ตอนที่ 3 ขึ้นเขาเก็บผักป่า
ตอนที่ 3 ขึ้นเขาเก็บผักป่า
เช้าวันต่อมา
วันนี้เหมยเหม่ยตื่นแต่เช้าโดยที่คนเป็นแม่ไม่ต้องเข้ามาปลุกเหมือนแต่ก่อน เมื่อเฉียนกงรู้ว่าลูกสาวอยากปลูกผักเขาก็รีบมาถางหญ้าออกจากสวนตั้งแต่เช้าตรู่ เหมยเหม่ยถือจอบเดินตามมาช่วยท่านพ่ออีกแรง ส่วนท่านแม่ทำกับข้าวอยู่ในครัว
“เหมยเหม่ย เจ้าไม่ต้องทำหรอกเดี๋ยวมือของเจ้าจะพองเอาน่ะ!” เฉียนกงบอกลูกสาวครั้งที่ร้อยแล้ว แต่นางก็ไม่ฟังเขาเลย
เพราะบ้านนี้ไม่ยอมให้ลูกสาวทำงานหนัก ซ้ำชาวบ้านยังชอบนินทาว่าเหมยเหม่ยเป็นสตรีขี้เกียจไม่เอาการเอางาน บ้านไหนได้ไปเป็นลูกสะใภ้คงซวยไปทั้งชาติ นั่นเลยทำให้ไม่มีบ้านไหนส่งแม่สื่อมาที่บ้านของเฉียนกงเลย ทั้งที่เหมยเหม่ยใกล้ถึงวัยจะออกเรือนแล้ว
“ให้ข้าทำเถอะนะเจ้าค่ะ ข้าจะได้แข็งแรงเหมือนท่านพ่อไง” ใบหน้าขาวนวลเต็มไปด้วยเหงื่อฉีกยิ้มให้ผู้เป็นพ่อ ร่างนี้อ่อนแอและเหนื่อยง่ายเกินไป สงสัยเธอคงต้องออกมาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าทุกวันแล้วล่ะ
ผ่านไปสองเค่อฮุ่ยหลินก็เดินมาตามสองพ่อลูกกลับไปกินข้าวที่บ้าน มื้อนี้ท่านแม่ทำแกงจืดผักกาดขาวใส่เส้นที่ทำมาจากมันเทศ และก็มีผัดมันฝรั่งที่หั่นเป็นเส้น ๆ คล้ายเส้นมะละกอ
“ภรรยาของข้านี่ทำอาหารเก่งทุกอย่างเลยจริง ๆ ” เฉียนกงที่หยิบตะเกียบคีบอาหารเข้าปากเป็นคนแรกก็เอ่ยชมภรรยาไม่ขาดปาก
เหมยเหม่ยคีบเส้นมันฝรั่งส่งเข้าปากหลังจากเคี้ยวแล้วดวงตาของนางก็ทอเป็นประกาย นี่แม่ของเธอเป็นแดจังกึมมาเกิดหรือไงทำไมรสมือถึงได้อร่อยขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมท่านพ่อถึงหลงรักและเอาใจใส่ท่านแม่มากจนเธอรู้สึกอิจฉา
“ท่านก็เอาแต่ชมข้าทุกวัน ตั้งแต่แต่งงานจนเหมยเหม่ยโตเป็นสาวแล้วยังไม่เบื่ออีกหรือ อายลูกบ้าง” ฮุ่ยหลินเอ่ยและยิ้มอย่างเขินอาย พลางตีไหล่สามีที่ดึงมือของนางไปจุมพิต
เหมยเหม่ยถึงกับส่ายหัวให้กับความคลั่งรักของท่านพ่อ
หลังจากกินข้าวเช้าอิ่มแล้ว ท่านพ่อก็ไปยืมวัวของลุงใหญ่มาไถพรวนดินตากแดดและใส่ปุ๋ยมูลหมู เสร็จแล้วท่านพ่อก็ไปตัดไม้ไผ่มาล้อมรั้วให้เธอ ใช้เวลาสองวันเต็ม ๆ กว่าจะเสร็จ ซึ่งขั้นตอนนี้เฉียนกงไม่ยอมให้ลูกสาวทำด้วยเพราะเขาคิดว่ามันคืองานของผู้ชาย
“อีก 7 วันก็ปลูกได้แล้วลูกระหว่างรอพวกเราก็เพราะต้นกล้า” ฮุ่ยหลินบอกลูกสาว เพราะนางไม่เคยปลูกผักมาก่อนคงจะไม่รู้วิธีขั้นตอนการเพาะปลูก ก่อนนางจะนำขนกระต่ายที่ตากแห้งไว้มาจัดการมาทำผ้าพันคอให้ลูกสาวไว้ใส่หน้าหนาว
“เจ้าค่ะ”
หลายวันถัดมา
หลายวันมานี้ท่านพ่อมีงานตีดาบหลายเล่ม ทำให้ไม่มีเวลาออกไปล่าสัตว์บนเขา วันนี้ท่านแม่จึงพาเธอมาหาเก็บผักป่าและเห็ดบนเขาท้ายหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลนัก ตลอดทางมีชาวบ้านทักทายถามไถ่ฮุ่ยหลินเป็นระยะ
“พวกเจ้าสองแม่ลูกกำลังจะไปไหนกันเรอะ?” เสียงของชาวบ้านร้องถามฮุ่ยหลิน
“พวกเราจะไปเก็บผักป่าบนเขาเจ้าค่ะ” ฮุ่ยหลินเอ่ยตอบหญิงชรากลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เหมยเหม่ยมองท่านแม่ที่หยุดพูดคุยกับทุกคนที่เอ่ยทัก
“อ้าว! แม่นางหลินวันนี้พาลูกสาวมาขึ้นเขาด้วยเหรอ” ชาวบ้านที่มาหาสมุนไพรเอ่ยถามฮุ่ยหลินอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเหมยเหม่ยสะพายตะกร้าเดินตามหลังนางมาด้วย ปกติพวกเขาจะเห็นฮุ่ยหลินมาเพียงคนเดียว
“เจ้าค่ะ” ฮุ่ยหลินตอบเพียงสั้น ๆ นางเป็นสตรีขี้อายไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
วัน ๆ นางจะอยู่แต่บ้านทำอาหาร ทอผ้า ขึ้นเขาหาของป่าหาสมุนไพรบ้างเวลาที่สามีต้องทำงาน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้านช่วยสามี
ครั้นเดินมาถึงเนินเขาเหมยเหม่ยก็เห็นท่านแม่เด็ดยอดต้นไม้แปลก ๆ ที่เธอไม่เคยรู้จักใส่ตะกร้า มันคล้ายใบผักชีล้อมแต่ไม่ใช่ เหมยเหม่ยมองไปเห็นต้นหอมแบ่งหรือหอมป่าอยู่ไม่ไกลจึงเดินไปเก็บ ก่อนจะเดินกลับมาหาท่านแม่อีกครั้งครั้นเห็นว่านางกำลังเก็บยอดผักแปลก ๆ อีกแล้ว
“ท่านแม่นี่เขาเรียกว่าผักอะไรหรือเจ้าคะ”
“อันนี้เขาเรียกว่ายอดโสมป่าน่ะ” ฮุ่ยหลินหันมาบอกลูกสาวด้วยรอยยิ้ม
“ฮะ! โสมป่า!!!...ท่านแม่ทำไมเราไม่ขุดเอารากมันไปขายล่ะเจ้าคะ” เหมยเหม่ยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ต้นโสมนี้มันเป็นโสมป่าทั่วไปไม่มีราคาหรอกลูก เอาไปขายไม่ได้ ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะนิยมเก็บใบของมันไปทำอาหารหรือไม่ก็เอาไปสับขยำกับรำข้าวให้ไก่กิน จะทำให้แม่ไก่ออกไข่ดียิ่ง รสชาติของมันจะออกเปรี้ยวหน่อยแต่อร่อย ชาวบ้านจึงเรียกมันว่าผักโสมกินใบ”
เหมยเหม่ยมองต้นโสมกินใบที่ท่านแม่บอก เหมือนว่าเธอจะเคยเห็นที่ไหนนะ อ๋อ~ ตอนไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าไง คิดออกแล้วมันคือต้นโสมไทยนั่นเอง ที่นี่ก็มีหรือเนี่ย ดีจัง
จากนั้นฮุ่ยหลินก็สอนลูกสาวว่าผักอันไหนกินได้บ้างอันไหนกินไม่ได้บ้าง ยิ่งเดินเข้ามาลึกก็ยิ่งมีผักป่าหลากหลายชนิดให้เลือกเก็บ บางอย่างเหมยเหม่ยก็รู้จัก อย่างเช่นหญ้าสิงโต ต้นกระเทียมป่า ใบหยี่หร่า ต้นผักกาดป่า ขิงป่า
เมื่อได้ผักป่าเพียงพอแล้วฮุ่ยหลินก็พาลูกสาวเดินมาทางด้านป่าไผ่เผื่อจะมีเห็ดเยื่อไผ่ขึ้น ระหว่างทางถ้าเจอหน่อไม้ฮุ่ยหลินก็จะหักใส่ตะกร้า เดินมาไม่นานฮุ่ยหลินก็เจอเห็ดเยื่อไผ่ดอกแรก เหมยเหม่ยเดินตามหลังท่านแม่ไม่ห่างเพราะป่าแห่งนี้มันกว้างใหญ่มาก เธอกลัวตัวเองจะพลัดหลง ครั้นเห็นท่านแม่เก็บเห็ดที่เธอเคยเห็นแต่ในทีวีก็ร้องว้าวออกมาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะไปเดินหาเห็ดเยื่อไผ่เผื่อต่อว่าเธอจะเจอบ้าง
“เหมยเหม่ยอย่าเดินห่างแม่ไปไกลนักนะ!!...” ฮุ่ยหลินร้องตะโกนบอกลูกสาวเมื่อเห็นนางเดินหาเห็ดไกลออกไปจากนางเรื่อย ๆ
“เจ้าค่ะท่านแม่” เหมยเหม่ยร้องตอบกลับไปอย่างดีใจเมื่อเธอเจอเห็นเยื่อไผ่อีกหนึ่งดอก
ห่างออกไปไม่ไกลนักเหมยเหม่ยก็เห็นชาวบ้านสองคนกำลังหาเห็ดเยื่อไผ่เช่นกัน
วันนี้ฮุ่ยหลินอารมณ์ดีมากเมื่อนางได้เห็ดเยื่อไผ่กับผักป่ากลับบ้านเยอะเลย
“กลับบ้านกันเถอะเหมยเหม่ยพ่อของเจ้าคงรอนานแล้ว”
“เจ้าค่ะท่านแม่” เหมยเหม่ยสะพายตะกร้าที่เต็มไปด้วยเห็ดและผักป่าเดินตามหลังท่านแม่กลับบ้าน
ขากลับท่านแม่พาเธอแวะเอาเห็ดไปให้ท่านย่ากับท่านปู่ที่บ้านลุงใหญ่ เธอเพิ่งรู้ว่าท่านแม่ไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้ ท่านแม่เป็นชาวชนเผ่าอาขาที่ท่านย่าขึ้นไปสู่ขอมาเป็นภรรยาของท่านพ่อ ทั้งสองถูกจับแต่งงานโดยไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน มิน่าล่ะท่านแม่จึงมีผิวขาวดวงตากลมโตไม่เหมือนชาวบ้านที่นี่
“คารวะท่านแม่กับท่านพ่อเจ้าค่ะ วันนี้ข้ากับเหมยเหม่ยขึ้นเขาไปเก็บผักป่าเลยเอามาแบ่งให้พี่เฉี่ยวหยาไว้ทำกับข้าวเจ้าค่ะ”
“อืม...ดี ๆ ข้าก็นึกว่าเจ้าจะไม่ให้ยัยหนูเหม่ยหยิบจับอันใดแล้วเสียอีก ค่อย ๆ สอนกันไปในอนาคตข้างหน้ายัยหนูเหม่ยจะได้ไม่ลำบาก ที่ข้าพูดก็เพราะว่าหวังดีหรอกนะ” แม่เฒ่าฟางเถียนเอ่ยตำหนิลูกสะใภ้เล็กน้อยด้วยความเป็นห่วงหลานสาว นางไม่ได้สนใจเสียงนินทาของชาวบ้านเพราะนางรู้ว่าลูกชายคนรองรักลูกสาวมากกว่าสิ่งอื่นใด
“เจ้าค่ะท่านแม่” ฮุ่ยหลินรับคำแม่สามีอย่างนอบน้อม
ท่านผู้เฒ่าหลงเห็นว่านาน ๆ ครั้งหลานสาวจะมาที่บ้านก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะลุกไปหยิบเอาส้มกับลูกพลับในครัวมาใส่ตะกร้าให้เหมยเหม่ย
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านปู่”
“ไม่เป็นไรแบ่ง ๆ กันกิน”
“งั้นข้าขอตัวกลับบ้านก่อนนะเจ้าคะ” ฮุ่ยหลินเอ่ยลาแม่สามี
“อืมรีบกลับเถอะป่านนี้เฉียนกงคงร้อนใจแย่แล้ว”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
เหมยเหม่ยคำนับลาผู้อาวุโสทั้งสอง ก่อนจะเดินตามหลังท่านแม่ออกมาจากบ้านลุงใหญ่
เมื่อกลับมาถึงบ้านฮุ่ยหลินก็เห็นผู้เป็นสามีนั่งรออยู่หน้าบ้าน เฉียนกงเห็นภรรยากลับมาแล้วก็รีบเดินมาหานางทันที
“ทำไมวันนี้พวกเจ้าไปนานจัง”
“พอดีว่าขากลับข้าพาเหมยเหม่ยแวะบ้านใหญ่เอาเห็ดกับผักป่าไปแบ่งให้ท่านแม่เลยกลับมาช้า งั้นข้าเอาเห็นพวกนี้ไปล้างก่อนนะ”
“อืม” เฉียนกงพยักหน้าให้ภรรยาก่อนจะมองลูกสาวที่กำลังยืนอมยิ้มอยู่หน้าบ้าน
'กลับมาช้าอะไรท่านพ่อตะวันยังไม่ตกดินเลย"
"เหนื่อยไหมลูก"
"ไม่เลยเจ้าค่ะ"
เหมยเหม่ยนำผักกับเห็ดไปล้างให้ท่านแม่ที่หลังบ้าน ส่วนท่านแม่เข้าครัวก่อไฟหุงข้าว มื้อค่ำวันนี้พิเศษมากสำหรับเหมยเหม่ยเป็นครั้งแรกที่เธอได้ลิ้มลองรสชาติของเห็ดเยื่อไผ่
