเห็นบุรุษร่างผอมสูง ผิวคล้ำแดด สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น เขากำลังหมุนตัวเดินออกไปจากห้องแคบๆ นี้

นี่คือเหลียนหวง บิดาของร่างนี้

"ท่านพ่อ"

เสียงเล็กจิ๋วและแหบแห้งดังลอดออกจากริมฝีปากที่แห้งผาก เหลียนหวงชะงักฝีเท้าทันที เขารีบหันกลับมาและถลันเข้ามาคุกเข่าลงข้างเตียงไม้เก่าๆ

"เปาเอ๋อร์ ลูกพ่อ เจ้าฟื้นแล้ว" เหลียนหวงน้ำตาไหลพราก มือหยาบกร้านจากการทำงานหนักลูบผมบุตรสาวอย่างทะนุถนอม

"เจ้าเจ็บตรงไหน บอกพ่อมา พ่อจะไปหาหมอมาให้เจ้าเดี๋ยวนี้"

"ข้า ข้าหิวน้ำเจ้าค่ะ" เหลียนเปาตอบกลับ นางรู้สึกคอแห้งเป็นผง

ซานเหนียงรีบเช็ดน้ำตาและประคองถ้วยกระเบื้องบิ่นๆ ที่มีน้ำต้มสุกอุ่นๆ

ป้อนให้บุตรสาวอย่างระมัดระวัง เหลียนเปาดื่มน้ำจนหมดถ้วย รู้สึกว่าลำคอชุ่มชื้นขึ้นบ้าง

"พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เป็นไรแล้ว" เหลียนเปาพยายามส่งยิ้มให้ทั้งสองคน แม้จะเป็นเพียงรอยยิ้มจางๆ แต่ก็ทำให้บิดามารดาผู้โชคร้ายคู่นี้ใจชื้นขึ้นมาได้

นางมองดูบิดามารดาในชาตินี้แล้วรู้สึกสะท้อนใจ ในยุคปัจจุบันนางเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดเพียงลำพัง ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่ เมื่อได้สัมผัสถึงความห่วงใยอย่างแท้จริงจากคนทั้งสอง นางจึงแอบตั้งปณิธานในใจ

ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางมีชีวิตใหม่และมีครอบครัวที่รักนาง นางก็จะปกป้องพวกเขาเอง ใครที่รังแกครอบครัวนี้ นางจะเอาคืนให้สาสม

"เจ้าเพิ่งฟื้น นอนพักผ่อนเถอะลูก แม่จะไปต้มน้ำข้าวมาให้" ซานเหนียงห่มผ้าห่มบางเฉียบที่แทบไม่กันความหนาวให้บุตรสาว ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเหลียนหวงที่ต้องไปผ่าฟืนต่อตามคำสั่งของนางเจียวซื่อ

เมื่ออยู่เพียงลำพัง เหลียนเปาก็หลับตาลงเพื่อพักผ่อน แต่จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว สติสัมปชัญญะถูกดึงดูดเข้าไปในพื้นที่บางอย่าง

ลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางไม่ได้อยู่ในห้องดินซอมซ่ออีกต่อไป แต่กำลังยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจี อากาศที่นี่บริสุทธิ์และสดชื่นจนทำให้ความอ่อนล้าและพิษไข้ในร่างกายหายเป็นปลิดทิ้ง

นี่มันอะไรกัน

เหลียนเปามองไปรอบๆ อย่างตื่นตะลึง ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีบ่อน้ำพุเล็กๆ ขนาดเท่าอ่างอาบน้ำตั้งอยู่ น้ำในบ่อใสกระจ่างและมีไอหมอกบางๆ ลอยกรุ่นอยู่เหนือผิวน้ำ ถัดจากบ่อน้ำพุคือแปลงดินขนาดกว้างขวางที่ยังคงว่างเปล่า ไม่มีพืชพรรณใดๆ ปลูกอยู่

"มิติลับอย่างนั้นหรือ"

เหลียนเปาเคยอ่านนิยายทะลุมิติมาบ้าง นางเดินเข้าไปใกล้บ่อน้ำพุและวักน้ำขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง รสชาติของน้ำหวานล้ำและเย็นชื่นใจ ทันทีที่น้ำไหลลงสู่กระเพาะ ความอบอุ่นสายหนึ่งก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความเจ็บปวดและความหิวโหยหายไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเด็กห้าขวบที่เคยอ่อนแอกลับมีเรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ

น้ำพุวิญญาณ

นางมั่นใจว่านี่คือของวิเศษที่ติดตัวนางมา แปลงดินที่ว่างเปล่านั่นก็คงเอาไว้สำหรับปลูกพืชผล และด้วยพลังของมิตินี้ พืชที่ปลูกจะต้องเติบโตอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพดีเยี่ยมแน่นอน

เหลียนเปายิ้มกว้าง ในที่สุดนางก็มีทุนรอนสำหรับการเอาชีวิตรอดในยุคโบราณแล้ว ครอบครัวสายสามจะไม่ต้องอดตายอีกต่อไป

เหลียนเปาทดลองนึกถึงห้องพักในโลกภายนอก เพียงพริบตานางก็กลับมานอนอยู่บนเตียงแข็งๆ ในห้องดินเช่นเดิม นางลองเข้าๆ ออกๆ มิติลับอยู่สองสามครั้งจนเริ่มคุ้นชินกับวิธีการใช้งาน

นางพบว่านางสามารถนำสิ่งของภายนอกเข้าไปในมิติได้ และนำของในมิติออกมาได้เช่นกัน

แต่ตอนนี้ในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากเตียงเก่าๆ นางจึงได้แต่นอนนิ่งๆ รอคอยเวลา

ไม่นานนัก เสียงด่าทอก็ดังแว่วมาจากลานบ้าน

"นังตัวดี มัวแต่อู้งานอยู่ในครัว ทำน้ำข้าวหกไปตั้งครึ่งค่อนหม้อ เจ้าตั้งใจจะให้พวกข้าอดตายหรืออย่างไร นังตัวซวย เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ"

เสียงแหลมปรี๊ดนี้เป็นของนางเจียวซื่อ ย่าผู้ใจดำของเหลียนเปาอย่างแน่นอน

"ท่านแม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ หม้อมันร้อนมาก ข้าประคองไม่ไหว" เสียงของซานเหนียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"ยังจะเถียงอีก นังสะใภ้ไม่รักดี คลอดมาก็แต่ตัวไร้ประโยชน์ ขาดทุนเสียเปล่าๆ วันนี้เจ้าไม่ต้องกินข้าว ไปซักผ้าของทุกคนในบ้านให้เสร็จ ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ต้องเข้านอน"

เหลียนเปากำหมัดแน่นอยู่ใต้ผ้าห่ม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของนางเจียวซื่อเดินห่างออกไป พร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของมารดา

เด็กหญิงวัยห้าขวบผุดลุกขึ้นนั่ง ดวงตากลมโตที่เคยไร้เดียงสากลับฉายแววเย็นเยียบและเด็ดเดี่ยวเกินวัย

การแยกบ้านคือสิ่งแรกที่นางต้องทำให้สำเร็จ ครอบครัวสายสามต้องหลุดพ้นจากขุมนรกนี้ให้ได้ และนางจะใช้ประโยชน์จากมิติลับนี้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้บิดามารดา

เหลียนเปาก้าวลงจากเตียง สวมรองเท้าฟางที่ขาดจนเห็นนิ้วเท้า แล้วเปิดประตูห้องเดินออกไปเผชิญหน้ากับความจริงในโลกใบใหม่นี้