บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ทำขนมเยลลี่จากใบไม้

ตอนที่ 6 ทำขนมเยลลี่จากใบไม้

เช้าวันถัดมา

วันนี้ช่วงเช้ามีไอหมอกจาง ๆ ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ อากาศเย็นสบายทำให้เหมยเหม่ยรู้สึกสดชื่นมาก เธอเดินเข้าไปดูท่านแม่ทำอาหารอยู่ในครัว มื้อนี้ท่านแม่ทำเมนูผัดหมูน้ำค้างใส่ผัก เหมยเหม่ยอดนึกถึงหมูที่บ้านของเธอไม่ได้พวกเขาคงเลี้ยงมาแบบเดียวกัน เธอเลยตัดสินใจเดินไปหยิบตะกร้าจะไปหาผักป่าข้างทางกับข้างไร่อ้อยของท่านลุง เพราะเธอวิ่งไปวิ่งมาทุกวันทำให้เห็นผักที่กินได้อยู่หลายชนิด

“เหมยเหม่ยจะไปไหนเหรอลูก” เฉียนกงที่กำลังสับต้นผักโขมกับต้นกล้วยเพื่อนำไปให้เจ้าหมูอย่างเช่นทุกวันก็เอ่ยถามลูกสาว ครั้นเห็นนางเดินไปหยิบตะกร้าเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก

“ข้าจะไปเก็บผักป่าแถวข้างทางมาให้ท่านแม่ทำอาหารเจ้าค่ะ”

“อ๋อ อย่าไปไกลนักนะ”

“เจ้าค่ะ” เอ่ยจบเหมยเหม่ยก็เดินออกไป

เดินห่างออกมาไม่ไกลจากหน้าบ้าน เธอก็เจอผักจี้ช่ายขึ้นอยู่ข้างทางร่างบางนั่งลงเก็บผักใส่ตะกร้า เหมยเหม่ยเดินไปเก็บยอดผักกุ่มบกกับบวบมะนอยที่ข้างไร่อ้อย เมื่อได้ผักสองสามอย่างแล้วร่างบางก็รีบวิ่งกลับบ้าน

“ท่านแม่ข้ามาแล้ว”

“เจ้าไปไหนมาเหมยเหม่ย”

“ข้าไปเก็บผักมาเจ้าค่ะ”

ฮุ่ยหลินมองผักในตะกร้าที่ลูกสาวเก็บมาก็ยิ้ม ๆ พร้อมส่ายหัว

“ลูกไม้อันนี้มันกินไม่ได้นะ" ฮุ่ยหลินชี้นิ้วไปยังลูกวงรีที่มีเหลี่ยมหลายแฉก มันก็คือบวบมะนอยที่เหมยเหม่ยเก็บมา

“เอ่อ..มันกินได้เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเด็ดชิมก่อนจะเก็บมันมาแล้ว” เอ่ยจบเหมยเหม่ยก็นำผักที่เก็บมาไปล้างที่หลังบ้านเสร็จแล้วก็เดินมาที่ห้องครัว

ฮุ่ยหลินมองลูกสาวหั่นผักอย่างคล่องแคล่ว เหมยเหม่ยทำผัดบวบมะนอยใส่ไข่ก่อนอันดับแรก ส่วนผักที่เหลือนางลวกกินกับน้ำพริก แค่นี้กับข้าวมื้อเช้าของเธอก็เสร็จแล้ว เหมยเหม่ยยกกับข้าวทั้งหมดออกไปวางไว้ที่โต๊ะ

จากนั้นทุกคนก็เดินมานั่งลงประจำที่ เฉียนกงใช้ตะเกียบคีบผัดผักของลูกสาวส่งเข้าปากด้วยสีหน้าลังเล หลังจากเคี้ยวแล้วแววตาก็เป็นประกาย แล้วคีบอีกหลายคำ ฮุ่ยหลินมองสามีที่กินกับข้าวฝีมือของลูกสาวอย่างเอร็ดอร่อย ก็ลองชิมดูบ้างก่อนที่นางจะยิ้มกว้างออกมาอย่างภูมิใจ

“ฮุ่ยหลิน ลูกสาวของเราคงได้วิธีการทำอาหารมาจากเจ้าสินะ มันคงอยู่ในสายเลือดลูกสาวพ่อเก่งจริง ๆ ” เฉียนกงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

เหมยเหม่ยฉีกยิ้มแล้วคีบผัดบวบมะนอยของเธอเข้าปาก ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าเธอรู้สึกว่ารสชาติของผักที่นี่หวานกรอบอร่อยทุกอย่างแม้กระทั่งผักป่า

หลังจากกินข้าวอิ่มแล้วท่านแม่ก็สอนเหมยเหม่ยปักผ้าเช็ดหน้าลายต่าง ๆ ส่วนท่านพ่ออยู่ในโรงตีมีด

เหมยเหม่ยหัดปักผ้าอยู่กับท่านแม่ครึ่งค่อนวัน ท่านแม่ก็พาเธอมาที่ทุ่งนาของพวกเรา ท่านแม่บอกว่าจะพามาเก็บผัก

ฮุ่ยหลินพาลูกสาวเดินมาที่ปลายนาที่มีต้นตำแยกัดขึ้นอยู่เต็มไปหมด ต้นข้าวในนากำลังเริ่มโต เหมยเหม่ยมองท่านแม่หยิบถุงมือผ้าขึ้นมาสวมก่อนจะเด็ดยอดต้นไม้ที่คล้ายใบสาบเสือใส่ตะกร้าอย่างระมัดระวัง

“ต้นนี้มีพิษร้ายแรงยิ่งกว่าต้นบุกอีกนะ แต่ว่ามันเอาไปทำซุปอร่อยมากและยังเป็นยาสมุนไพรอีกด้วย” ฮุ่ยหลินอธิบายให้ลูกสาวฟังเมื่อเห็นว่านางเริ่มชอบกินผักแล้วจริง ๆ

ระหว่างที่รอผักในสวนโต ฮุ่ยหลินคงต้องพาลูกสาวกินผักป่ากันไปก่อน เพราะผักกาดหนึ่งหัวราคา 5 อีแปะ ถ้าซื้อกินทุกวันคงไม่ไหว เมื่อก่อนเหมยเหม่ยจะกินเป็นพวกเมนูเนื้อกระต่ายป่า ไก่ป่า ที่สามีนางล่ามาได้ และก็เต้าหู้หรือไม่ก็ไข่ไก่ นางไม่กินผักเลยทำให้ที่บ้านไม่ได้ปลูกผักไว้ จะปลูกก็แค่พริกกับขิงไม่กี่ต้นเท่านั้น

“อ๋อ เจ้าค่ะ”

“งั้นเดียววันนี้แม่จะทำขนมจากใบไม้ให้เจ้ากิน” เพราะเหมยเหม่ยไม่กินผักนางเลยไม่ทำขนมชนิดนี้ เป็นขนมที่ฮุ่ยหลินชอบกินตั้งแต่เด็ก ๆ

“ดีเลยเจ้าค่ะ”

หลังจากเก็บยอดตำแยกัดได้เกือบเต็มตะกร้า จากนั้นฮุ่ยหลินก็พาลูกสาวเดินมาที่ชายป่าข้างลำธารเล็ก ๆ

“ท่านแม่อันนี้ต้นอะไรหรือเจ้าคะ” เหมยเหม่ยเอ่ยถามท่านแม่อีกครั้งเมื่อพาเธอมาเก็บผักแปลก ๆ อีกแล้ว

“มันคือต้นชินเจ่าหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าต้นเฉาก๊วยเขียว แม่จะเอาไปทำวุ้นให้เจ้าชิมดู”

‘อ๋อมันคงจะเหมือนต้นหมาน้อยสินะ’ เหมยเหม่ยคิดในใจ

กว่าสองสาวจะกลับถึงบ้านก็ตะวันคล้อยบ่าย เพราะฮุ่ยหลินพาลูกสาวเดินดูผักชนิดต่าง ๆ ตามคันนาอย่างเช่น ผักหนอกเถา หญ้าหางปลาช่อน ผักโขมแดง

วันนี้เหมยเหม่ยสนุกมากที่ได้รู้จักผักชนิดต่าง ๆ แม้บางอย่างเธอจะรู้จักมันแล้วก็ตาม มื้อค่ำท่านแม่ทำซุปใบตำแยกัดใส่เต้าหู้ และผัดผักป่าอีกหนึ่งจาน ตบท้ายด้วยขนมหวานของท่านแม่ นั้นก็คือ วุ้นเฉาก๊วยเขียวราดน้ำผึ้ง

ตอนแรกเธอนึกว่ารสชาติของมันจะคล้ายรสชาติของต้นหมาน้อยแบบเมืองไทย แต่ไม่ใช่เลยใบชินเจ่าอร่อยกว่าเพราะมันไม่เหม็นเขียวเท่าใบของต้นหมาน้อย

ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งกินวุ้นเฉาก๊วยอยู่นั้น ท่านพ่อก็หยิบปิ่นปักผมเงินมาวางไว้บนโต๊ะ

"ท่านพี่ นี่ท่านแอบไปซื้อปิ่นพวกนี้มารึ ทำไมถึงได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยขนาดนี้ แล้วซื้อมาตั้งสองอันหมดเงินไปกี่ตำลึงเนี่ย" ฮุ่ยหลินบ่นสามีชุดใหญ่นางอยู่แต่บ้านไม่ได้ออกไปไหนจึงใช้แค่ปิ่นไม้ธรรมดา

"เปล่าข้าไม่ได้ซื้อมา ข้าลองหัดทำดูเผื่อว่ามันจะเอาไปขายในเมืองได้ เป็นไงสวยไหม"

"นี่ท่านทำเองจริง ๆ เหรอ" ฮุ่ยหลินหยิบปิ่นปักผมขึ้นมาดูอีกครั้ง

เฉียนกงกอดอกฉีกยิ้มอย่างภูมิใจ "อึ้งไปเลยล่ะสิ ข้าว่าจะทำปิ่นปักผมช่วงที่ไม่มีงานตีมีด แล้วให้เจ้านำมันไปขายในตำบลส่วนสองอันนี้ข้าทำให้เจ้ากับเหมยเหม่ย"

"ดีจริงข้าว่ามันต้องขายได้ชิ้นละ 70 - 80 อีแปะแน่ ๆ สวยหรือไหมเหมยเหม่ย" ฮุ่ยหลินหันมองหน้าลูกสาวเมื่อรู้สึกว่านางนิ่งเงียบไป

"สวยเจ้าค่ะ แต่ถ้าเราจะทำขายท่านพ่อไม่ลองเพิ่มลวดลายดอกไม้ดูล่ะเจ้าคะ เผื่อมันจะเพิ่มราคาขึ้นได้อีก"

"อืมได้พ่อจะลองทำดู"

หลังจากกินมื้อค่ำอิ่มแล้วเหมยเหม่ยก็นำผ้าที่ปักค้างไว้มาทำต่อจนดึกก่อนจะเข้านอนเพราะท่านแม่ไม่ยอมให้นางทำต่อ

“ไปนอนได้แล้วเหมยเหม่ยดึกแล้วเดี๋ยวสายตาจะเสีย”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel