บท
ตั้งค่า

บทที่ 16 ทิฐิค้ำคอ

“ไร้รากฐาน การเปลี่ยนกระบวนท่าก็ไม่สอดรับกัน พอทำได้ไม่ชำนาญจึงเกิดจุดบอดบางประการขึ้น...”

ในระหว่างที่เขาพูดอยู่นั้น ซือซึงก็เกิดข้อกังขาขึ้นมาในใจ ไยเทพกาลเวลาถึงล่วงรู้กระบวนท่าของเพลงกระบี่นางได้ละเอียดลึกซึ้ง จนสามารถวิจารณ์ออกมาเป็นฉากๆ ปานนี้

เว้นเสียแต่...เขาจะร่วมอยู่ในเหตุการณ์ต่อสู้ของนาง มิเช่นนั้นคงไม่มีทางทราบ

ครั้นพิจารณาแล้ว นางจึงตระหนักทันที เขาคือผู้ที่ยืนมองนางต่อสู้กับมนุษย์หมาป่าอย่างเงียบๆ คงจะเป็นสักมุมใดมุมหนึ่งภายในป่าไผ่แดงที่นางมองไม่เห็นเขา

“ช้าก่อน ตั้งแต่ต้นจนจบ ท่านก็อยู่ในเหตุการณ์ป่าไผ่แดง มองข้าต่อสู้กับมนุษย์หมาป่าขนสีเงินเจ้าเล่ห์ตนนั้น จวบจนข้าจมลงไปในธาราพรากวิญญาณ ท่านเพียงเฝ้าดู ไม่ช่วยตั้งแต่แรก มีจุดประสงค์อันใดกันแน่? หรืออยู่รอดูเรื่องน่าขบขัน ของเซียนไม่ประสาวิชาเช่นข้า!”

จิ้นฝานยืนนิ่ง เขามิได้เอ่ยแย้งนางแม้เพียงคำ กลับยังคงสีหน้าเรียบสงบ ยิ่งทำให้ซือซิงมั่นใจว่าตนคาดเดาได้ตรงจุด

ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกาย บัดนี้กลับดับวูบ ขุ่มมัวไร้แววสดใส

นางมองหน้าเขาด้วยความเคืองโกรธ ทั้งกิริยายังแข็งกร้าว แต่ในวูบถัดมาก็เบือนหน้าหนี

ภายในห้องเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจิ้นฝานจะเอ่ยทำลายความเงียบ

“เจ้า... ยังต้องการเรียนวิชากระบี่กับข้าอยู่หรือไม่?”

ซือซิงสะบัดหน้ากลับมาตอบ ดวงตาแฝงความเด็ดขาด

“หากท่านไม่คลายข้อสงสัยนี้ให้ได้ข้าก็ไม่อาจ...”

นางเว้นจังหวะ กลืนน้ำลาย ราวกับกลืนถ้อยคำข่มๆ ลงคอเสียมากกว่า

“ถือว่าข้าไร้วาสนาเถิด”

ซือซิงมีข้อเสียอย่างหนักหนาอยู่ข้อหนึ่ง คือเรื่องเจ้าคิดเจ้าแค้นและทิฐิมานะยิ่งกว่าผู้ใด ยอมหักไม่ยอมงอคือนางขนานแท้ หากยามนี้ต้องชนกับเขาก็ต้องชนให้รู้แพ้รู้ชนะกันไปข้างหนึ่ง จึงคลายโทสะลงได้

บรรยากาศในเรือนเต็มไปด้วยความหมางเมินต่อกัน จริงๆ แล้วควรกล่าวว่าเป็นความเมินเฉยของซือซิงฝ่ายเดียว เพราะเมื่อเขาเดินเข้ามาในเรือน นางก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและหลบเลี่ยงเข้าห้องนอนไปเสีย ยามเขาเรียกให้นางชงชาก็ทำเป็นไม่ได้ยิน สุดท้าย ก็ปล่อยให้เวลาสามวันล่วงเลยไปโดยไร้ประโยชน์

จนเวลาเหลือเค่อสุดท้ายในแดนตาลปัตร

ทั้งคู่มายืนข้างกันที่ปลายชานเรือน ต่างฝ่ายต่างทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ซือซิงนึกเสียใจเรื่องผลไม้ทิพย์ นางมองลูกพลับสีส้มอมทองบนต้น ที่อยู่ไกลออกไปราวสองจ้างด้วยความอาวรณ์

อันที่จริงเมื่อวานนางเคยวางแผนจะใช้เชือกในครัว ทำเป็นบ่วงโยนไปคล้องกับต้นพลับแล้วผูกอีกด้านไว้กับเสาเรือนเพื่อให้สามารถไต่ไปเก็บลูกพลับได้ แต่เชือกนั้นสั้นเกินไป แผนนี้จึงล้มเหลวไป

ต่อมา...อาจดูเป็นการเสียหน้าเล็กน้อย ขอเพียงเขายื่นตะกร้าลูกพลับให้นางเต็มๆ หนึ่งตะกร้า นางก็จะไม่เกี่ยงงอนรับไว้แต่โดยดี

ทว่าทั้งหมดที่คิดไว้ ล้วนไม่อาจเกิดขึ้นจริง

ซือซิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำให้จิ้นฝานปรายตามองนางวูบหนึ่ง จากนั้นมือใหญ่ของเขาก็ยื่นมาจับมือเล็กของนาง สอดประสานนิ้วไว้แนบแน่น กล่าวอย่างอ่อนโยน

“เข้าสู่ห้วงอากาศ เจ้าอาจต้านแรงลมไม่ไหว จับมือข้าไว้เช่นนี้จึงจะปลอดภัย”

นางรู้สึกเดือดดาลอยู่เล็กๆ จึงแค่นเสียง “เฮอะ” แต่ก็มิได้สะบัดมือเขาออก

“กลัวหรือไม่?” จิ้นฝานถาม

ทว่าทิฐิมานะค้ำคออุดมการณ์สูงส่งอยู่เช่นนี้ นางจึงไม่เอ่ยตอบเขา

เมื่อถึงเวลา เทพผู้สูงส่งก็ก้าวกระโดดลงไปในอากาศ พร้อมฉุดมือดึงร่างนางลงมาด้วย

ความปั่นป่วนในห้วงอากาศรุนแรงยิ่งนัก คลื่นลมพายุโหมปะทะร่างอยู่ไม่ขาด อีกชั่วครู่เกิดความร้อนระอุเหมือนกองเพลิง อีกชั่วครู่หิมะโปรยปรายหนาวเหน็บจนเสียดกระดูก ร่างกายตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ซือซิงจึงโผเข้ากอดร่างกำยำ ใบหน้างามซุกอยู่กับอกเขาโดยไร้ข้อถือตัว

ไม่ทราบเวลาผ่านไปนานเท่าใด จวบจนคลื่นลมสงบนิ่ง ร่างทั้งสองหยุดตกลงสู่ลานกว้างแห่งหนึ่ง นางมองไปรอบๆ คล้ายจะเป็นลานฝึกประลองเวทภายในเทวะตำหนักท่านย่า จึงค่อยคลายกอดเขาออกอย่างกระดากกระเดื่อง

“ไม่ว่าอย่างไร ซ่างจวินก็ได้ช่วยชีวิตซือซิงไว้ ย่อมขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง สร้างความยุ่งยากให้ท่านมามากแล้ว ขอลาจากแต่เพียงนี้”

นางได้เตรียมถ้อยประโยคนี้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนจะเข้านอน ขบคิดใคร่ครวญอยู่เป็นนาน จะกล่าวลาแบบตัดบทหรือยังไว้ไมตรีต่อกันดี

ครั้นได้กล่าวออกไปแล้ว ก็รู้สึกคำพูดเหล่านั้นใช่ว่าจะตัดเยื่อใยเสียทีเดียว ก็ยังถือว่าไว้ไมตรีอยู่บ้าง

เมื่อความคิดสงบ เตรียมจะถ้อยหลัง แล้ววิ่งฉิวจากไปดุจกระต่าย พลันต้องชะงัก

จู่ๆ ท้องฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน สายฟ้าฟาดลงมาเปรี้ยงปร้างดังกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณ เกิดเกลียวคลื่นพายุขนาดยักษ์วนเวียนบนท้องฟ้า ไม่นานนัก ร่างของคนผู้หนึ่งก็ลอยอยู่เหนือเกลียวคลื่นพายุนั้น

“เพียงเพื่ออิสตรีนางหนึ่ง ท่านถึงกับก่อกวนห้วงเวลา แก้ไขฟ้าดินเพื่อนาง มิกลัวเกรงโทษทัณฑ์บ้างเลยหรือ?”

เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้า

“มาแล้วก็ลงมือเถิด”

เสียงตอบของจิ้นฝานเรียบเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความแน่วแน่ ราวกับไม่หวั่นเกรงต่อพลังฟ้าดินใดๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel