บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ขุดหัวบุกมาทำอาหาร

ตอนที่ 4 ขุดหัวบุกมาทำอาหาร

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

เมื่อเริ่มเห็นแสงสีทอง เหมยเหม่ยก็ตื่นขึ้นมาวิ่งตั้งแต่เช้าเธอวิ่งกลับไปกลับมาระหว่างหน้าบ้านไปจนถึงสวนผักของเธอ เฉียนกงที่กำลังสับต้นผักโขมไปให้หมูอยู่หน้าบ้าน มองลูกสาวที่นับวันนางยิ่งทำตัวแปลกประหลาดอย่างงงๆ

“เหมยเหม่ยเจ้าวิ่งไปวิ่งมาทำไมรึ” สุดท้ายเฉียนกงก็ทนไม่ไหวเอ่ยถามลูกสาวเมื่อนางวิ่งกลับมาถึงหน้าบ้านอีกครั้ง

“เอ่อ...คือข้ากำลังฝึกเดินพลังลมปราณให้แข็งแรงนะเจ้าคะท่านพ่อ เวลาไปเดินขึ้นเขาเก็บผักป่ากับท่านแม่จะได้ไม่เหนื่อย”

“อ๋อ พ่อเข้าใจแล้วดี ๆ ลูกสาวของพ่อจะได้แข็งแรง” เอ่ยจบเฉียนกงก็ยกถังผักโขมที่คลุกกับรำข้าวไปให้เจ้าหมูสองตัวที่อยู่หลังบ้าน

“เจ้าค่ะ”เหมยเหม่ยฉีกยิ้มกว้าง ดีที่ท่านพ่อไม่ถามไปมากกว่านี้ไม่งั้นเธอแย่แน่ ๆ ถ้าเธอบอกความจริงเรื่องลูกสาวของพวกเขาจะดีไม่นะ แต่ถ้าเธอบอกไปแล้วพวกเขาเสียใจจะทำยังไงดี แล้วพวกเขาจะรักเธอเหมือนลูกสาวแท้ ๆ หรือไม่ เธอคิดไม่ตกกับเรื่องนี้มาหลายวัน

“เฮ้อ! ขอเป็นคนเห็นแก่ตัวแล้วกัน” สุดท้ายเหมยลี่ไม่กล้าบอก เพราะเธอกลัวว่าความสุขของพวกเขาสองสามีภรรยาจะหายไป มันคงเป็นโชคชะตาไม่งั้นเธอคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่

ระหว่างที่กำลังยืนคิดอะไรเพลิน ๆ ท่านแม่ก็แบกจอบกับถือตะกร้าเดินออกมาหน้าบ้าน

“ท่านแม่จะไปไหนหรือเจ้าคะ”

“แม่จะไปขุดหัวบุกที่อยู่ท้ายไร่ข้าวโพดเรามาทำอาหารมื้อเที่ยงน่ะ”

“ข้าขอไปด้วยนะเจ้าคะ” ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็มีอะไรสนุก ๆ ให้เธอได้เรียนรู้เยอะแยะเลย แม่ของเธอช่างเป็นผู้หญิงที่เก่งจริง ๆ

เหมยเหม่ยถือตะกร้าเดินตามหลังแม่ของเธอมาที่ไร่ข้าวโพด เป็นที่ดินที่ท่านย่ายกให้ท่านพ่อน่าจะประมาณราว ๆ สิบกว่าไร่ได้มั้ง ก็ถือว่าครอบครัวของเธอฐานะยังพอมีพอกิน แต่เธอยังไม่เคยเห็นที่นาของท่านพ่อเลยไม่รู้ว่ามีกี่ไร่

“ท่านแม่เรามีที่นากี่ไร่หรือเจ้าคะ”

ฮุ่ยหลินถึงกับงงในคำถามของลูกสาวว่านางหมายถึงอะไร

“ลูกถามแม่ว่าอะไรนะ”

