3
เขารู้ดีว่าฮองเฮาไม่ชอบเขา เพราะฮ่องเต้โปรดปรานเขาซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ มากกว่าลูกชายของตนเอง นั่นทำให้ฮองเฮาระแวงว่าเขาจะยึดอำนาจแล้วลูกชายตัวเองจะไม่ได้เป็นรัชทายาท เพราะฮ่องเต้ยังไม่แต่งตั้งรัชทายาท แต่แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทน
เขาจึงระวังตัวมาตลอด ตั้งแต่มีปัญหาจากการโดนลอบทำร้ายตอนไปสู้ศึกที่ชายแดน ขาก็เดินไม่ได้ปกติเหมือนคนอื่น จึงระวังเรื่องอาหารการกินเพราะระแวงเรื่องจะถูกลอบวางยาพิษนี่แหละ
มู่หรงเจิ้ง อัครเสนาบดีเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เมื่อสาวใช้ไปรายงานว่ามีเรื่อง พอเห็นสภาพลูกสาวก็มีสีหน้าผิดหวัง แต่อย่างไรนางก็คือลูกสาวของภรรยาผู้ล่วงลับ เสียหายถึงขนาดนี้อย่างไรอ๋องผู้สำเร็จราชการก็ต้องรับผิดชอบ
“ท่านอ๋อง หรงซีเป็นลูกสาวคนโตของกระหม่อม หากพระองค์ไม่รับผิดชอบก็จะเสียชื่อเสียง ต่อไปหรงหว่านลูกสาวคนรองของกระหม่อมจะออกเรือนได้อย่างไร คนคงลือกันไปทั่วให้เสียหาย”
มู่หรงหว่านหันไปสบตากับมารดาก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา อย่างไรวันนี้อ๋องผู้สำเร็จราชการก็ต้องรับผิดชอบ เพราะบิดาของนางเป็นถึงอัครเสนาบดีมีตำแหน่งใหญ่โต มู่หรงซีเป็นลูกสาวคนโตไม่ใช่ลูกตาสีตาสาทีไหนที่จะทิ้งขว้างได้ง่ายๆ ไม่อยากรับก็ต้องรับ สองแม่ลูกคิดอย่างชั่วร้าย
“ข้าจะแต่งงานกับมู่หรงซีและรับนางเป็นพระชายา” เซียวจิ่นอันพูดเสียงขรึมกับมู่หรงเจิ้ง อีกฝ่ายจึงมีสีหน้าที่ดีขึ้น
ข่าวเรื่องจิ่นอ๋องผู้สำเร็จราชการถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่วางยาปลุกกำหนัดและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันในจวนอัครเสนาบดีแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเพียงชั่วข้ามคืน
มู่หรงซีได้ยินข่าวนี้ก็เจ็บใจยิ่งนัก ต้องเป็นสองแม่ลูกชั่วนั่นแน่ที่คิดจะทำลายชื่อเสียงของข้า ดูสิว่าข้าจะเอาคืนพวกเจ้าสองแม่ลูกยังไง
ในราชสำนักต่างโจษจันกันไม่หยุด บ้างบอกว่ามู่หรงซีไร้ยางอาย ใช้วิธีสกปรกปีนขึ้นที่สูง
บ้างก็ว่าจวนอัครเสนาบดีคิดผูกสัมพันธ์กับผู้สำเร็จราชการเพื่อแย่งอำนาจ
ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนรอฟังว่า จิ่นอ๋องจะรับผิดชอบจริงหรือไม่
ภายในพระราชวังหลวง ตำหนักทรงพระอักษรเงียบสงบ กลิ่นหมึกจางๆ ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง
ฮ่องเต้เซียวเฉิงเยี่ยนกำลังทอดพระเนตรฎีกากองโตบนโต๊ะมังกร สีหน้าอ่อนล้าไม่น้อย
ตั้งแต่เซียวจิ่นอันได้รับบาดเจ็บจากสนามรบ จนขาทั้งสองมีปัญหาต้องนั่งรถเข็น ก็ยิ่งทำให้เขาสงสารและรักน้องชายคนนี้มากขึ้น เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายแลกชีวิตเพื่อแผ่นดินมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จนขาต้องกลายเป็นเช่นนี้
แต่วันนี้ ข่าวที่ได้รับกลับทำให้พระองค์อารมณ์เสียอย่างยิ่ง แรกเริ่มเดิมทีอยากให้น้องชายอภิเษกกับผู้หญิงดีๆ ลูกคุณหนูตระกูลใหญ่ในแคว้นและมีทายาทสืบสกุล ไม่คิดว่าจะเสียท่าให้กับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรดีเลยอย่างมู่หรงซี ทั้งปัญญาที่โง่เขลา ทั้งชื่อเสียงเรื่องความขี้เกียจฉาวโฉ่ จนอัครเสนาบดีไม่เคยพาออกงาน ไม่เหมือนลูกสาวคนรองที่ดีพร้อมทุกอย่าง
“ฝ่าบาท จิ่นอ๋องมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีเฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ให้เข้ามา”
ไม่นานนัก ร่างสูงในอาภรณ์สีดำปักดิ้นทองนั่งรถเข็นเข้ามาภายในตำหนัก โดยมีคนสนิทอย่างหยุนเฟิงคอยเข็นรถเข็นให้
