บทย่อ
ความสัมพันธ์ที่แสนลึกซึ้งกับหญิงสาวที่เคยเป็นอดีตคนรักเก่า จนทำให้ทั้งคู่ตกลงไปในเพลิงกิเลสอีกครั้งอย่างถอนตัวไม่ขึ้นและยอมทำตามในสิ่งที่เขาต้องการทุกอย่าง การแต่งงานกับสาวไฮโซ มันทำให้ชีวิตและสถานภาพทางสังคมของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งดีขึ้นราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ถึงกระนั้นเขาก็แสดงธาตุแท้ออกมาจนได้ เธอก็เลยเป็นแค่เหยื่อของเขาเท่านั้น
1 คนคุ้นเคย
ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่พร่าเลือนจากสายฝนที่เริ่มโปรยปราย สถานบันเทิงสุดหรูใจกลางเมืองยังคงทิ้งร่องรอยความสนุกที่เพิ่งจบลง หญิงสาวในชุดมินิเดรสสายเดี่ยวสีดำขลับยืนเด่นตระหง่าน แผ่นหลังเปลือยเปล่าขาวเนียนละเอียดตัดกับเนื้อผ้าสีเข้มอย่างลงตัว ผิวของเธอสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืนดูนวลตาราวกับหินอ่อนชั้นดี นิ้วเรียวสวยกำลังกดหน้าจอสมาร์ทโฟนอย่างเร่งรีบเพื่อเรียกบริการรถรับส่ง
ครืน...เสียงฟ้าคำรามกึกก้องทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว กลิ่นไอดินและพายุที่กำลังก่อตัวโชยมาปะทะจมูก ไม่นานนักเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันก็ดังขึ้น พร้อมกับสายเรียกเข้าที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
“สวัสดีครับคุณลูกค้า ตอนนี้ผมกำลังวนรถไปรับคุณที่หน้าเรดสกายนะครับ รถสีดำ ทะเบียน...”
เสียงทุ้มต่ำและกังวานที่ลอดผ่านหูโทรศัพท์นั้นช่างคุ้นเคยอย่างประหลาด มันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เธอเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ความรู้สึกคะนึงหาที่ถูกซ่อนไว้ลึกสุดใจเริ่มสั่นคลอน
เมื่อรถยนต์คันหรูเคลื่อนมาจอดตรงหน้า หญิงสาวรีบแทรกตัวเข้าไปนั่งที่เบาะหลังหนีหยาดฝนที่เริ่มเทลงมาอย่างหนัก กลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมปรับอากาศผสมกับกลิ่นกายจาง ๆ ของชายหนุ่มพุ่งเข้าจู่โจมโสตประสาทของเธอทันที มันเป็นกลิ่นที่เธอจำได้แม่น... กลิ่นของความปลอดภัยและอันตรายในเวลาเดียวกัน
“ไปตามหมุดที่ปักไว้เลยนะคะ” เธอบอกพลางลูบต้นแขนที่เย็นเฉียบจากไอฝน
“ครับ...”
สายตาของเธอจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างใต้เชิ้ตสีขาวที่ดูตึงเป๊ะไปทุกสัดส่วน ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสบตาเข้ากับดวงตาคมกริบผ่านกระจกมองหลัง เขากำลังจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว สายตาคู่นั้นดูร้อนแรงและเต็มไปด้วยคำถาม
ชายหนุ่มขยับมือหนาขึ้นไปถอดหน้ากากอนามัยออกช้า ๆ เผยให้เห็นสันกรามคมชัดและริมฝีปากหยักลึกที่เธอเคยสัมผัสในวันวาน
“พี่กรณ์...” เสียงหวานพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา หัวใจสาวเต้นระรัวราวกับกลองรบ
“ไม่เจอกันนานเลยนะ... ริน”
เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย รถที่ควรจะเคลื่อนตัวออกไปกลับนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาอย่างบ้าคลั่ง บรรยากาศภายในรถเริ่มร้อนระอุขึ้นมาทันตาด้วยแรงดึงดูดที่โหยหากันมาแสนนาน
“พี่มาทำอะไรที่นี่คะ? ทำไมถึง...”
“พี่แค่อยากเจอเรา” เขาตัดบทพร้อมกับเอี้ยวตัวหันกลับมาหาเธอ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่วงหน้าหวานลงมายังเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ และแผ่นหลังขาวเนียนที่โผล่พ้นสายเดี่ยวเส้นเล็ก
“ชุดนี้... เหมาะกับรินดีนะ แต่มันทำให้พี่อยากจะหาอะไรมาปิดเพื่อให้คนอื่นมองไม่เห็น”
คำพูดกึ่งหวงแหนกึ่งหยอกเย้าทำให้รินหน้าร้อนผ่าว ความทรงจำเรื่องสัมผัสของเขาในอดีตย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ ราวกับหนังม้วนเดิมที่ถูกฉายซ้ำ
“พี่กรณ์พูดเหมือนเรายังเป็น...”
“พี่ไม่เคยคิดว่าเราเลิกกัน” เขาขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
“และคืนนี้... ฝนตกหนักขนาดนี้ พี่คงปล่อยให้รินกลับไปนอนคนเดียวไม่ได้หรอก”
ภายในห้องโดยสารที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก มีเพียงเสียงที่ปัดน้ำฝนทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอสลับกับเสียงหัวใจของหญิงสาวที่เต้นโครมคราม พิมพ์นารินลอบมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของคนขับผ่านความสลัว แสงไฟจากข้างทางที่วูบผ่านทำให้เห็นสันกรามและลำคอแกร่งของเขาชัดเจนขึ้น
“เรื่องของเรามันจบไปแล้วค่ะ” เธอเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงนั้นสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
“จริงเหรอ คิดไปเองหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามกลับ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยความระแวดระวัง
“พิมพ์ไม่ใช่คนเดิมแล้ว พี่ก็รู้”
คำพูดนั้นทำให้รถหรูชะลอความเร็วลงเล็กน้อย ศุภกรณ์ หันกลับมามองใบหน้าหวานที่บัดนี้ดูโตเป็นสาวสะพรั่ง ดวงตากลมอีโตที่เคยจ้องมองเขาด้วยความเทิดทูนเมื่อห้าปีก่อน บัดนี้ถูกเคลือบไว้ด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจในชุดมินิเดรสที่ขับเน้นทรวงอกอิ่ม
“พิมพ์!...” เขาครางชื่อเธอออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันกลับไปรวบรวมสมาธิควบคุมพวงมาลัย ทว่านิ้วมือหนาที่กำพวงมาลัยอยู่นั้นกลับเกร็งแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“พิมพ์ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับพี่อีกครั้ง...” พิมพ์นารินพึมพำ ห้าปีที่เขาหายไปจากชีวิตเธออย่างไร้ร่องรอย บัดนี้เขากลับมานั่งอยู่ตรงหน้า ในระยะที่ห่างกันเพียงเบาะกั้น
“พิมพ์มาเที่ยวที่นี่คนเดียวเหรอ” เขาถามพลางชำเลืองมองผ่านกระจกหลัง สายตาคมกริบกวาดมองเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นกุดอย่างเผลอตัว
“เปล่าหรอกค่ะ พิมพ์มากับเพื่อน แต่พอดีว่าเพื่อนพิมพ์เขาไปต่อกับแฟนนะสิ พิมพ์ก็เลยต้องกลับคนเดียว ไม่อยากไปเป็น กขค. เขาน่ะ”
