บทที่๕ เผชิญหน้า
หลังได้เผชิญหน้ากันครั้งแรกในรอบสองปีกว่าของเธอกับแฟนเก่า นะโมก็ใช้เวลาหลายวันในการปรับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองให้กลับมาคงที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปลอบตัวเองว่าแค่ตกใจไปนิดหน่อย แค่ไม่ได้ตั้งตัวก็เท่านั้น ไม่มีอะไรในความรู้สึกอื่นใดหลงเหลืออยู่
เธอทำได้เหมือนเดิม ตอนนี้มั่นใจแล้วว่ามันก็แค่ครั้งแรกเท่านั้น และหลังจากนี้หากจะมีเรื่องแบบวันก่อนเกิดขึ้นอีก ก็จะไม่มีอะไรทำอะไรความรู้สึกเธอได้
บ่ายแก่ ๆ แชทก็เด้งขึ้นตามตัวเหมือนหลาย ๆ วันก่อนหน้าตลอด นะโมลุกขึ้นเปลี่ยนุเสื้อผ้าทากันแดดเพื่อออกไปหาเพื่อนสนิทตัวดีที่ไม่ได้ไปหามาหลายวันแล้วตั้งแต่ไปคลองถมด้วยกัน
“คิดว่าจะไม่มาแล้ว” ครีมเบะปากว่าให้เพื่อนที่ไม่ได้มาหากันหลายวัน ช่วงบ่ายแบบนี้ลูกค้าเงียบกว่าช่วงเวลาอื่นทำให้เธอเหงาจนต้องตามตัวนะโม
“ถ้ามึงจะให้กูมาทุกวันขนาดนี้ก็จ้างกูมาช่วยขายของเลยไหม” ประชดกลับอย่างไม่จริงจัง
“กูแบ่งค่าจ้างให้หนึ่งส่วนสามก็ได้”
“ขอบคุณมาก!” ประชดกลับอย่างไม่จริงจัง
“กูอยากไปคอนเสิร์ตวงนี้อ่ะ มึงไปกับกูไหม” ทักทายกันพอหอมปากหอมคอก็เข้าเรื่องสำคัญ ทิ้งตัวนั่งม้านั่งสีแดงลายแตงโมหน้าร้านแล้วชักชวนกันตามประสาติ่ง
“กดบัตรให้ทันก่อนไหม” มองจอโทรศัพท์แล้วได้แต่ถอนหายใจ วงดังแบบนี้จะกดบัตรทันเขาไหมล่ะ
“นั่นแหละปัญหา รอบก่อนที่มาก็กดไม่ทัน ส่วนอีกวงที่ชอบก็มาตอนไม่ว่างพอดี ชีวิตติ่งทำไมมันอาภัพขนาดนี้” พูดแล้วก็ได้แต่ท้อ กว่าจะมีโอกาสได้วนมาไทยแต่ละทีก็ต้องรอนาน แต่รอนานแล้วใช่ว่าจะแย่งบัตรได้ทันอีก
“ไปเกาหลีเลยไหมล่ะ” ถ้ารอเจอที่ไทยมันยากนัก งั้นก็ไปเที่ยวถิ่นพวกเขาเลยสิ เวลาดูข่าวก็มีคนเจอศิลปินตามถนนและร้านอาหารเป็นว่าเล่น
“กูอยาก!” ตอบรับอย่างว่าง่าย มันคือความฝันยิ่งใหญ่สำหรับติ่งอย่างพวกเธอ
“เอาไหมล่ะ” พอเห็นพ้องต้องกันก็ตาเป็นประกาย เน้นไปเที่ยวเล่นไม่ต้องซื้ออะไรมากมายมันไม่ได้ใช้เงินเยอะเท่าไหร่หรอก
“วันไหนดี” พูดพร้อมเปิดปฏิทินดูว่าช่วงไหนเหมาะสุด ยิ่งช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูทำนาร้านค้าถือว่าไม่ยุ่ง
“มึงไปได้แน่นะ”
“ไปได้” ถึงแม่จะให้มาช่วยงานที่บ้านแต่ไม่ได้จำกัดหรือห้ามการเดินทางเที่ยวเล่นของเธอขนาดนั้น
“จะไปไหน” แต่แล้วเสียงบุคคลที่สามก็ดังขึ้นถามด้วยความอยากรู้
“พี่ครามหวัดดีค่ะ” นะโมหันไปก้มหัวทักทายพี่ชายเพื่อนอย่างเป็นกันเอง
“ไม่เจอกันนานเลยนะ” ครามก้มหัวรับแล้วถามไถ่ขึ้นตามประสาคนรู้จัก
“สวยขึ้นไหม” นะโมเลยถามอย่างขี้เล่น
“สวย” ตอบอย่างไม่ปฏิเสธ
“พูดแบบนี้เขินจริงนะ คิดไกลด้วย” หยอกล้อพี่ชายเพื่อนอย่างไม่ได้คิดอะไร
“ไกลแค่ไหนล่ะ”
“ระวังครีมผลักนะ” ผีผลักไหมไม่รู้ แต่เล่นกันไม่หยุดเดี๋ยวครีมผลักให้เอง
ได้เพื่อนเป็นพี่สะใภ้ไม่ติดเลยสักนิด
“พี่ครามโสดไหม” นะโมถามขึ้นเหมือนสนใจจริง
“โอ้ย! ใครจะเอาพี่ฉัน วัน ๆ ถ้าไม่คนเจ็บก็ศพ!” พี่ไม่ต้องตอบเดี๋ยวน้องสาวคนนี้ตอบให้เอง ว่าให้พี่ชายที่วัน ๆ วิ่งแต่เหตุประจำแต่จุด ส่วนงานที่บ้านมักจะช่วยงานใหญ่ ๆ เวลาทำไร่ทำสวน ทำให้ฤดูแล้งพ่อแม่จะปล่อยให้ทำตามที่ตัวเองต้องการ
กลายเป็นเธอต้องเฝ้าร้านประจำแบบนี้ไง
“ตามนั้นแหละ” ครามถอนหายใจเบื่อหน่ายน้องสาวปากไว แต่ตอบรับนะโมตามที่น้องสาวพูดไม่ผิด
ไม่ใช่ไม่เคยมีแฟน แต่ก็แค่เคยแล้วก็นานมากแล้ว พอได้กลับมาอยู่บ้านส่วนใหญ่ก็มีแต่เพื่อนตามโซเชียลไม่ใช่ได้เห็นได้รู้จักกันเองต่อหน้า เขาก็เลยไม่ได้สานสัมพันธ์กับใครสักที
“พอดีเลย โมก็โสดเหมือนกันนะ สนใจไหม” เสนอตัวให้พี่ชายเพื่อนอย่างระริกระรี้ไม่รู้จักอายสักนิด
“กลัวโดนตีนอ่ะ” ส่ายหัวปฏิเสธทันที
“ก็บอกว่าโสดไง จะมีตีนใครให้โดน” ขมวดคิ้วว่าให้พี่ชายเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ
“คนใกล้ ๆ นี่แหละ”
“ครีมเปิดทางให้” นะโมก็รีบย้ำอีกครั้ง
“หึ!” ครามแค่นขำไม่ได้พูดอะไรต่อ เดินไปหยิบน้ำอัดลมขวดเล็ก
“สงสัยพี่ฉันจะหลอน” ครีมเห็นท่าทางพี่ชายก็ได้แต่ส่ายหัวบ่นแล้วกลับมาคุยเรื่องสำคัญต่อ
“ตกลงไปจะไปไหน” ครามเดินมานั่งร่วมวงกับสาว ๆ แล้วถามในสิ่งที่ยังไม่ได้คำตอบ
“ไปหาผู้ชาย!” ครีมตอบพี่ชายอย่างไม่ปิดบัง
“แรดว่ะ” ว่าให้สาวสาวอย่างตรงไปตรงมา
“ธรรมด๊า! คนโสดจะทำอะไรก็ได้” คำด่าที่ได้ยินประจำทำอะไรเธอไม่ได้ อีกทั้งเธอไม่เคยปฏิเสธความแรดของตัวเองที่คนในบ้านรู้ดี
บ้าผู้ชายเป็นที่หนึ่ง
“พวกเค้าวางแผนจะไปเกาหลีกันจ้ะ จะไปดูว่าที่สามีในอนาคต เผื่อจะหอบหิ้วกลับมาให้พ่อกับแม่ได้มีลูกเขยสักที” แต่ก็ยอมบอกพี่ชายให้รู้ถึงแผนการที่กำลังจะทำกันกับนะโม
“ขนาดนั้นเลย?” แค่อยากขึ้นกรุงเทพฯ และเสียเงินค่าบัตรหลายพันสำหรับเขาก็มองว่าไร้สาระแล้ว นี่จะยอมหมดเป็นหมื่นไปถึงที่เพื่อแค่ไปมองเขาห่าง ๆ แค่นั้น?
มันประโยคที่ว่าเสียเงินเป็นแสนแขนก็ไม่ได้จับเลยว่ะ
“มันคือความสุขทางใจจ้ะ!” ขอแค่ไหวและไม่เกินกำลังก็พร้อมจะทุ่มแม้จะได้มองไกล ๆ ทั้งที่เขามองเราไม่เห็นก็ตาม
ถือเป็นค่าสายตาที่ได้มองคนหล่อ มีตรงไหนไม่คุ้มอีก
“บุคลิกหน้าตาแบบนี้คงไม่ผ่าน ตม. อ่ะ” ครามว่าให้น้องสาวด้วยรอยยิ้มขัน
“แรงมาก!” รับไม่ได้เลย บุคลิกหน้าตาของเธอมันน่าเชื่อถือจะตาย ไม่มีความคล้ายคลึงกับผีน้อยแม้แต่นิดเดียว
นะโมนั่งขำสองพี่น้องทะเลาะกันอย่างสนุกสนานโดยไม่คิดจะเป็นกรรมการห้ามหรือแทรกให้เสียบรรยากาศ
แต่บรรยากาศดี ๆ ก็มักจะเปลี่ยนไปเมื่อมีใครอีกคนเพิ่มเข้ามาอย่างไม่คาดคิด
“แดดอะไรหอบมึงมา” ครามหันไปทักเพื่อนสนิทขึ้นด้วยรอยยิ้มหลังจากปลื้มลงจากรถยนต์ของตัวเองมา
“หาเพื่อนกินข้าวเที่ยง” ปลื้มเดินไปทิ้งตัวนั่งม้านั่งที่ว่างอยู่ด้านซ้ายมือของนะโม ตอบปลื้มราวกับไม่มีอะไรมากกว่านี้
แต่เป็นแบบนั้นจริงเหรอ
Kram: นอนไม่หลับเลย น้องกูพูดแต่เรื่องผู้ชายกับนะโมอยู่หน้าบ้านไม่หยุด
เป็นคนซ้ายมือของเขานั่นแหละที่มันส่งแชทไปส่งข่าวให้เขารู้ว่าน้องสาวมันอยู่กับเพื่อนที่ตอนนี้มีคนเดียวเท่านั้น
คนเหงา ๆ ที่ร้านวันนี้ไม่ยุ่งก็เลยแอบแม่ออกมาหาเพื่อนกินข้าว
“บ่ายจนจะเย็นแล้วมาชวนกินข้าวเที่ยง?” ครามเลิกคิ้วถามพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“ลูกค้าพึ่งซา” หน้าแล้งแบบนี้คนก่อสร้างปรับปรุงบ้านกันเยอะ ลูกเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างประจำอำเภออย่างเขาตอนกลางวันช่วยที่ร้าน
ตกเย็นวิ่งเหตุจนถึงดึก ไม่เคยว่างทั้งงานราชงานหลวง ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ได้กิน
“ไปด้วยกันไหม”