เซียวจิ่นอันสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาสงบนิ่งเช่นเคย แม้ขาจะบาดเจ็บ แต่รัศมีน่าเกรงขามกลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย
“ถวายบังคมเสด็จพี่”
ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นมอง วางพู่กันลงเสียงดัง
“เรื่องเมื่อคืนจริงหรือไม่”
“จริงพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าโดนวางยา?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของฮ่องเต้พลันมืดครึ้ม
“บังอาจ ถึงขั้นกล้าเล่นสกปรกกับผู้สำเร็จราชการในงานเลี้ยง นางช่างไร้ยางอายยิ่งนัก”
บรรยากาศภายในตำหนักกดดันขึ้นทันที เหล่าขันทีต่างรีบก้มหน้าลงต่ำ ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
ฮ่องเต้สูดลมหายใจลึก ๆ พยายามระงับโทสะ
“แล้วเจ้าคิดอย่างไร หากเจ้าไม่พอใจ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ต่อให้มู่หรงเจิ้งเป็นอัครเสนาบดี ก็ไม่มีสิทธิ์ใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้กับเจ้า และลูกสาวของเขาก็ไม่คู่ควรกับเจ้า ชื่อเสียงของนางฉาวโฉ่ จนไม่มีชายใดในแคว้นอยากสู่ขอนาง”
เซียวจิ่นอันกล่าวเสียงราบเรียบ
“กระหม่อมมาขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ชะงักไป
“อะไรนะ”
“กระหม่อมจะรับมู่หรงซีเข้าจวน”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วทันที
“เจ้าแน่ใจหรือ หากต้นเหตุเกิดจากการถูกวางยา เช่นนั้นเจ้ารับนางเป็นชายารองก็พอแล้ว อย่างไรเสีย เจ้าเป็นถึงผู้สำเร็จราชการ สตรีที่ใช้วิธีเช่นนี้ ไม่คู่ควรตำแหน่งชายาเอก ข้าจะหาลูกสาวตระกูลใหญ่ที่ดีพร้อมให้เจ้าเอง” ในใจของฮ่องเต้กลับโกรธแทนน้องชายไม่น้อย
เขารู้จักเซียวจิ่นอันดี อีกฝ่ายเกลียดที่สุดก็คือการถูกบีบบังคับ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งงาน เขาเองหาผู้หญิงให้น้องชายมาหลายคน อีกฝ่ายก็ไม่สนใจเลยสักคน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเสียท่าให้ผู้หญิงไม่ดีเช่นนี้
“นางต้องเป็นชายาเอก”
ฮ่องเต้เลิกคิ้ว
“เหตุใด”
“มู่หรงซีเป็นบุตรสาวคนโตของอัครเสนาบดี ต่อให้ถูกวางยา แต่เรื่องก็เกิดขึ้นแล้ว หากให้นางเป็นเพียงชายารอง เกรงว่าจวนมู่หรงจะเสียหน้า”
ฮ่องเต้มองน้องชายอย่างพิจารณา เซียวจิ่นอันไม่ใช่คนใจดีต่อสตรี ยิ่งไม่ใช่คนที่จะยอมประนีประนอมเพราะชื่อเสียงใครง่ายๆ แต่คำพูดเมื่อครู่กลับสมเหตุสมผลจนจับพิรุธไม่ได้
“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ”
เซียวจิ่นอันสบพระเนตรฮ่องเต้นิ่ง
“พ่ะย่ะค่ะ”
ความจริงแล้ว ในหัวของเขาตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงของมู่หรงซี
“ข้าต้องรีบหนี…”
“แต่งงานแล้วต้องตายแน่…”
“ท่านอ๋องผู้นี้ถูกวางยาพิษจนตายอนาถ…”
ทุกถ้อยคำยังดังก้องอยู่ในหัวเขาไม่หยุด สตรีผู้นั้นรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้มากเกินไป และเขาจะปล่อยนางหนีไม่ได้เด็ดขาด
ฮ่องเต้ถอนหายใจเบาๆ
“ช่างเถอะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะไม่ขัด แต่นางจะใช้วิธีการสกปรกอะไรกับเจ้าอีกหรือไม่ หญิงที่ไม่ใช่คนดีตั้งแต่แรก ย่อมไม่มีทางเปลี่ยนนิสัยได้แน่”
แววตาของเซียวจิ่นอันเย็นเยียบลงเล็กน้อย
“กระหม่อมจะจัดการเองพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่ไม่ต้องเป็นกังวล”
ฮ่องเต้พยักหน้า ก่อนหยิบพู่กันขึ้นมา
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มีราชโองการ!”
ขันทีทุกคนรีบคุกเข่าลงทันที ฮ่องเต้เขียนราชโองการด้วยพระองค์เอง ก่อนอ่านออกเสียงชัดเจน
“มู่หรงซี บุตรสาวคนโตแห่งจวนอัครเสนาบดี กิริยางดงาม อ่อนโยนเรียบร้อย เหมาะสมคู่ควรกับจิ่นอ๋องผู้สำเร็จราชการ จึงพระราชทานสมรสให้ทั้งสองเป็นสามีภรรยา เลือกฤกษ์มงคลเข้าพิธีโดยเร็ว ห้ามผู้ใดคัดค้าน”