“เอ่อ...คือข้าหมายถึงว่าที่นาเรามีเนื้อที่เท่าไหร่หรือเจ้าคะ”

“อ๋อ ที่นาของพวกเรามีประมาณ 60 หมู่นะ”

เหมยเหม่ยถึงกับงง 60 หมู่มันเท่าไหร่ว้า! ช่างเถอะ ๆ ไม่อยากรู้แล้ว

ตอนนี้สิ่งที่เธออยากรู้มากกว่าคือ ว่าท่านแม่จะเอาหัวบุกไปทำอาหารยังไงให้ไม่คันมากกว่า เพราะตอนที่เธออยู่โลกโน้นเคยซื้อหัวบุกในตลาดลองเอาไปทำขนมดู ปรากฏว่าคันฉิบ กินไม่ได้เลยแค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว

เมื่อเดินมาถึงท้ายไร่เหมยเหม่ยก็เห็นต้นบุกขึ้นอยู่เต็มไปหมด

“ท่านแม่เป็นคนปลูกหรือเจ้าคะ”

“เปล่าหรอกมันขึ้นเอง เมื่อก่อนมันเยอะกว่านี้อีกแต่แม่ให้พ่อของเจ้ามาถอนทิ้งไปบ้าง ไม่งั้นมันจะเบียดเข้าไปในไร่ข้าวโพด”

“ที่นี่ดีจังเลยมีทุกอย่างไม่ต้องซื้อ”

แม้ฮุ่ยหลินจะงง ๆ กับคำพูดของลูกสาวแต่ก็พอจะเข้าใจความหมายของนาง

“แค่หัวบุกเองลูกจะต้องซื้อทำไมไม่ใช่หัวเผือกสักหน่อย ในป่าต้นบุกมีเยอะแยะนาน ๆ ชาวบ้านจะทำกินทีเพราะขั้นตอนการทำมันค่อนข้างยุ่งยาก”

“อ๋อ...ข้าเข้าใจแล้ว”

"แต่เราต้องดูดี ๆ นะมันมีต้นบุกสองแบบ เราจะเก็บต้นที่มีผิวเรียบเท่านั้น ส่วนต้นบุกที่มีหนามขรุขระคล้ายผิวคางคกเราไม่กินนะลูก มันกินไม่ได้มันคันมาก"

'อ๋อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง"

เหมยเหม่ยพยักหน้าให้ท่านแม่อย่างเข้าใจ จากนั้นทั้งสองคนก็ช่วยกันขุดหัวบุกใส่ตะกร้า

“เหมยเหม่ยจับระวังล่ะเดี๋ยวจะโดนน้ำยางของมัน” ฮุ่ยหลินร้องบอกลูกสาวเมื่อนางขอเป็นคนขุดเองบ้าง

“เจ้าค่ะ”

หลังจากขุดหัวบุกได้ทั้งหมดห้าหัวแล้ว ฮุ่ยหลินก็พาลูกสาวเดินกลับบ้านไปจัดการหัวบุกที่ขุดมาวันนี้ เหมยเหม่ยมองท่านแม่ปลอกหัวบุกมือเปล่าซ้ำยังมีใบหน้าที่เรียบเฉย

“ท่านแม่ไม่คันมือหรือเจ้าคะ?”

“คันนิด ๆ แต่แม่ทนได้เพราะแม่เคยทำแล้วแต่เจ้าไม่เคยทำทนไม่ไหวหรอก นั่งดูแม่ทำก็พอ”

"เจ้าค่ะ"

หลังจากปอกเปลือกหัวบุกหมดแล้ว ท่านแม่ก็นำหัวบุกมาขูดกับแผ่นเหล็กที่เจาะรูเล็ก ๆ ให้ละเอียด ก่อนจะเติมน้ำลงไปขยำให้เข้ากัน แล้วนำไปต้มกวนอยู่นานเป็นชั่วโมง ๆ

เหมยเหม่ยมองขบวนขั้นตอนการทำแผ่นบุกอย่างตั้งใจ ก็ถือว่าทำยากเหมือนกันกว่าจะได้กิน จากมื้อบ่ายกลายเป็นมื้อค่ำพอดี

เมนูขึ้นโต๊ะวันนี้มีเต้าหู้บุกผัดพริกน้ำมันงา ยำเส้นบุกที่ใส่แค่ซอสถั่วเหลือง พริกซอย และกระเทียมสับละเอียด ส่วนเมนูน้ำซุปเป็นเต้าหู้บุกใส่เห็ดหอมพอได้ลิ้มลองรสชาติของมันแล้ว ถือว่าคุ้มค่าที่ท่านแม่ลงแรงไป เหมยเหม่ยคีบเส้นบุกเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ เส้นบุกดูดรสชาติได้ดี กลิ่นหอมฉุยของน้ำมันงาตีขึ้นจมูก

เฉียนกงที่เห็นลูกสาวกำลังดื่มด่ำกับรสชาติของอาหารก็เอ่ยขึ้น

“ฮุ่ยหลิน วันนี้มีแม่สื่อจากบ้านตระกูลหลี่มาทาบทามยัยหนูของเราด้วยล่ะ แต่ข้าเห็นว่าเจ้าไม่อยู่เลยให้พวกเขามาใหม่วันพรุ่งนี้แทน”

“แค่ก ๆ ๆ” เหมยเหม่ยถึงกับสำลักนี่เธอมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันจะมีผัวแล้วเหรอ เร็วไปไหม

“ค่อย ๆ กินสิลูกไม่มีใครแย่งหรอก แม่ทำไว้ตั้งเยอะไม่อิ่มก็ไปตักเอาใหม่ได้” ฮุ่ยหลินบอกกับลูกสาวพลางลูบหลังให้นาง ก่อนจะหันไปถามสามีอีกครั้งด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “จริงหรือเจ้าคะท่านพี่”

“จริงสิ ลูกสาวของเราขายออกแล้วนะ” ถึงแม้เฉียนกงจะดีใจแต่ลึก ๆ แล้วเขาก็ยังไม่อยากให้ลูกสาวออกเรือน

“ให้ตายเถอะ นี่พวกท่านไม่รักลูกสาวคนนี้แล้วหรือยังไง” เหมยเหม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ คิ้วเรียวของเธอขมวดเป็นปมใบหน้ารูปไข่เง้างอ

“โธ่! ใครว่า พ่อรักเหมยเหม่ยที่สุดในโลกเลย”

“ใช่แม่ก็รักเหมยเหม่ยที่สุดในโลกเหมือนกัน ถ้าลูกไม่อยากแต่งแม่ก็จะยังไม่บังคับ”

“ใช่ ๆ ลูกสาวแค่คนเดียวทำไมพ่อจะเลี้ยงไม่ได้ ให้เลี้ยงตลอดชีวิตก็ยังได้เลย” เฉียนกงคีบอาหารใส่ชามข้าวให้ลูกสาวอย่างเอาใจพลางหัวเราะ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับมาครื้นเครงอีกครั้ง

“ท่านพ่อพูดแล้วนะห้ามคืนคำเด็ดขาด”

“พ่อพูดจริงให้พ่อเลี้ยงเหมยเหม่ยตลอดทั้งชีวิตก็ยังได้เลยหรือต่อให้เจ้าแต่งงานออกไปแล้ว ถ้าสามีทำให้ลูกสาวของพ่อเจ็บช้ำน้ำใจก็จะไปรับเจ้ากลับมาอยู่ที่บ้านของเรา พ่อกับแม่ไม่มีวันทิ้งเจ้าเด็ดขาด”

เหมยเหม่ยถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินคำพูดของท่านพ่อ

"ข้าก็รักท่านพ่อกับท่านแม่ที่สุดในโลกเหมือนกันเจ้าค่ะ"

อาหารมื้อค่ำเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ หลังจากอิ่มแล้วก็พวกเขาแยกย้ายกันไปพักผ่อน หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel