บท
ตั้งค่า

ฤ มิใช่คนเดิม

จ้าวหลินหลางรีบก้มหน้างุด หลบตาหลุบต่ำมองลงไปยังพื้นห้อง ด้วยเพราะไม่กล้าเงยหน้าสบตากับหญิงวัยสามสิบเศษ ผู้เป็นเจ้าของเสียงแหลมบาดหูผู้นั้น ในขณะที่มือสองมือเล็กของนางก็เผลอกดแรงลงไปยังแขนท่อนล่างของผู้เป็นพี่ ด้วยความลืมตัว

“เม่ยกัวซา”

ซินเยียนหลุดพึมพำชื่อนี้ออกมาจากปากของนาง แม้น้ำเสียงจะบางเบา หากแต่ผู้ที่จ้องจะหาเรื่องอย่างเช่นเจ้าของนามนี้ กลับสามารถได้ยินมันได้อย่างชัดเจน และพร้อมที่จะปะทะคารม หาเหตุกับนางอยู่แล้วตลอดเวลา

“ช่างกล้านัก! เพียงแค่เจ้าจะได้ตบแต่งออกเรือนไปเป็นชายาของชินอ๋องไร้ค่าผู้นั้น ถึงกับทำให้เจ้ากล้าเอ่ยชื่อข้าโดยตรงเชียวหรือ”

หากจะกล่าวว่าอายุของนางล่วงเลยไปในวัยสามสิบตอนปลาย แต่ผิวหน้าของนางนั้นกลับยังดูปลั่งราวกับสตรีวัยยี่สิบเศษ ด้วยเพราะเม่ยกัวซาไม่เคยละเลยที่จะบำรุงความงามให้กับตนเองเลยแม้แต่น้อย

แม้ว่าเสนาบดีจ้าวจะไม่อยากหลงใหลเทใจไปที่นาง ก็ดูจะเป็นไปได้ยาก เพียงแต่นางเป็นดอกไม้งามที่ถูกปักฝากเอาไว้ในแจกัน และเป็นฮูหยินในนามของเขาเท่านั้น เป็นนางต้องห้ามที่ไม่ว่าชายใดก็ไม่อาจแตะต้อง ความสำคัญที่ผู้มีอำนาจมอบให้นางอย่างลับๆ นี้ ทำให้เม่ยกัวซาถือดี อวดตัวและหยิ่งผยองแสดงอำนาจบาทใหญ่ได้เต็มที่ แม้กระทั่งเวลานี้ ทั้งต่อหน้าต่อตาของเสนาบดีจ้าว นางก็ไม่คิดที่จะเก็บอาการ

“เอาละ... เอาละ พวกเจ้าจะดีเป็นที่สุดหากเว้นการประชันฝีปากกันสักวัน พ้นจากวันนี้ไป อาเซียน ก็จะไม่ได้อยู่ให้พวกเจ้ารำคาญสายตาแล้ว ดี ๆ กันเอาไว้เถิด อืมม....”

อาเซียน คือชื่อเฉพาะที่บิดาของจ้าวซินเยียน มักจะมีไว้เรียกขานนางแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

นัยน์ตาคู่สวยของจ้าวซินเยียนทอประกายวาววับ ระเรื่อไปด้วยน้ำใสเคลือบสองหน่วยตา ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเกิดขึ้นมาจากความรู้สึกเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้จ้าวซินเยียนในปัจจุบันรับรู้ได้อย่างชัดเจน

จ้าวซินเยียนรู้แต่เพียงว่า ตลอดเวลาที่นางได้อาศัยต่อลมหายใจเพื่อดูความสวยงามของโลกใบนี้อยู่ นางก็จะตอบแทนบุญคุณของเจ้าของร่างเดิมนี้ด้วยความเต็มที่และเต็มใจ

สิ่งใดที่ใครเคยทำไม่ดีกับเจ้าของร่างเดิมนี้เอาไว้ จ้าวซินเยียนผู้นี้จะทวงคืนความยุติธรรม และจะตามสางความแค้นให้เอง เพื่อให้ดวงวิญญาณของเจ้าของร่างที่ยังล่องลอยอยู่ได้ไปสู่สุขคตินั่นเอง

นับว่าเป็นครั้งแรก ในรอบหลายๆ ปี เสนาบดีจ้าวหลี่ผู้นี้จะ ออกโรงปกป้องบุตรสาวของตน ชายวัยกลางคนส่งเสียงเข้ม เพื่อห้ามศึกระหว่างดอกไม้งามในจวน

ก่อนที่เขาจะสะบัดปลายแขนเสื้อ และเดินอกผายไหล่ผึ่งออกจากห้องโถงไป โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองมายังฮูหยินจ้าวของตน

กล่าวถึงฮูหยินจ้าว...

จ้าวเม่ยกัวซา ก็ยังคงเป็นสตรีผู้เต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท ต่อคุณหนูจ้าวซินเยียนอย่างไม่ยอมเลิกรา ด้วยเพราะจ้าวซินเยียนเป็นบุตรีคนหัวปี ซ้ำยังเป็นบุตรีที่เสนาบดีจ้าวหลี่ โปรดปรานมากกว่าใคร จนทำให้บุตรสาวของนางนามว่า จ้าวเหม่ยอู ตกเป็นรองในเรื่องของลำดับความสำคัญเสมอมา

แม้ว่าเสนาบดีจ้าวจะรับรองบุตรให้นางสามารถใช้สกุลจ้าวของเขาได้ จนกว่าจะถึงเวลาออกเรือน แต่สำหรับจ้าวหลี่แล้ว เหม่ยอู ก็ยังคงเป็นเพียงเด็กสาวที่ไม่เกี่ยวข้องอันใดทางสายเลือดกับเขาเลยสักนิด

แต่ครานี้สาแก่ใจนางนัก ใครจะคิดว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว ทันทีที่เม่ยกัวซาทราบเนื้อความของราชโองการที่ฮ่องเต้ส่งมา นางจึงได้ทีผลักไสไล่ส่งจ้าวซินเยียนไปให้พ้นทาง และยกจ้าวเหม่ยอูขึ้นเป็นบุตรีคนโปรดของจ้าวหลี่แทน และในอนาคตจ้าวเหม่ยอู บุตรีของนางผู้นี้ ก็จะได้เป็นชายาเอกของอ๋องแปดอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

ภายในห้องโถงใหญ่ บัดนี้ยังคงมีสตรีอายุต่างกัน ยืนประจันหน้ากันอยู่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ยังคงแสดงวาทะของตนออกมาอย่างไม่มีใครยอมใคร

“ท่านป้า ท่านร้ายกาจนัก ท่านก็รู้ว่าหลายปีมานี้ พี่หญิงสุขภาพไม่ค่อยจะสู้ดีนัก และทุกปีในช่วงฤดูหนาวนางจะต้องไปรักษาตัวอยู่ที่อารามหลวง แต่ท่านก็ยังยืนกรานให้นางตบแต่งเข้าจวนของชินอ๋อง นี่ไม่เท่ากับท่านคิดจะส่งนางไปตายหรอกหรือ!?”

ใบหน้าเล็กน่ารัก ชะเง้อออกมากล่าวเจรจาด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด .... จ้าวหลินหลางแม้จะกลัวเม่ยกัวซาจนลนลานเพียงใด หากแต่เพื่อพี่หญิงของนาง นางถึงกับยอมกลั้นใจโต้เถียงออกไปแทน ด้วยเพราะซินเยียนเดิมนั้น อ่อนแอ บอบบางทั้งยังจิตใจดี และมักจะเป็นฝ่ายที่โดนสองแม่ลูกผู้นี้รังแกอย่างเงียบ ๆ เสมอ

“ท่านแม่... ดูท่าน้องหลินจะลืมตัวไปแล้วกระมัง ว่าเมื่อสามวันที่แล้ว นางโดนสั่งสอนเยี่ยงไร สำหรับการเหิมเกริมโต้เถียงกับท่าน...เป็นการดีที่วันนี้นางได้พบกันท่านเข้าอีกครั้งแล้ว ข้าว่าท่านแม่ควรจะทบทวนความจำให้นางเสียใหม่ อีกสักสิบยี่สิบฝ่ามือนะเจ้าคะ”

เป็นเสียงของจ้าวเหม่ยอู หญิงสาวเจ้าของรูปร่างงามสะคราญ ผิวพรรณผุดผ่องราวกับผิวทารก เสื้อผ้าหน้าผมที่ประดับไปด้วยสิ่งของล้ำค่า ขับให้นางดูมีสง่ามากเป็นเท่าตัว

นางเพิ่งกลับมาจากการไปดื่มชาสังสรรค์กับบรรดาคุณหนูจากจวนสกุลใหญ่ นางยกมือเรียวบางที่คีบประดับด้วยผ้าเช็ดหน้าพริ้วบางลายสวย ขึ้นป้องปากหัวเราะด้วยอาการระริกระรี้ เพราะรู้สึกยินดีที่จะได้ลงไม้ลงมือกับน้องสาวต่างสายเลือดของตน

หากแต่ความงามของนางผู้นี้ เป็นเพียงความงามแบบโฉบเฉี่ยวแต่ไร้ซึ่งเส้นเสน่ห์ ด้วยประกายตาที่ไร้ความเจิดจรัส เปรียบเสมือนเดือนดาวบนท้องฟ้ายามค่ำ ที่ถูกกลุ่มเมฆหมอกลอยมาบดบังเสียจนอับแสง

อีกทั้งผิวพรรณที่ถูกทาทับเอาไว้ด้วยเครื่องสำอางค์ชั้นดีนั้น ก็ไม่สามารถทำให้นางเปล่งปลั่งได้อย่างที่ควร จะมีก็แต่เพียงความงามที่ฉาบฉวยไว้เท่านั้น

“น่าจะเป็นดั่งเจ้าว่าเสียแล้วกระมังลูกรัก... ชิงเอ๋อร์! ไปลากตัวจ้าวหลินหลางออกมา! วันนี้ข้าจะตบสั่งสอนนางเด็กปากพล่อยนี่ด้วยตนเองอีกสักครา”

มันเป็นกุศโลบาย ตีวัวกระทบคราด หรือเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัวก็เท่านั้น เพราะคนที่พวกนางอยากจะลงไม้ลงมือด้วย แท้จริงแล้วก็คือจ้าวซินเยียนผู้ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงหน้าผู้นี้ต่างหาก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel