บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 ทำเต้าหู้ขน

ตอนที่ 8 ทำเต้าหู้ขน

หลายวันผ่านไป

เช้าวันนี้หลังจากกินข้าวมื้อเช้าเรียบร้อยทุกคนก็พากันเข้าสวนไปปลูกผัก ท่านพ่อเป็นคนทำแปลงยกร่อง ส่วนเหมยเหม่ยกับท่านแม่เป็นคนลงต้นกล้า อยู่ที่นี่ปลูกผักไม่จำเป็นต้องรดน้ำ ชาวบ้านจะอาศัยน้ำค้างช่วงเช้าและน้ำฝนเท่านั้น

ผักที่เหมยเหม่ยปลูกส่วนมากจะเน้นเป็นผักกินใบมากกว่าอย่างเช่นคะน้า กว้างตุ้ง ซีหลานฮวา(บรอกโคลี) กะหล่ำปี แครอท หัวไชเท้า และก็พริก มะเขือเทศ แตงโม ร่างเล็กที่อยู่ในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลอ่อน ตั้งใจปลูกผักอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ฮุ่ยหลินมองลูกสาวเป็นระยะด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าแดดเริ่มร้อน แต่ก่อนเหมยเหม่ยจะอยู่กลางแดดนาน ๆ ไม่ได้ไม่งั้นโรคลมชักของนางจะกำเริบ ชาวบ้านบางคนที่ไม่รู้เหตุผลก็จะเอาไปนินทาว่าบ้านนางเลี้ยงลูกสาวให้เป็นคุณหนูเพื่อจับเศรษฐี

แต่ที่นางแปลกใจมากกว่านั้นก็คือเหมยเหม่ยยอมหัดปักผ้ากับนางทั้งที่งานนี้เป็นสิ่งที่ลูกสาวของนางไม่ชอบมากที่สุด หลังจากลงต้นกล้าผักในสวนเสร็จแล้ว วันต่อมาฝนก็ตกลงมาพอดีทำให้ผักในสวนได้รับน้ำฝน เหมยเหม่ยถึงกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณฟ้าดินที่เมตตาเธอ

หลังจากปลูกผักเสร็จแล้วสองแม่ลูกก็มานั่งปักผ้าที่หน้าบ้านต่อ วันนี้ฮุ่ยหลินทำถุงกระเป๋าใส่เงินด้วยเพราะอันเดิมของนางเก่ามากแล้ว ส่วนเหมยเหม่ยขึ้นลายผ้าเช็ดหน้าอันใหม่รอบนี้เธอทำลายยากกว่าเดิม

“เหมยเหม่ยแม่ว่าลายนี้มันยากไปนะ สำหรับลูกที่เพิ่งหัด” ฮุ่ยหลินมองลายที่ลูกสาววาดบนผ้าแล้วก็กลัวว่านางจะถอดใจเสียก่อน

“ข้าอยากลองปักดูเจ้าค่ะ”

"เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถอะ"

ฮุ่ยหลินพยักหน้าให้ลูกสาวก่อนจะหันกลับมาสนใจในงานของตัวเองต่อ จนตะวันตกดินเหมยเหม่ยก็ปักผ้าเช็ดหน้าชิ้นที่สองเสร็จพอดี

วันต่อมา

วันนี้เฉียนกงกับฮุ่ยหลินออกมาช่วยพี่ชายคนโตเกี่ยวถั่วเหลืองที่ไร่ เหมยเหม่ยก็ตามมาด้วยทำให้เล่อหยาลูกสาวของฟู่ฉางแปลกใจไม่น้อย ปกติญาติผู้น้องจะไม่เคยออกจากบ้านไปไหนมาไหนเลย ยกเว้นเวลาที่อาหญิงพานางเข้าเมืองไปซื้อของ

“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะพี่เล่อหยา” เหมยเหม่ยเอ่ยทักทายหญิงสาวที่ไปหาท่านพ่อที่บ้านเมื่อวานตอนเย็น เหมยเหม่ยพอจะจำทุกคนได้บ้างจากความทรงจำร่างเก่า

“เหมยเหม่ย เจ้าก็มาด้วยรึไม่กลัวโรคลมชักของเจ้ากำเริบหรือยังไง?” เป็นเสียงของหยูเฉี่ยวเหยาเอ่ยถามหลานสาว

“เจ้าค่ะท่านป้า ตอนนี้ข้าหายดีแล้ว”

“เป็นไปได้ยังไง มิใช่ว่าโรคของเจ้ามันไม่มีทางรักษาหายหรอกหรือ” หยูเฉี่ยวเหยาไม่อยากจะเชื่อ เพราะน้องชายของสามีเคยพาลูกสาวตระเวนหาหมอรักษาไปทั่วทั้งตำบล แต่ก็ไม่มีหมอคนไหนรักษาโรคลมชักให้หายขาดได้

“จริงเจ้าค่ะท่านป้าที่ข้าหายเป็นเพราะว่าข้ากินผักเจ้าค่ะ”

“ห๊ะ!” ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกันรวมถึงลุงใหญ่ด้วย เพราะมันเหลือเกินจะเชื่อ

“เป็นเรื่องจริงเหมยเหม่ยนางหายดีแล้ว นางวิ่งไปวิ่งมาทั้งวันและยังตามฮุ่ยหลินขึ้นเขาไปหาของป่าด้วย” เฉียนกงกล่าวอย่างดีใจ ในที่สุดลูกสาวของเขาก็กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนคนอื่นได้เสียที

หลังจากคุยกันเสร็จแล้ว ทุกคนก็ลงมือช่วยกันเกี่ยวต้นถั่วเหลือง มีชาวบ้านอีกสองสามคนถือเคียวมาเกี่ยวช่วยลุงใหญ่ด้วย เป็นการแลกเปลี่ยนแรงงานกันเพราะลุงใหญ่ได้ไปเกี่ยวถั่วเหลืองช่วยพวกเขามาแล้วก่อนหน้านี้

มีแรงงานหลายคนจึงทำให้การเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองเร็วขึ้น สองวันเต็ม ๆ ที่ครอบครัวของเหมยเหม่ยไปช่วยลุงใหญ่เกี่ยวถั่วเหลือง ทว่าการเกี่ยวต้นถั่วเหลืองเตี้ย ๆ นั้นก็ทำให้เหมยเหม่ยปวดหลังไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ลุงใหญ่ก็ยังถือว่ามีน้ำใจกับครอบครัวของเธออยู่นะ เพราะสามวันต่อมาเขาก็แบ่งถั่วเหลืองมาให้ท่านแม่ถึงที่บ้านหนึ่งกระสอบใหญ่

ฮุ่ยหลินจึงสอนลูกสาวทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ขน นั่นยิ่งทำให้เหมยเหม่ยตื่นเต้นมาก เธอเคยเห็นแต่ในทีวี คราวนี้เธอจะได้ชิมรสชาติของมันแบบดั้งเดิมจริง ๆ แล้ว

เช้าวันต่อมา เหมยเหม่ยตื่นตั้งแต่เช้ามาช่วยท่านแม่บดถั่วเหลืองด้วยหินโม่แป้ง ที่ต้องใช้แรงอย่างมาก ทำให้เธออดนึกถึงเครื่องปั่นในโลกปัจจุบันไม่ได้ ฮุ่ยหลินใช้มือข้างที่ว่างหยิบกระบวยตักถั่วเหลืองที่แช่อยู่ในน้ำ ใส่ลงไปในช่องเล็ก ๆ บนฐานของโม่หิน ส่วนมืออีกข้างก็ดึงด้ามจับช่วยลูกสาวหมุนอีกแรง เสร็จแล้วนางก็นำถั่วเหลืองที่บดละเอียดไปผสมกับน้ำร้อนคนให้เข้ากันก่อนจะนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง คั้นเอาแต่น้ำถั่วเหลือง แล้วให้ลูกสาวเอากากของมันไปให้หมูทั้งสองตัวที่อยู่หลังบ้าน

เหมยเหม่ยทองท่านแม่นำน้ำถั่วเหลืองมาต้มอีกครั้ง กลิ่นหอมของถั่วเหลืองพลันคละคลุ้งลอยไปทั่วทั้งลานบ้าน ฮุ่ยหลินตักน้ำเต้าหู้ใส่ถ้วยให้ลูกสาวแล้วเติมน้ำตาลลงไปเล็กน้อย

"ดื่มสิน้ำเต้าหู้ช่วยบำรุงร่างกายนะ"

"หอมจัง...ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่" เอ่ยจบเหมยเหม่ยก็ยกถ้วยน้ำเต้าหู้ขึ้นดื่มจนหมด ก่อนเธอจะนำน้ำเต้าหู้อีกถ้วยไปให้ท่านพ่อที่โรงตีมีด แล้วรีบวิ่งกลับมาดูท่านแม่ทำเต้าหู้ขนต่อ

พอมาถึงห้องครัวเธอก็เห็นท่านแม่ตักน้ำผักดองใส่ลงไปในกระทะที่กำลังต้มน้ำเต้าหู้อยู่

"ท่านแม่ใส่น้ำผักดองลงไปทำไมหรือเจ้าคะ"

"ใส่เพื่อให้น้ำเต้าหู้จับตัวกันเป็นก้อนน่ะ"

'อ๋อ คงจะใช้ความเปรี้ยวแยกสะสารแบบวิธีโบราณสินะ คนสมัยก่อนนี้เก่งจริง ๆ ' เหมยเหม่ยคิดในใจ

