
บทย่อ
ความระแวงของเธอในวันนั้น กลายเป็นความไม่น่ารักสำหรับเขาได้อย่างง่ายดาย และใครอีกคนที่เธอเคยสงสัยและร้องขอให้เขาออกห่าง กลับเป็นอีกคนที่น่าคบสำหรับเขามากกว่าในวันนี้ สุดท้ายคำขอของเธอก็เป็นเพียงเรื่องงี่เง่าไร้สาระที่เขาทำให้ไม่ได้ สุดท้ายความไม่สบายใจของเธอ มันก็เป็นภาพจำที่น่ารำคาญและเบื่อหน่ายสำหรับเขา และสุดท้ายคนที่เขาเคยบอกว่าไม่มีอะไรและเป็นแค่เพื่อน กลับเป็นแฟนใหม่ของเขาในวันนี้ที่เธอถูกทิ้งอย่างไม่ลังเล แม้แต่คำร้องขอจากเธอที่ไม่ได้ผิดอะไร น้ำตาของคนที่รักเขาอย่างเธอ มันก็ไม่สามารถรั้งเขากลับมาได้อีก
บทที่๑ บทนำ
ภายในห้องพักเละเทะไปด้วยข้าวของที่ถูกเขวี้ยงปา ชายหญิงที่ยืนเผชิญหน้ากันเต็มไปด้วยความร้อนระอุของอารมณ์ตัวเอง จ้องมองกันทั้งรักทั้งโกรธ
“พอเถอะ พี่เหนื่อยกับเอ็งแล้วจริง ๆ” น้ำเสียงเหนื่อยหน่ายของ ปลื้ม ดังขึ้นบอกหญิงสาวตรงหน้าอย่างเอือมระอาเต็มทน
“แล้วพี่ถามโมบ้างไหม ว่าโมเองก็เบื่อและเหนื่อยแค่ไหน!” นะโม ย้อนกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
แต่ทำไมเธอต้องยอมล่ะในเมื่อเรื่องนี้เธอไม่ผิด
“โมบอกพี่กี่ครั้งแล้วว่าโมไม่ชอบ แต่ทำไมพี่ยังไม่รู้จักรักษาระยะห่าง ทำไมพี่ไม่รู้จักออกให้ไกลมัน!” ทำไมยังเอาแต่ใช้ว่าเพื่อนร่วมงาน คำว่าแค่คนรู้จักมาอ้างตลอด
“ก็บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้ววะว่าแค่เพื่อนร่วมงาน ถ้ามันจะมีอะไรก็คงมีไปนานแล้ว!” เสียงเข้มดังขึ้นอีกครั้งอย่างรำคาญกับปัญหาเดิม ๆ ที่ทะเลาะกันนับครั้งไม่ถ้วน
“แล้วทำไมพี่ถึงออกห่างมันไม่ได้ล่ะ ถ้าไม่มีอะไรจริง ๆ เป็นมันไม่ได้เหรอที่ออกมาไกล ๆ อ่ะ!” ทำไมยังนึกถึงแต่ความรู้สึกคนอื่น ห่วงความคิดคนนอกกลัวจะพากันอึดอัดลำบากใจทั้งที่ต้องเจอกันบ่อย ๆ ทำงานร่วมกัน
แล้วเธอล่ะ แฟนอย่างเธอล่ะ
“พี่บอกไม่คิดอะไร แต่มันไม่ได้คิดแบบเดียวกับพี่!” ต้องให้เธอย้ำอีกครั้งเขาถึงจะเชื่อ “ผู้หญิงด้วยกันมันพอมองกันออกเว้ย”
“ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนมันเหมือนกันหรอกนะ เอ็งจะเอาความคิดตัวเองไปตัดสินคนอื่นไม่ได้”
“แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่ามันไม่ได้คิดอะไรกับพี่ รู้ได้ยังไงว่ามันบริสุทธิ์ใจกับพี่”
“เพราะเขารู้ไงว่าพี่มีแฟนแล้ว อีกอย่างตั้งกี่ครั้งที่พี่พาเอ็งไปเจอคนที่ทำงานด้วยกัน”
“แล้วผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนรู้ว่าผู้ชายมีแฟนแล้วแต่ชอบเข้าหาเข้าใกล้ หยอกล้อเหมือนสนิทกันมาเป็นชาติ!” ผู้หญิงที่ไหนเวลาแฟนเขาไม่ได้ไปด้วยกลับมีรูปแท็กกลุ่มออกมาให้เธอเห็นความใกล้ชิดของพวกเขาสองคน
“ก็คือจะเอาให้ได้?” จะยัดเยียดให้เขานอกใจให้ได้เลยใช่ไหม
ก็บอกว่าไม่ได้ทำไม่ได้มีอะไรไม่ได้คิดอะไรทำไมไม่เชื่อกันบ้างวะ
เธอจะรู้ไหมว่าความระแวงของเธอ มันทำให้เธอดูไม่น่ารัก แล้วก็ยิ่งทำให้คน ๆ นั้นดูน่าคบกว่าเธอ
“งั้นโมถามหน่อยสิ ว่าชีวิตพี่มีผู้หญิงรอบตัวกี่คน แล้วตั้งแต่เราคบกันมาสามปีกว่า โมหึงหวงพี่จากผู้หญิงทุกคนไหม” ไม่ไง
แล้วเพราะอะไรล่ะ ก็เพราะเธอจะรู้สึกจากการกระทำของแต่ละคนไง
“บางคนเป็นเพื่อนพี่ตั้งแต่อนุบาล บางคนเป็นเพื่อนพี่ตั้งแต่ประถมจนจบมอปลาย แต่ไม่เห็นพวกเขาถึงเนื้อถึงตัวพี่เลย”
แต่กับบางคนแม่งรู้จักกันไม่กี่ปี แถมไม่กี่ปีที่ว่าก็ไม่ใช่ว่าทำงานเห็นหน้ากันทุกวันทุกเวลาจนสามารถสนิทกันมาก ๆ อย่างไม่มีอะไรน่าสงสัยสักหน่อย
“โมโคตรเบื่อเลยกับเรื่องคน ๆ นี้ พี่ก็เอาแต่บอกไม่คิดอะไร แล้วยังรู้ความคิดมันตอบแทนว่ามันก็ไม่ได้คิดอะไร”
รู้ดีแทนมันเสมอ ยืนยันเสียงหนักแน่นว่าตัวผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรกับตัวเองทั้งที่แม่งการกระทำที่เห็นถ้าไม่รู้คิดว่าคบกันด้วยซ้ำ
“แต่พี่แม่งกลับไม่เคยทำให้โมสบายใจได้เลยสักครั้ง เพื่อคำว่าเพื่อนร่วมงาน พี่ยอมทำให้โมคิดมากแล้วก็เสียความรู้สึกซ้ำ ๆ มานับครั้งไม่ถ้วน พี่แม่งโคตรเห็นแก่ตัวเลย!”
แค่ผู้หญิงคนเดียวที่บอกว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่แค่เพื่อนของเขายังเลือกจะรักษาความรู้สึกมากกว่าแฟนอย่างเธอ
“ถ้ามันเหนื่อยมากนักลองหยุดดูไหม” หลังจากเงียบฟังเธอมาสักพักในที่สุดเขาก็เลือกจะถามเธอด้วยความเหนื่อยไม่แพ้กัน
“หมายความว่ายังไง” คำว่าหยุดของเขาหมายถึงอะไร
“ลองห่างกันดู ลองแยกกันอยู่สักหน่อย เผื่อมันจะทำให้เอ็งรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง” เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากทะเลาะกับเธอเหมือนกัน เขาอยากอยู่อย่างปกติสุข อยากใช้ชีวิตที่ไม่ต้องคอยตอบคำถามเดิม ๆ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความไม่พอใจก่อนจะลงเอยด้วยการทะเลาะ
“พี่กำลังบอกเลิกโมเหรอ” นี่คือสิ่งที่ได้จากการพูดความรู้สึกของเธอเหรอ
“แค่ห่าง”
“คำว่าห่างมันมีเวลาไหม คำว่าห่างของสองคนมันใช้เวลาเท่ากันหรือเปล่า!”
“ก็จนกว่าเอ็งจะพร้อม”
“เหอะ!” นั่นแปลว่าถ้าเธอพร้อมจะกลับมาในอีกหนึ่งปีเขาก็ไม่ได้สนใจกับการมีอยู่หรือไม่มีของเธอใช่ไหม
ผลตอบแทนของการกระทำให้เธอไม่สบายใจ บทสรุปของการเรียกร้องความต้องการของเธอ
คือการให้เขาบอกห่างกันสักพักอย่างนั้นเหรอ
“ถ้าจะพูดแบบนี้ ทำไมไม่บอกเลิกกันไปเลยล่ะ” มันคงจะง่ายและชัดเจนกว่าไหม
คำว่าห่างกันมันไม่ใช่การเลิกราที่ไร้คำบอกเลิกเหรอ แล้วระหว่างห่างกันไม่ใช่ต่างคนต่างใช้ชีวิตหรือไง
แล้วแบบนี้จะเรียกว่าแฟนได้ยังไง จะเรียกว่าทบทวนตัวเองได้จริง ๆ เหรอ
สำหรับเธอไม่เลย
ส่วนสำหรับเขร
“อืม ถ้ามันทำให้เอ็งสบายใจ งั้นก็เลิกกับพี่เถอะ”
