ตอนที่ 7 ขึ้นเขาเก็บหัวผักกาดป่า
ตอนที่ 7 ขึ้นเขาเก็บหัวผักกาดป่า
วันถัดมา ช่วงเช้ามืดภายในห้องครัวฮุ่ยหลินกำลังยุ่งวุ่นวายกับการทำอาหาร กลิ่นหอมนั้นปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงตื่น
“ท่านแม่ทำไมวันนี้ทำอาหารแต่เช้าเลยเจ้าคะ” เหมยเหม่ยเดินงัวเงียมาหาท่านแม่ในห้องครัว
“วันนี้แม่จะพาเหมยเหม่ยขึ้นเขาไปขุดหัวผักกาดป่ามาดองไว้กินหน้าหนาวน่ะ แม่เลยทำกับข้าวไว้ให้พ่อของเจ้าก่อน”
“อ๋อ เจ้าค่ะ”
ระหว่างที่รอท่านแม่ทำกับข้าวเหมยเหม่ยก็หยิบสะดึงไม้ผ้าเช็ดหน้าที่ปักค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนกับตะเกียงเดินไปนั่งปักที่หน้าบ้าน เพราะฟ้ายังไม่สว่างมาก
เธอคิดว่าถ้าทำผ้าเช็ดหน้าไปขายคู่กับปิ่นคงจะดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี
เมื่อฮุ่ยหลินทำกับข้าวเสร็จแล้วก็เดินมาหาลูกสาวที่หน้าบ้าน
“ไหนแม่ขอดูสิ ฝีมือของเจ้าไปถึงไหนแล้ว”
เหมยเหม่ยยื่นสะดึงไม้ให้ท่านแม่ดู ฮุ่ยหลินมองภาพผีเสื้อที่ลูกสาวปักยังไม่เรียบเท่าไหร่
“ถือว่าดีขึ้นมาก แต่แม่ว่าเจ้าดึงด้ายตึงไปนิดมันเลยทำให้เส้นด้ายไม่สม่ำเสมอ”
“เจ้าค่ะ” เหมยเหม่ยมองสะดึงของท่านแม่ที่ปักลายดอกเหมยอย่างสวยงาม เส้นด้ายทุกเส้นเสมอเท่ากัน
พอท้องฟ้าเริ่มสว่างฮุ่ยหลินก็ห่อข้าวใส่ตะกร้าพาลูกสาวขึ้นเขา หญิงสาวสะพายตะกร้าสานคนละใบ เหมยเหมย่เดินตามหลังท่านแม่พร้อมจดจำเส้นทางเพราะวันนี้ท่านแม่พานางมาที่ภูเขาอีกลูกทางด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน เมื่อเดินขึ้นบนเขาพวกนางก็เจอต้นหัวผักกาดป่าหลายต้น ใบของมันคล้าย ๆ ผักกาดหิ่น ส่วนหัวของมันเหมือนหัวไชเท้าแต่ลูกเล็กกว่า หัวของมันขาวอวบน่ากินมาก เหมยเหม่ยคิดว่ามันน่าจะเป็นแรดิชนั่นแหละ แต่คนที่นี่เรียกมันว่าหัวผักกาดป่า มือเรียวถอนหัวผักกาดขึ้นมาแล้วเด็ดใบของมันออกก่อนจะโยนใส่ตะกร้า
“เหมยเหม่ย แม่จะไปเก็บด้านโน้นนะมีอะไรก็เรียกแม่”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
หลังจากนั้นเหมยเหม่ยก็สนุกกับการเก็บหัวผักกาดป่า เพราะนางชิมรสชาติของมันแล้วถือว่าไม่เลว รสชาติของมันทั้งหวานทั้งกรอบมีรสเผ็ดนิด ๆ เหมยเหม่ยถอนหัวผักกาดป่าที่อยู่รอบ ๆ จนเกลี้ยง ผ่านไปครึ่งวันนางก็ได้หัวผักกาดเต็มตะกร้า
“เหมยเหม่ยแม่ว่าพอแล้วล่ะ ไว้พวกเราค่อยมาเก็บใหม่วันหลัง”
“เจ้าค่ะ”
“เหนื่อยไหมลูก” ฮุ่ยหลินมองลูกสาวเหงื่อออกท่วมตัว ใบหน้าเล็กนั้นแดงก่ำราวกับลูกแอบเปิล
“ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้าสนุกมากอยากมาเก็บทุกวันเลย”เหมยเหม่ยยิ้มให้ท่านแม่พร้อมยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก
จากนั้นสองคนแม่ลูกก็พากันเดินกลับบ้าน ระหว่างทางกลับฮุ่ยหลินพาเหมยเหม่ยเอาหัวผักกาดไปล้างที่หนองน้ำใหญ่ เป็นหนองน้ำของหมู่บ้านที่ใช้กักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแล้ง น้ำใสมากจนเหมยเหม่ยเห็นตัวปลาและกุ้งฝอย ก่อนที่สายตาของนางจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง
“มีหอยกาบด้วย”
“ใช่ เหมยเหม่ยจำไม่ได้รึ ถ้าช่วงไหนเจ้าเบื่อไข่เบื่อเต้าหู้ แม่ก็จะมาเก็บหอยกาบไปทำอาหารให้เจ้ากิน”
“อ๋อ ข้าไม่ได้กินนานแล้วท่านแม่ทำให้ข้ากินอีกได้หรือไม่”
“ได้สิ”
เหมยเหม่ยช่วยท่านแม่ลงไปงุมหอยในน้ำ เมื่อได้หอยกาบพอแล้วสองแม่ลูกก็พากันเดินกลับบ้านด้วยสภาพที่เปียกโชกทั้งตัว
เมื่อกลับมาถึงบ้านฮุ่ยหลินก็บอกให้ลูกสาวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนนางจะหยิบหัวผักกาดป่าส่วนหนึ่งเข้าไปในครัว ฮุ่ยหลินลงมือทำซุปหัวผักกาดใส่เต้าหู้ และก็หอยกาบผัดพริก เสร็จแล้วนางก็ทำยำหัวผักกาดป่าต่อ เพียงเวลาไม่ถึงสองเค่อทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จ เหมยเหม่ยช่วยยกกับข้าวไปในห้องโถง ส่วนท่านแม่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ร่างบางเดินไปที่โรงตีมีดเรียกท่านพ่อมากินข้าว
“ท่านพ่อไปกินข้าวกัน” เหมยเหม่ยมองปิ่นที่ท่านพ่อกำลังขึ้นลวดลายดอกโบตั๋นอย่างตะลึง
"ว้าว!..สวยจังเลย"
“แม่ของเจ้าทำกับข้าวเสร็จแล้วเหรอ”
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อเก่งจังเลย”
เฉียนกงยิ้มให้ลูกสาวก่อนจะหัวเราะออกมา ทำไมเขาเพิ่งคิดได้นะว่าควรทำปิ่นปักผมขาย ถ้าไม่ใช่เพราะเหมยเหม่ยอยากหาเงินเข้าบ้านเขาก็คงคิดไม่ได้
สองพ่อลูกเดินเข้ามาในบ้านฮุ่ยหลินก็เดินออกมาจากห้องพอดี เหมยเหม่ยตักข้าวให้ทุกคนก่อนจะนั่งลง เธอหยิบตะเกียบคีบยำหัวผักกาดป่าเข้าปากคำแรก
“อร่อยจัง”
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ นะลูกดูสิผอมจนจะเหลือแต่กระดูกแล้ว” ฮุ่ยหลินตักน้ำซุปใส่ถ้วยใบเล็กเพิ่มให้ลูกสาว เมื่อเห็นว่านางซดน้ำซุปใกล้จะหมดแล้ว ต่อให้เหมยเหม่ยโตเป็นสาวแล้วก็ตาม แต่ฮุ่ยหลินก็ยังมองลูกสาวของนางเหมือนเด็กหญิงตัวน้อย ๆ เสมอ
“เจ้าค่ะ”
หลังจากกินมื้อกลางวันอิ่มแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานของตน ส่วนเหมยเหม่ยช่วยท่านแม่ปอกเปลือกหัวผักกาดป่า ฮุ่ยหลินสอนลูกสาวทำหัวผักกาดดองแบบทั้งหัวและแบบซอยใส่พริกป่น
หลังจากช่วยท่านแม่ทำผักดองเสร็จแล้วนางก็ไปนั่งปักผ้าเช็ดหน้าต่อ จนมืดค่ำกับข้าวมื้อเย็นยังคงเป็นซุปหัวผักกาดป่าและผัดหัวผักกาดใส่ไข่ ถึงบ้านหลังน้อยจะดูทรุดโทรม แต่เธอก็มีคนในครอบครัวที่แสนอบอุ่น
