บท
ตั้งค่า

บทที่๘ ไม่มีตัวตน

แม้นะโมจะรู้สึกอึดอัดกับการมีปลื้มร่วมโต๊ะ แต่เธอก็เลือกเก็บสีหน้าอารมณ์ของตัวเองไว้อย่างดี ไม่อยากให้ใครคนอื่นรู้สึกไม่ดีจนเสียบรรยากาศไปเปล่า ๆ

เขาอยากนั่งตรงไหนก็เรื่องของเขาไปแล้วกัน เพราะสำหรับเธอ ระหว่างเราแบบนี้ดีที่สุดแล้ว

“น้องโมกลับมาอยู่บ้านนานแล้วเหรอ” ไม้เอกเริ่มถามไถ่เพราะไม่ได้เจอเธอนานแล้ว

“มาได้สักพักแล้วจ้ะ”

“แล้วจะอยู่บ้านนานไหม”

“ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“อยู่แต่ในเมืองเป็นสาวในเมืองจนเกือบจำไม่ได้แล้ว” ภูริพูดขึ้นบ้าง

“จำไม่ได้อะไร ก็เหมือนเดิมแหละ”

“เมื่อก่อนเป็นสาวเมือง ไม่นานจะเป็นสาวเกาหลีแล้ว” ครีมมีส่วนร่วมกับวงเพื่อนพี่ชายอย่างไม่เขินอาย เพราะมีหลายครั้งที่พวกเขาไม่ได้เข้าเวรก็จะไปนั่งเล่นอยู่หน้าร้านชำที่บ้านเธอ อีกอย่างทุกคนตรงนี้ก็เรียนโรงเรียนเดียวกันมาหมดนั่นแหละ

ยกเว้นพี่ธวัฒน์ที่อายุห่างไกลจากพวกเธอพอสมควร เรียกว่าคนละรุ่นนั่นแหละ

“โมจะไปทำงานต่างประเทศเหรอ?” บอม ที่อายุน้อยสุดในกลุ่มอาสากู้ภัยได้ยินแบบนั้นก็ถามด้วยความสนใจ

ไม่ต่างกับคนข้างกายนะโมที่หันมองเธอเต็มตาอย่างรอคำตอบเหมือนกัน

“เปล่า” เธอปฏิเสธโดยมองข้ามปลื้มที่นั่งใกล้สุด

“ครีมหมายถึง จะบินไปหาสามีที่นั่นต่างหาก!” คนทำให้คนอื่นเข้าใจผิดรีบแก้ไขใจความใหม่

“วู้! ไม่น่าฟังคนไร้สาระอย่างเอ็งเลย” ไม้เอกส่ายหัวกับคำพูดของครีม

“ไร้สาระอะไรไม่ทราบ!”

“ไปหาอะไรของไกลขนาดนั้น ใกล้ ๆ ก็มีทำไมไม่เอา” ภูริพูดโดยสายตามองมายังนะโมอย่างหยอกล้อ

“หาดี ๆ ถูกใจยาก” นะโมตอบกลับเหมือนไม่รับรู้สายตาคนข้างกาย

“ยากตรงไหน ลองหันขวาก็เจอ หรือหันมาทางนี้ก็มี” ไม้เอกเองก็แซวไม่ต่างกัน

“โอ้ย! ถ้าบนโต๊ะนี้ที่เหมาะกับไอ้โมคงเหลือแต่พี่ครามแล้วมั้ง ถึงไม่ได้ดีมากแต่โสดและไม่มีเรื่องผู้หญิงให้ปวดหัวแน่นอน”

ครีมอยู่ข้างเพื่อนเสมอ รู้ดีว่าพวกเขากำลังชงช่วยรุ่นพี่ตัวเองอยู่ เธอก็จะช่วยเพื่อนเลี้ยวหักศอกเหมือนกัน

ดริฟรถด้วยประโยคเรื่องผู้หญิงให้ล้อหมุนสะบัดกระแทกคนข้างเพื่อนเต็ม ๆ

“ตกลงนี่ชมหรือด่าวะ” ครามหันถามน้องสาวตัวเองที่มีคำว่า ‘ถึงไม่ค่อยดี’ ตามมาด้วย

“ไม่ได้ด่าเลย!” แต่เสียงสูงเท่าเสาไฟฟ้า

“หาไกล ๆ น่ะดีแล้ว เวลาเลิกกันจะได้ไม่ต้องทนเกลียดขี้หน้า” นะโมขำกับสองพี่น้อง แล้วก็ตอบไม้เอกด้วยรอยยิ้มขำเหมือนพูดเรื่องทั่วไปไม่ได้กระทบกระเทียบใครเลย

จริง ๆ นะ

“อูวว!” ไม้เอกภูริและบอมประสานเสียงกันโดยไม่ได้นัดหมายกับแรงกระแทกพร้อมรอยยิ้ม

ต่างกับปลื้มที่รู้ดีว่าเธอกำลังบอกให้เขารู้ว่าเธอ เกลียดขี้หน้าเขา

แต่แล้วยังไงต่อล่ะ

เขาวางกุ้งที่แกะเปลือกออกไว้ในถ้วยของเธอทั้งที่เธอไม่รับเนื้อชิ้นแรกจากเขาด้วยซ้ำ แต่เขาอยากแกะให้จะทำไม

“...” นะโมก้มมองกุ้งในถ้วยเล็กของตัวเองโดยไม่ได้พูดอะไร ไม่มองคนที่ยังทำตัวน่ารำคาญทั้งที่เธอบอกไปแล้วด้วยซ้ำ

และแน่นอนว่าเธอไม่กิน!

บรรยากาศบนโต๊ะหมูกระทะยังคงดำเนินไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนต่างพูดคุยกันได้อย่างสนิทสนมเพราะเห็นหน้าคร่าตากันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เหมือนกับนะโมเองก็พูดคุยกับคนอื่น ๆ ได้อย่างธรรมชาติและปกติ

และแม้ปลื้มจะนั่งอยู่ข้างกายของเธอแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาเลยสักครั้งราวกับไม่มีตัวตนสำหรับเธอ

เวลาล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่มที่ร้านใกล้ปิด เป็นเวลาที่ทุกคนเลือกจะแยกย้ายกันกลับ

และวันนี้ไม่ใช่เวรของปลื้มกับคราม นั่นเลยทำให้พวกเขาสามารถตรงกลับบ้านของตัวเองได้ ส่วนที่เหลือก็กลับกับพี่ใหญ่อย่างธวัฒน์เพื่อไปอยู่สแตนด์บายต่อถึงเที่ยงคืน

บ้านของปลื้มอยู่ในตัวอำเภออยู่แล้ว เขาออกจากร้านขับรถไปทางซ้ายมือโลกว่าก็ถึงบ้าน ส่วนที่เหลือต้องไปทางขวากันหมด

แต่การจะไปบ้านนะโมนั้นต้องผ่านบ้านครามกับครีมไปก่อน แปลว่านะโมจะต้องขี่มอเตอร์ไซต์ของตัวเองกลับบ้านต่อคนเดียว

แน่นอนว่าเขารู้ครามกับครีมจะต้องขับไปส่งจนถึงบ้านไม่ใช่เรื่องยาก เพราะบ้านทั้งสองห่างกันแค่เกือบกิโลเท่านั้น

แต่แล้วยังไงล่ะ

“ขับนำไป” ครามบอกน้องสาวตัวเองกับนะโมให้ขี่นำไปโดยมีเขาจะขับตามไปด้านหลัง ส่วนพี่ธวัฒน์เขาจะให้นำไปก่อนไม่ต้องรอ

นะโมกับครีมได้ยินแบบนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ขึ้นรถมอเตอร์ไซต์ซ้อนท้ายกันกลับบ้านเพราะมอเตอร์ไซต์ของนะโมจอดอยู่บ้านครีมตั้งแต่เมื่อเย็น

“เดี๋ยวกูไปส่งโมเอง” พอสองสาวขี่นำออกไปปลื้มก็พูดกับครามโดยไม่ได้มองหน้าระหว่างเดินผ่านไปขึ้นรถตัวเอง

“ไอ้หมาเอ้ย!” ครามด่าให้เพื่อนไม่ซ่อนเสียง เดินขำไปขึ้นรถตัวเองแล้วขับตามกันออกจากร้านไป

พอมาถึงบ้านครามรถยนต์ก็ขับเข้าไปเขตบ้านจนทำให้น้องสาวอย่างครีมงงในตอนแรก พอเห็นรถยนต์อีกคนจอดอยู่ถึงได้เข้าใจว่าทำไม

“ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีคนไปส่งมึงแล้วว่ะ” ครีมหันมาพูดกับเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มยากจะอธิบาย

“อุตส่าห์คิดว่าจะว่าจบวันไปแล้วแท้ ๆ” เพราะพวกเธอนำมาก่อนและมีรถของครามตามหลังมาเลยไม่ได้สนใจหันไปมอง รู้ว่ามีรถมากกว่าหนึ่งคันของครามขับอยู่ด้านหลัง แต่ก็คิดว่ารถของชาวบ้านที่ขับทั่วไป

ใครจะไปคิดว่าจะเป็นรถของปลื้มที่บ้านเขาไปอีกทางและใกล้กว่าการขับมาบ้านพวกเธอแบบนี้อีก

“กลับบ้านดี ๆ นะ อย่าฉุดกันลงข้างทางล่ะ” แม้จะอยู่ข้างเพื่อนตลอด แต่บางสถานการณ์ก็พร้อมเป็นคนหักหลังเพื่อนเช่นตอนนี้

เธออยากรู้ว่าปลื้มจะทำยังไงกับนะโม แล้วก็อยากรู้ว่านะโมจะรู้สึกยังไงกับปลื้มกันแน่ สถานการณ์ที่ไม่ได้ดูจริงจังหรือตึงเครียด เธอก็พร้อมจะทรยศเพื่อนให้ไปกับแฟนเก่าคนนี้

“อีบ้า!” ว่าให้มันอย่างหมั่นไส้ก่อนจะเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซต์ตัวเองอย่างไม่คิดหันไปมองใครอีกคนบนรถยนต์ที่จอดราวกับรอเธอ

เธอไม่ชอบสถานการณ์ตอนนี้เลย ไม่ชอบเลยจริง ๆ

นะโมติดเครื่องก่อนจะบิดออกมาอย่างไม่คิดสนใจเขา แต่พอเธอออกตัวมาเขาก็ขับตามหลังเธอมาจริง ๆ

เขามันบ้าที่สุด!

บ้าจนเธอทนไม่ไหวเลือกจะจอดรถแล้วเดินไปเคาะกระจกรถของเขาด้วยใบหน้าบึ้งตึงไม่เป็นมิตร

“เป็นอะไร” กระจกเลื่อนลงจนสุดพร้อมกับถามเธอที่อยู่ ๆ ก็จอดรถกลางทาง

“เมื่อไหร่พี่จะเลิกยุ่งกับโม โมไม่ชอบที่พี่ทำแบบนี้” เสียงของเธอบ่งบอกความไม่พอใจถึงที่สุด ถามเขาตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม

พอได้ยินแบบนั้นปลื้มก็เลือกจะลงจากรถมาเผชิญหน้ากับเธอ

“ทำอะไร”

“ก็ทุกอย่างที่พี่ทำอยู่ไง! ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เหรอ ไม่ต้องคุยไม่ต้องสนใจหรือยุ่งเรื่องของกันอ่ะ ทำได้หรือเปล่า!!”

“แล้วถ้าบอกว่าไม่ได้ล่ะ” ถามพร้อมกับก้าวต้อนเธอไปชิดกับรถเขา

“พี่ปลื้ม!” เธอเรียกเขาอย่างไม่พอใจทั้งคำถามและการขยับเข้าใกล้จนต้องยกมันดันอกแกร่งไว้

“จะโกหกว่าทำเหมือนคนไม่รู้จักกันทั้งที่รู้จักกันดีเหรอ” เขาย้อนถามเธออย่างกับขบขัน ค้ำมือคร่อมเธอไว้กับรถทั้งสองข้าง

มันไม่มีใครทำได้หรอก รู้ดีเต็มอกว่ารู้จักกัน เคยรักกัน จะมาทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักบ้าบออะไร

“อืม มันทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันไม่ได้ แต่ก็ทำแบบคนเกลียดกันเขาทำได้นี่” เธอยอมรับว่ามันเป็นไปไม่ได้ เธอเองก็รู้ดีไม่ต่างจากเขา

“พี่ไม่ได้เกลียดเอ็ง”

“แต่โมเกลียดพี่!” พยายามผลักเขาออกให้ห่างแต่เขากลับอยู่ที่เดิมไม่ขยับ

“เกลียดมากเลยเหรอ” และยิ่งขยับใบหน้าเข้าใกล้เมื่อต้องการคำตอบ

“ต้องถามอีกเหรอ!” แม้จะใกล้แต่ไม่ได้เบือนหน้าหนี จ้องเขาอย่างไม่พอใจส่งสายตาให้รู้ว่าเกลียด

“ทั้งที่พี่ไม่เคยนอกใจเอ็งทั้งต่อหน้าลับหลัง” แต่เธอก็เอาแต่เกลียดเขา

“แต่พี่ก็ไม่เคยทำในสิ่งที่โมขอเพียงอย่างเดียวได้ อีกอย่างพอเลิกกันพี่ก็คบกับมันแทบจะทันที!”

“คบหลังเลิก พึ่งรู้สึกหลังคบ ไม่ใช่รู้สึกมาก่อนแล้วไปคบ”

“จนถึงตอนนี้พี่ยังโกหกอีกเหรอ”

“โกหกอะไร”

“พี่ไม่ได้รู้สึกกับมันหลังเลิกกับโม แต่พี่รู้สึกกับมันแล้วนั่นแหละถึงได้มาบอกเลิกโม”

“...” ร่างสูงเงียบนิ่งไปเหมือนไม่อยากเถียง

แต่จริง ๆ เขากำลังหาข้อโต้แย้งไม่ได้

“หลัง ๆ ที่เราทะเลาะกันหนัก ๆ พี่รู้ไหมว่าเพราะอะไร” เธอย้อนถามเขาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนเลิกกันไม่กี่วัน

“...”

“พี่ลืมลบข้อความล่าสุดที่คุยกับมันเหมือนที่ลบมาตลอดไง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel