บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ไปซื้อของในตำบล

ตอนที่ 5 ไปซื้อของในตำบล

เช้าวันต่อมา

หลังจากกินข้าวเช้าอิ่มแล้วฮุ่ยหลินก็เอ่ยปากบอกผู้เป็นสามี

“ท่านพี่ เครื่องปรุงกับน้ำมันตะเกียงหมดแล้วข้าจะพาเหมยเหม่ยเข้าไปในเมืองไปซื้อของนะเจ้าคะ”

เฉียนกงพยักหน้าให้ภรรยาก่อนจะเดินไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ เพราะวันนี้ลูกค้าจะมารับดาบแล้ว

ฮุ่ยหลินพาลูกสาวเดินไปที่บ้านของท่านลุงเพื่อยืมรถวัวลากเกวียนเข้าเมือง เหมยเหม่ยมองท่านแม่บังคับเกวียนอย่างชำนาญ ลัดเลาะผ่านเส้นทางแม่น้ำเหลียงเหอและผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ

“ท่านแม่ทำไมพวกเราไม่ซื้อวัวไว้ใช้งานเองล่ะเจ้าคะ” เหมยเหม่ยถามอย่างสงสัยเพราะเท่าที่ดูบ้านของเธอก็ไม่ได้ขัดสนขนาดนั้น ถือว่าพอมีพอกิน

“ที่แม่ยังไม่ซื้อวัวเพราะเก็บเงินไว้ให้เจ้า”

“เก็บไว้ให้ข้าทำไมหรือเจ้าคะ เสื้อผ้าท่านแม่ก็ทอใช้เองและยังตัดเย็บเองอีกด้วย ข้าก็ไม่เห็นว่าพวกเราจะต้องประหยัดอะไรกันขนาดนี้เลย” เหมยเหม่ยส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ เกวียนกับวัวถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในชนบทเธอเห็นชาวบ้านมีวัวแทบจะทุกหลัง ทั้งใช้ไถนาทั้งใช้เดินทาง มีเพียงครอบครัวของเธอที่ไม่มีวัว

“ที่แม่กับพ่อต้องการเก็บเงินไว้ให้เจ้า ก็เพราะเวลาเจ้าแต่งออกไปจะได้มีสินเดิมติดตัวไปอยู่บ้านสามีบ้าง แม่สามีจะได้เกรงใจเจ้า”

“ท่านแม่ข้าก็บอกท่านไปแล้ว ว่าข้าไม่อยากแต่งงาน ถ้าจะแต่งเจ้าบ่าวต้องแต่งเข้าบ้านเราเจ้าค่ะ ท่านแม่ซื้อวัวเถอะนะ”

“ก็ได้ ๆ ไว้รอขายข้าวโพดกับข้าวเปลือกปีนี้คงพอจะมีเงินซื้อลูกวัวสักตัว”

“โห่ วัวมันราคาแพงขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ”

“ใช่ เหมยเหม่ยลูกวัวตัวเมียหนึ่งตัวราคาเกือบห้าตำลึงทองเลยนะ”

เหมยเหม่ยตาโตมิน่าล่ะตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ไม่เคยเห็นคนขายเนื้อวัวเลยคงจะแพงจริง

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยามสองแม่ลูกก็มาถึงตลาดในตำบล หลินฮุ่ยนำรถวัวลากเกวียนไปฝากไว้ที่ลานจอดรถม้า ก่อนจะเดินมาจูงมือลูกสาวไปยังร้านค้าที่ตั้งแผงเรียงรายอยู่สองข้างถนน เหมยเหม่ยได้กลิ่นของซาลาเปาลอยมาตามลม

ถึงตำบลมู่ชินจะเป็นตำบลเล็ก ๆ แต่ก็ไม่ถือว่าชาวบ้านที่นี่ยากจนนัก ชาวบ้านยังคงออกมาจับจ่ายซื้อของมากมาย เหมยเหม่ยมองร้านต่าง ๆ อย่างสนใจ ท่านแม่พาเธอเดินไปซื้อของใช้ที่จำเป็นก่อนจะมาซื้อเนื้อ ผัก ไข่ไก่และก็น้ำมันหมู และยังซื้อเนื้อรมควันอีกหลายชิ้น หลังจากซื้อของจนครบแล้ว ฮุ่ยหลินก็พาลูกสาวกลับบ้าน ระหว่างที่เดินซื้อของในตลาดเหมยเหม่ยสังเกตตลอดว่าสินค้าอะไรขายดี ส่วนใหญ่จะเป็นของกินเล่น พวกซาลาเปา หมั่นโถว และขนมเซาปิ่งที่ดูจะขายดีที่สุด

เมื่อกลับมาถึงบ้านเหมยเหม่ยก็เดินเข้าห้องไปอย่างคนใช้ความคิด ส่วนท่านแม่ก็เข้าครัวทำมื้อเที่ยง ฮุ่ยหลินนำไข่ไก่กับผักออกมาทำอาหารตั้งแต่เดินทางกลับมาจากในเมืองเหมยเหม่ยก็เอาแต่นิ่งเงียบจนผิดปกติ

ปกติเหมยเหม่ยเป็นเด็กสาวร่าเริงน่ารักและช่างพูด แต่เสียข้อเดียวคือนางมีโรคประจำตัวนี่คือเหตุผลที่ฮุ่ยหลินอยากเก็บเงินไว้ให้ลูกสาวเยอะ ๆ กลัวนางจะลำบากถ้าวันไหนสิ้นพ่อแม่ไปแล้ว

ทางด้านเหมยเหม่ยที่นอนมือก่ายหน้าผากมองหลังคาอยู่นั้นจู่ ๆ ก็เด้งตัวขึ้นมาเมื่อเธอรู้แล้วว่าจะขายอะไรเพื่อหาเงินซื้อวัวให้ท่านแม่

