3 พรหมลิขิต
เสียงหัวเราะประสานกันเบา ๆ ดังขึ้นภายในรถหรูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และไอความร้อนจากร่างกายของคนสองคน สายตาที่สบกันผ่านกระจกมองหลังนั้นไม่ได้มีเพียงความหลัง แต่มันเต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะลุกโชน
“ชีวิตคนเรานี่ก็แปลกดีนะ เลิกกันไปแล้ว... แต่ยังมีโอกาสได้เจอกัน แล้วก็ยังโสดด้วยกันทั้งคู่” ศุภกรณ์เอ่ยทำลายความเงียบที่เริ่มข้นคลัก น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นระริกเล็กน้อยอย่างจงใจ เพลงแจ๊สจังหวะเนิบนาบที่เขาเปิดคลอไว้ช่างรับกับเสียงฝนที่เทกระหน่ำลงมา ราวกับกำลังขับกล่อมให้โลกทั้งใบเหลือเพียงเขากับเธอ
“พรหมลิขิตมั้งคะ...” พิมพ์นารินเอ่ยพลางกรีดกรายปลายนิ้วไปตามขอบชุดเดรส รสชาติของค็อกเทลที่ดื่มมายังคงออกฤทธิ์ให้ดวงตาของเธอหวานฉ่ำและหยาดเยิ้มกว่าปกติ
“พี่ชอบคำนี้จัง”
“ปกติพี่จีบผู้โดยสารทุกคนหรือเปล่าคะ” เธอถามยั่ว พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยจนแผ่นหลังขาวเนียนสะท้อนกับแสงไฟในรถอย่างน่ามอง
“ปกติพี่แทบไม่คุยกับผู้โดยสารเลยนะ...” เขาหยุดรถเข้าข้างทางที่หน้าบ้านหลังใหญ่ตามหมุดหมาย ก่อนจะดับเครื่องยนต์จนเหลือเพียงไฟหรี่สีส้มสลัว
“ไม่รู้เหมือนกันสิ แต่มันเหมือนมีอะไรดลใจ...”
เขาวางแขนลงบนพนักพิงเบาะ แล้วเบี่ยงตัวกลับมาหาเธอเต็มตัว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวอย่างมีความหมายจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
“ถึงแล้วครับ...”
พิมพ์นารินชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อเห็นความจริงจังในแววตาของเขา เธอรีบหันไปมองนอกหน้าต่างที่มืดมิดเพราะสายฝนที่เทลงมาอย่างบ้าคลั่ง
“ตายห่า! ฝนยังไม่หยุดเลย... เดี๋ยวพิมพ์โทรหาแม่ก่อนนะคะ” เธอหยิบมือถือขึ้นมาด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ
“ทำไมบ้านมันมืดอย่างนี้ล่ะพิมพ์” ศุภกรณ์ถามด้วยน้ำเสียงกังวลทว่าแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาจ้องมองเสี้ยวหน้าหวานและริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า
“ไม่แน่ใจค่ะ เดี๋ยวลองโทรเรียกคุณแม่ก่อนนะคะ”
เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนรถสั่นสะเทือน พิมพ์นารินอุทานออกมาด้วยความตกใจ ขยับตัวหนีเสียงฟ้าร้องจนไปชิดกับเบาะฝั่งที่เขานั่งอยู่ สายฝนหนาเม็ดบดบังทัศนียภาพภายนอกจนมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากแผงหน้าปัดรถที่ส่องให้เห็นเนินอกขาวสล้างที่กระเพื่อมไหว
ศุภกรณ์กระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตามองหญิงสาวที่กำลังกระวนกระวายด้วยความพอใจลึก ๆ ความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้มาตลอดห้าปีเริ่มปะทุขึ้นในอก เขาขยับกายเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นจนได้กลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายสาว เขายื่นมือหนาไปกุมมือเธอที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่เบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า