ฮุ่ยหลินเบาไฟลงก่อนจะค่อย ๆ คนให้น้ำเต้าหู้จับตัวกันเป็นก้อน แล้วช้อนเอาฟองด้านบนออก เสร็จแล้วนางก็ตักเอาส่วนที่เป็นก้อน ใส่ลงไปในผ้าขาวบางอีกครั้งก่อนนำไปอัดกับกล่องไม้สี่เหลี่ยมโดยใช้ครกหินทับไว้ ทิ้งไว้ประมาณสองชั่วยามก็จะได้เต้าหู้แผ่นสี่เหลี่ยมก้อนใหญ่ นางนำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ แล้วนำมาชุบน้ำผงราที่เพาะเชื้อขึ้นมาเอง เสร็จแล้วก็นำมาวางเรียงไว้ในลังไม้ที่มีฟางข้าวปูรองอีกชั้นหนึ่งแล้วปิดฝาให้สนิท

สามวันต่อมา เต้าหู้ที่ท่านแม่ทำไว้ก็ขึ้นขนราสีขาวฟูนุ่มเต็มไปหมด มันน่ากินมากเลย

"ท่านแม่ข้าขอชิมเลยได้ไหม" เหมยเหม่ยเอ่ยขึ้นพร้อมเอื้อมมือไปหยิบเต้าหู้ขนมากัดชิมเพียงนิดหน่อย รสชาติของมันเปรี้ยวนำและมีกลิ่นหอมนิด ๆ บูดหน่อย ๆ มันแปลกจนเธอไม่สามารถอธิบายรสชาติของมันออกมาได้

ฮุ่ยหลินกลั้นยิ้มครั้นเห็นลูกสาวทำสีหน้าแหย ๆ "แม่ว่าเอาไปปรุงก่อนดีกว่ามันถึงจะอร่อยขึ้น ปกติเจ้าก็ไม่ค่อยชอบกินเต้าหู้ขนหรือเต้าหู้เหม็นอยู่แล้วนิน่า มีแต่พ่อของเจ้าที่ชอบกิน" เอ่ยจบฮุ่ยหลินก็นำเต้าหู้ขนบางส่วนไปทอด เสร็จแล้วก็นำมาโรยพริกป่น

"อ๋อ...คือว่าข้าอยากลองชิมดูเฉย ๆ เจ้าค่ะ"

ฮุ่ยหลินพยักหน้าให้ลูกสาวอย่างเข้าใจ

กับข้าวมื้อเช้าวันนี้เป็นเต้าหู้ทอด และก็เต้าหู้ขนผัดพริกใส่ใบกระเทียมป่าเป็นเมนูที่เฉียนกงชอบที่สุด เหมยเหม่ยยกอาหารมาวางที่โต๊ะหน้าบ้านตามคำบอกของผู้เป็นแม่ ก่อนเธอจะเดินไปเรียกท่านพ่อมากินข้าว

สองพ่อลูกนั่งรอฮุ่ยหลินที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ในครัว

"เป็นไงบ้างลูกอร่อยขึ้นไหม ถ้ากินไม่ได้ก็กินผัดผักนะ" ฮุ่ยหลินวางจานผัดผักกูดลงบนโต๊ะก่อนจะนั่งลง

"อร่อยมากเจ้าค่ะ โดยเฉพาะเต้าหู้ทอดจานนี้"

"ใช่ ๆ ฮุ่ยหลินวันนี้เจ้าทำกับข้าอร่อยที่สุดเลย" เฉียนกงเอ่ยชมภรรยา พลางคีบเต้าหู้ทอดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ

"แล้วทุกวันมันไม่อร่อยเหรอ?" ฮุ่ยหลินพูดแหย่สามีเล่นแต่นางทำหน้านิ่งจนผู้เป็นสามีเหงื่อตก

"ไม่ ๆ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" เฉียนกงพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด

"ข้าล้อท่านเล่นกินเถอะ" ฮุ่ยหลินกลั้นขำกับท่าทางของสามี

หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว เหมยเหม่ยก็เก็บกวาดล้างถ้วยชาม ส่วนท่านแม่นำเต้าหู้ขนที่เหลือออกมาตากแดดเพื่อนำไปทำเต้าหู้หยี่ต่อ บอกแล้วว่าท่านแม่ของเธอนั้นเก่งจริง ๆ ตอนแรกเหมยเหม่ยก็กลุ้มใจไม่น้อย เธอนึกว่าตัวเองต้องมาอยู่ที่นี่แบบสู้ชีวิตปากกัดตีนถีบ แต่ไม่ใช่เลยเธออยู่ที่นี่มีแต่ความสุขอยากตื่นแต่เช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นทุกวัน

ส่วนฮุ่ยหลินหลังจากตากเต้าหู้เสร็จ นางก็เดินไปด้านหลังห้องครัว หยิบตะกร้าขนาดเล็กออกมาสองอัน ก่อนจะเดินมาหาลูกสาวที่หน้าบ้าน

"ไป! เหมยเหม่ยแม่จะพาไปเก็บเถาเจียวที่สวนของท่านปู่"

"เจ้าค่ะ" เหมยเหม่ยรับตะกร้ามาจากท่านแม่เธอก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้เถาเจียวมันคืออะไร ได้แต่เดินตามท่านแม่ไปแบบงง ๆ สงสัยจะเป็นผักป่าอีกชนิดละมั้ง

'เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองแหละ' เหมยเหม่ยคิดในใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel