
บทย่อ
เมื่อวิญญาณแม่ค้าขายขนมไทยหลุดเข้าไปอยู่ในร่างเด็กสาวอายุ 16 ปีที่เป็นลูกสาวของช่างตีมีดในหมู่บ้านชนบทซ้ำยังมีฐานะยากจน ในเมื่อกลับไปไม่ได้อีกแล้วเธอก็จะขออยู่ที่นี่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแล้วกัน
ตอนที่ 1 ตายแบบไม่รู้ตัว
ตอนที่ 1 ตายแบบไม่รู้ตัว
"ขนมไหมจ๊ะ แวะดู แวะชิมกันก่อนได้น๊า ตะโก้เผือก ขนมชั้น ลูกชุบ ขนมต้มทำมาใหม่ ๆ อร่อย ๆ ทุกอย่างเลยจ้า" เสียงของแม่ค้าสาววัย 18 ปีที่อยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมธรรมดากับกางเกงยีนส์ขาสั้น รวบผมหางม้า ส่งเสียงร้องเรียกลูกค้าที่เดินผ่านไปผ่านมาให้เข้ามาซื้อของ
เหมยลี่หญิงสาวกำพร้าที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ หลังจากพ่อของเธอจากไปด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง หญิงสาวจบการศึกษาแค่ม. 6 จึงอาศัยเลี้ยงชีพด้วยการทำขนมไทยขายตั้งแต่เรียนอยู่ม.3
ระหว่างที่เหมยลี่กำลังหยิบขนมชั้นใส่ถุงให้ลูกค้าอยู่นั้น เจ้พรเจ้าแม่ปล่อยเงินกู้ร้อยละยี่สิบกับลูกน้องหน้าโหดสองคนก็เดินมาที่แผงของเธอ
"สวัสดีจ้ะเจ๊พร กินขนมหวานไหมจ๊ะ"
"ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อตาใส ยัยเหมยลี่เมื่อวานไอ้สองตัวนี่มันบอกว่าเธอไม่ยอมจ่ายดอก"
"เจ๊คือว่าเมื่อวานหนูเพิ่งจ่ายค่าเช่าแผงให้เจ้าของตลาดไป เลยไม่มีเงินตัดดอกให้ลูกน้องเจ้น่ะ"
"ไม่รู้แหละ! วันนี้แกต้องจ่ายมาแปดร้อยรวมของเมื่อวานด้วย"
"วันนี้ก็ยังไม่มี ขอยกยอดเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมเดี๋ยวหนูจะรีบหาเงินมาให้" เหมยลี่กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอร้อง
"อ้าว!...กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าไม่มีปัญญาจ่ายก็อย่ายืม ไอ้เอกไอ้เบี้ยวจัดการมันดิ! แม่ง"
"ครับเจ๊/คับเจ๊"
เพล้ง!
"กรี๊ดดด!...เจ้อย่านะ หนูขอร้อง หนูไหว้ล่ะ" เหมยลี่กรีดร้องออกมาสุดเสียง เมื่อเห็นชายหน้าโหดสองคนทุบทำลายข้าวของหน้าร้านของเธอ พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในตลาดทำได้เพียงแค่มองไม่มีใครกล้าเข้ามาห้ามหรือเข้ามาช่วยเด็กสาวเลยสักคน
ทันใดนั้นตัวอาคารในตลาดที่สร้างไม่ได้มาตรฐานก็ถล่มลงมา
โครม!!
ณ หมู่บ้านเหิงซานหมู่บ้านชนบทที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงหลายร้อยลี้
ร่างบางกำลังนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ริมฝีปากชมพูระเรื่อเผยออกเล็กน้อย ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ บ่งบอกว่านางกำลังหลับสนิท
"เหมยเหม่ย ตื่นได้แล้วลูกนี่มันยามซื่อแล้วนะ!...เจ้าจะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไงกัน"
เสียงของนางหลินผู้เป็นแม่เดินเข้ามาในห้องเขย่าแขนปลุกลูกสาวคนเดียวของนาง ร่างบางที่กำลังนอนฝันหวานอยู่ดี ๆ ก็ถูกดึงผ้าห่มออกจากตัว
"อือ~....อย่ามากวนได้ไหมคนจะนอน" เสียงจากร่างที่นอนขดอยู่ดังขึ้น แถมน้ำเสียงยังติดจะหงุดหงิดด้วยซ้ำ จนผู้เป็นแม่ต้องส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
"เหมยเหม่ย ตื่นได้แล้วจะต้องให้แม่บอกอีกกี่ครั้ง ถ้าชาวบ้านรู้เข้าขายหน้าเขาตายเลย คงไม่มีลูกสาวบ้านไหนที่ขี้เกียจเท่าลูกสาวบ้านนี้อีกแล้ว"
"ฮือ~เสียงป้าข้างบ้านที่ไหนมาบ่นแถวนี้วะ!" เหมยลี่บ่นงึมงำก่อนจะบิดขี้เกียจไล่ความขบเมื่อยเมื่อเธอนอนท่านี้มานาน
"เหมยเหม่ย!!..แม่บอกให้เจ้าตื่นได้แล้ว"
ทันทีที่ได้ยินเสียงตวาดเรียกนั้นอีกครั้ง เหมยลี่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นเพดานในห้องเช่าของเธอแปลกไป มันควรเป็นเพดานฝ้าสีขาวไม่ใช่เหรอ ร่างบางรีบดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที เมื่อเห็นห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย
"เฮ้ย! น้าเป็นใครเนี่ยมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง"
"เหมยเหม่ย เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึ? ถึงจำแม่ตัวเองไม่ได้" ฮุ่ยหลินมองลูกสาวที่พูดจาแปลกประหลาดอย่างงงๆ
"อะไรน่ะ! แม่....แม่งั้นเหรอตลกแล้วน้า ฉันไม่มีแม่พ่อเลี้ยงฉันมาคนเดียว น้าเล่นอะไรไม่เข้าเรื่องฉันไม่ตลก เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวนะเมื่อกี้เรายังขายของอยู่ที่ตลาดไม่ใช่เหรอ แล้วที่นี่คือที่ไหน?...ทำไมน้าใส่ชุดแปลกจัง ดูหนังจีนมากไปใช่ไหมเนี่ย" ใบหน้าของเหมยลี่มีแต่เครื่องหมายคำถาม ตอนนี้เธอสับสนและมึนงงเป็นอย่างมาก
"หรือว่าเราจะฝันไป" คิดได้แบบนั้นเหมยลี่ก็ยกฝ่ามือขึ้นมาตบเข้าไปที่ใบหน้าของตัวเองอย่างแรง
เพียะ!
"โอ๊ย!...ซี๊ด...เจ็บชะมัด" ร่างเล็กสูดปากเบาๆ
"ห๊า!!...เฉียนกงลูกสาวของเราเสียสติไปแล้ว" สิ้นคำฮุ่ยหลินก็วิ่งออกไปหาสามีที่หน้าบ้าน
เหมยลี่ทำหน้างง ๆ ก่อนจะเดินตามน้าคนเมื่อกี้ออกมาด้านนอก ร่างบางหันซ้ายทีขวาทีก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้าง เมื่อเห็นบ้านเรือนที่เป็นดินมุงด้วยหญ้าคา และมีกำแพงหินล้อมรอบคล้ายในหนังจีนจอมยุทธภพที่เคยเธอดูในทีวี แถมยังมีข้าวโพดแห้งกับกระเทียมห้อยต่องแต่งอยู่ข้างผนังบ้านอีกเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าเธอหลุดเข้ามาอยู่ที่ไหนสักแห่ง
"นี่!...ฉะ...ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย!!!"
เฉียนกงที่อยู่ในโรงตีมีดได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้เป็นภรรยาก็รีบวิ่งมาที่หน้าบ้านทันที
"เจ้าเป็นอะไรหรือฮุ่ยหลิน"
"ฮือๆ...ท่านพี่...ก็ลูกสาวของเรานะสิ"
"เหมยเหม่ยเป็นอะไร"
"ลูกสาวของเรานางเสียสติไปแล้ว"
"ฮะ!...เจ้าว่าอะไรนะ" เฉียนกงรีบหันหน้าไปมองลูกสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูทันที
ทางด้านเหมยลี่ก็พยายามสูดหายใจเข้าออกยาว ๆ ก่อนจะหลับตาเพื่อตั้งสติ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา ทุกอย่างก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม
"ไม่จริง ไม่ใช่ ฉันไม่เชื่อ ฉันต้องฝันไปแน่ ๆ เมื่อกี้ยังยืนขายขนมอยู่เลย เรื่องแบบนี้มันมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ" เหมยลี่พึมพำออกมาเพราะมันเกินจะรับไหว
เฉียนกงมองท่าทีผิดแปลกไปจากเดิมของลูกสาวด้วยสีหน้าเป็นกังวล ก่อนจะเดินเข้าไปหานางช้าๆ
"เหมยเหม่ย เจ้าจำพ่อได้ไหมลูก"
เหมยลี่มองหน้าชายวัยกลางคนที่ไม่มีส่วนคล้ายกับพ่อของเธอเลยสักนิดเดียว ก่อนจะพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ
แต่อยู่ ๆ ก็มีภาพซ้อนหลั่งไหลเข้ามาในหัวมากมาย ร่างบางหลับตายกมือขึ้นจับศีรษะเพราะภาพเหล่านั้นมันฉายเร็วราวกับเร่งสปีด
'นี่เธอย้อนเวลามาอยู่ในอดีตจริง ๆ หรือเนี่ยที่สำคัญยุคจีนโบราณเสียด้วย แล้วเธอจะกลับไปยังไงดี"
"เหมยเหม่ย" เมื่อเห็นว่าลูกสาวยังนิ่ง คนเป็นพ่อจึงเรียกอีกครั้ง ก่อนจะหันมาบอกผู้เป็นภรรยา "ข้าจะไปตามท่านหมอโรคเก่าของนางอาจจะกำเริบ"
ที่พวกเขาสองสามีภรรยาไม่ยอมให้ลูกสาวทำงานหนักก็เพราะนางป่วยเป็นโรคลมชักมาตั้งแต่เด็ก ๆในฐานะลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว เหมยเหม่ยจึงเป็นดังสมบัติล้ำค่าของครอบครัวมาโดยตลอด
"เอ่อ..ทะ..ท่านพ่อเดี๋ยวก่อน ข้าแค่แกล้งท่านแม่เล่นเท่านั้น"
"จริงหรือเหมยเหม่ย เฮ้อ!...แม่ตกใจแทบแย่" นางหลินเดินเข้าไปจับแขนลูกสาวแล้วดึงเข้ามากอด "ทีหลังเจ้าอย่าเล่นพิเรนทร์แบบนี้อีกนะแม่ตกใจหมดเลยรู้ไหม"
"เจ้าค่ะ" เหมยลี่มองพ่อกับแม่คนใหม่ของเธออย่างงง ๆ ก่อนจะพยักหน้าให้พวกเขา เอาว่ะไหน ๆ ก็มาแล้วขอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขแล้วกัน