“ใช่ขนมปั้นสิบ เก็บได้นานไม่เสียและไม่ต้องใช้กะทิด้วย” เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เหมยเหม่ยยังไม่เห็นมีต้นมะพร้าวสักต้นเลย ถ้าจะถามท่านแม่ก็กลัวว่าจะไม่รู้จักจะวุ่นวายไปกันใหญ่อีก

เมื่อคิดออกแล้วร่างบางก็เดินไปช่วยท่านแม่ทำกับข้าวที่ห้องครัว มื้อเที่ยงวันนี้ท่านแม่ทำมะเขือผัดไข่ ไข่ตุ๋นกับผัดผักอีกหนึ่งจาน

“ท่านแม่ข้าอยากลองทำขนมขายดูเจ้าค่ะ”

สองสามีภรรยามองหน้ากันทันที ที่อยู่ ๆ ลูกสาวก็บอกว่าอยากทำขนมขาย

“เหมยเหม่ยอยากทำขนมอะไรขายหรือลูก” เฉียนกงเอ่ยถามลูกสาว

“ขนมปั้นสิบเจ้าค่ะ”

“มันคือขนมอะไร แม่ไม่เคยได้ยินเลย”

“มันคือขนมที่ข้าฝันเห็นเมื่อคืนเจ้าค่ะ” เหมยเหม่ยได้แต่ขอโทษคนที่คิดสูตรขนมปั้นสิบอยู่ในใจ เธอไม่มีทางเลือกจริง ๆ

“มันจะขายได้หรือลูกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านนี้มีไม่ค่อยเยอะนะ”

“ข้าจะทำไปขายในตลาดตำบลเจ้าค่ะ”

“ก็ได้ถ้าลูกอยากทำแม่ก็จะสนับสนุน”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

หลังจากกินข้าวอิ่มแล้ว เหมยเหม่ยก็เดินไปซี้อถั่วเขียวกับแป้งสาลีและน้ำตาลที่ร้านเถ้าแก่เหอ มาลองทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ชิมดูก่อน

เช้าวันต่อมา

เหมยเหม่ยยังคงตื่นมาวิ่งในตอนเช้าเหมือนทุก ๆ วัน เมื่อวิ่งออกกำลังกายเสร็จแล้วเธอก็เข้าครัวไปทำขนม เธอนำถั่วเขียวที่แช่ไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นมาล้างที่โอ่งน้ำหลังบ้าน วันนี้เธออยากแสดงฝีมือให้ท่านพ่อกับท่านแม่ได้ชิมขนมปั้นสิบของเธอ ฮุ่ยหลินเดินเข้ามาดูลูกสาวในครัว

"เจ้ามีอะไรให้แม่ช่วยไหม"

“เจ้าค่ะ ท่านแม่ช่วยข้าจุดไฟทีนะ”

ฮุ่ยหลินเดินไปข้างเตาไฟแล้วพับแขนเสื้อขึ้น ก่อนจะนั่งลงจุดไฟให้ลูกสาว ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเหมยเหม่ยก็ปั้นขนมเสร็จแล้ว ส่วนฮุ่ยหลินเห็นลูกสาวใช้น้ำมันหมูทอดขนมแล้วก็ปวดใจ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ในเมื่อลูกสาวอยากทำนางก็จะสนับสนุน ครั้นขนมเย็นตัวลงแล้วเหมยเหมย่ก็หยิบขนมให้ท่านแม่ชิม

“รสชาติเป็นยังไงบ้างเจ้าคะ” เหม่ยเหมยจ้องท่านแม่ตาไม่กะพริบลุ้นในคำตอบ

“อืม อร่อย อร่อยมาก” ฮุ่ยหลินยิ้มออกมาเมื่อได้ชิมรสชาติขนมหน้าแปลก ๆ ของลูกสาวแล้ว อร่อยมากอย่างไม่น่าเชื่อ

“ไหนพ่อขอชิมด้วย” เฉียนกงที่เพิ่งเดินมาเอ่ยขึ้นพร้อมหยิบขนมลูกเล็ก ๆ เข้าปาก

"อืม อร่อยมากเลย"

“แต่ลูกจะขายราคาเท่าไหร่” ฮุ่ยหลินถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“10 ชิ้น 5 อีแปะดีไหมเจ้าค่ะ”

“แต่น้ำมันหมูมันราคาแพงมากเลยนะลูก” ในที่สุดฮุ่ยหลินก็เอ่ยออกมา

‘ใช่เธอลืมคำนวณต้นทุน’ เหมยเหม่ยคิดในใจ

หลังจากคำนวณต้นทุนค่าวัตถุดิบแล้วเหมยเหม่ยก็ต้องเก็บพับความคิดจะขายขนมปั้นสิบทันที เพราะที่นี่น้ำมันหมูแพงมากเกือบเท่ากับราคาเนื้อ

“ไม่เป็นไรนะลูก ถ้าเหมยเหม่ยอยากทำแม่ก็ยินดีให้เจ้าทำ”

“ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะท่านแม่ ต้นทุนมันแพงเกินไปและมันไม่สามารถขายในราคาแพงได้ เพราะคนอาจจะคิดว่ามันเป็นแค่ขนมกินเล่น”

“งั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวตอนว่าง ๆ แม่จะสอนเจ้าปักผ้าเช็ดหน้าขายดีไหมไม่ต้องใช้ต้นทุนมาก”

“ดีเจ้าค่ะ”

เฉียนกงมองสองแม่ลูกคุยกันแล้วจึงเดินกลับไปที่โรงตีมีด เขาอยู่ในนั้นเกือบค่อนคืน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel