บทที่ 3
จื่อหลงมองคนร่างบางค่อยๆ กระเสือกกระสนลงจากม้าด้วยความทุลักทุเล เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงได้เร้นกายหายตัวจากไปอย่างเงียบทางด้านหลังของโรงเตี้ยมทำเอาไว้เผื่อเวลาฉุกเฉิน ในเมืองนี้เขาคือเจ้าของกิจการโรงแรมและภัตคารชั้นยอดแถมร้านรับแลกตั๋วแลกเงินที่อยู่ติดกัน สถานที่นั้นยังโอ่อ่าจนเป็นที่เลื่องลือในการทำมาค้าขาย ฝั่งตรงกันข้ามคือหอดนตรี ที่รวมเอาเหล่าสาวงามมากความสามารถในด้านดนตรีมาไว้บรรเลงเพลงโดยไม่มีการซื้อขายทางโลกีย์เด็ดขาด นั่นเพราะทั้งสามแห่งเขาเอาไว้แลกเปลี่ยนจากเงินสกปรกให้กลายเป็นเงินที่ขาวสะอาดนั่นเอง ทุกอย่างจึงถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง
"นายท่าน"ปู้เฉินรีบเข้ามาหาทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้น
"จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือไม่"
"เรียบร้อยทั้งหมดแล้วขอรับ ห้องของเสนาฟ่านอยู่ด้านในสุดไม่ปะปนกับผู้ใดทั้งสิ้น"
"ดีแล้ว เจ้าไปเถอะ อ้ออย่าลืมสั่งอาหารเตรียมเอาไว้ให้เขาด้วย"
"ขอรับ"ปู้เฉินออกไปแล้ว เขายืนแอบอยู่ตรงมุมระเบียง ด้านในของผ้าม่านสีสวย มองดูเหล่าทหารและขุนพลฉั่วที่กำลังสอบถามฟ่านเสวียนด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรๆ ข้าสบายดี โชคดีที่มีคนผู้หนึ่งช่วยเหลือเอาไว้ได้"ฟ่านเสวียนรีบบอก ขุนพลฉั่วเดินวนรอบตัวของเขาแล้วถามด้วยความสงสัย
"เขามีชื่อหรือไม่"
"แน่นอน ข้าสอบถามชื่อเอาไว้แล้ว ท่านขุนพลอย่าได้กังวลไปเลย"ฟ่านเสวียนพยักหน้ายิ้มแย้มใบหน้าขาวมีรอยเปื้อนฝุ่นแต้มอยู่ตรงปลายจมูกและข้างแก้มใส มือของจื่อหลงที่แอบดูอยู่ถึงกับคันยุบยิบอยากเอื้อมไปเช็ดคราบสกปรกออกให้
"น่าแปลกแล้วเหตุใดเขาจึงไม่รั้งรอที่จะเข้ามาด้านในด้วยล่ะ"
"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ระหว่างที่ลงจากม้าเขาก็หายไปแล้ว"
"ชื่อเสียงเขามีนามว่ากระไร ท่านเสนาบอกข้าได้หรือไม่"
"เขาแซ่เหวิน นามจื่อหลง"
"จื่อหลง? "ขุนพลฉั่วชะงักแล้วรีบเงยหน้าขึ้นมองฟ่านเสวียน
"ท่านขุนพลอย่าคิดมากไป เขามิใช่ขุนโจรนั่นแน่ๆ ข้าสาบานเลย เขาดูท่าทางเหมือนพ่อค้าวาณิช หรือคุณชายทั้งหลายที่ท่องยุทธภพ"
"แต่ว่า"ขุนพลฉั่วยังไม่คลายใจ ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินบทสนทนาจึงกระแอมนำมาก่อนเพื่อให้ทุกคนรู้ตัวว่าเขากำลังเดินมาด้านล่าง
"ใต้เท้าทั้งหลาย เป็นข้าน้อยเองขอรับ ข้ายินดีจริงๆ ที่มีขุนนางจากเมืองหลวงมาพักที่โรงเตี้ยมข้าน้อยได้"จื่อหลงรีบทักทายและเชื้อเชิญเพื่อมิให้ทุกคนผิดสังเกต ฟ่านเสวียนเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าคนที่ช่วยเหลือเขาเป็นผู้ใด
"เจ้าเป็นเจ้าของโรงเตี้ยมแห่งนี้หรือ"
"ขอรับเป็นข้าน้อยเอง""เขาก้มลงประสานมืออย่างนอบน้อม ขุนพลฉั่วสำรวจคนที่ค้อมตัวลงจนถ้วนทั่ว เลยไปถึงด้านหลังที่คาดว่าจะเป็นเสี่ยวเอ้อร์ของที่นี่
"อ้อเป็นเจ้าหรอกหรือที่ช่วยเหลือท่านเสนาเอาไว้"
"ขอรับเป็นข้าน้อยเอง"เขาผงกหัวรับ
"ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือ ถ้าเช่นนั้นเจ้ามารับเอารางวัลไปเถอะ"
"ข้าน้อยมิกล้า ข้าน้อยมิกล้า คนประสบเหตุข้าย่อมต้องเข้าช่วยเหลือ มิได้คำนึงถึงว่าจะเป็นผู้ใด ดังนั้นรางวัลจึงมิจำเป็นขอรับ"เขารีบบอก ขุนพลฉั่วจึงวางถุงเงินเอาไว้บนโต๊ะเช่นนั้น
"เช่นนั้นก็จงนำข้าวปลาอาหารมาให้เต็มเต็มที่ และจัดห้องให้ข้ากับท่านเสนาคนละห้อง ส่วนเหล่าทหารให้นอนห้องละสองคน ห้องเจ้ามีเพียงพอหรือไม่"
"แน่นอนขอรับ ข้าน้อยจะรีบสั่งคนให้ไปจัดเตรียมเดี๋ยวนี้"เขารีบรับคำแล้วสั่งคนงานสามสี่คนให้รีบไปจัดการ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ออกมาแจ้งว่าห้องพักจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นขอข้าขึ้นไปพักก่อนได้หรือไม่ท่านขุนพล ข้ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยจริงๆ "ฟ่านเสวียนรีบบอก เขาเองรู้สึกอ่อนล้าและเหนียวตัว ขุนพลฉั่วก็รู้ดีว่า ฟ่านเสวียนมิเคยตรากตรำดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืนผายมือออกทันที
"เชิญ ให้คนนำท่านเสนาเข้าพักด้วย เอาล่ะพวกเจ้าเองก็พักผ่อนกันตามสบาย อย่าลืมจัดเวรยามคอยตรวจตรารักษาความปลอดภัยด้วยล่ะ"เขาสั่งทหารทุกคน สายตาทอดมองแผ่นหลังบางของฟ่านเสวียนไปจนลับสายตา
"ภายในห้องพักที่ใหญ่โตโอ่อ่า บัดนี้มีอ่างน้ำร้อนฉุยอยู่ด้านหลังฉากกั้นพร้อมกับเครื่องหอมที่วางเอาไว้บนโต๊ะด้านข้าง เขาชะโงกหน้าเข้าไปดูแล้วต้องยิ้มกว้างเพราะถูกใจเหลือเกิน แถมห้องก็กว้างขวางพอควรดูท่าทางแล้วจะพักสบายเป็นแน่ กว่ากลุ่มของขุนพลฉั่วจะลงมือสืบเรื่องขุนโจรจวิ้นจื่อหลงก็น่าจะเป็นพรุ่งนี้ เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะเหตุใดจึงให้เขาตามมาด้วย เขาไม่ได้เก่งกาจทางการต่อสู้ ดีแต่ใช้สมองเท่านั้นร่างกายบอบบางเช่นนี้จะไปช่วยเหลืออะไรได้มากมายแค่ไหนกันเชียว เขากลับคิดเกรงใจว่าหากเขามาด้วยจะเหมือนเป็นการควบคุมการทำงานของท่านขุนพลเสียมากกว่า คิดแล้วก็ให้อ่อนใจ เขาเดินไปด้านหลังฉากกั้นสูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าปอดแล้วถอดเสื้อผ้าออกจนหมดสิ้น ก้าวขาหย่อนตัวลงแช่น้ำอุ่นเอนหลังพิงกับขอบอ่างหลับตานิ่ง หารู้ไม่ว่ามีกลุ่มควันพุ่งเป็นสายเล็กๆ เข้ามาปะปนในอากาศจนทำให้หลับสนิทโดยไม่รู้ตัว ทิ้งช่วงเอาไว้เพียงครึ่งก้านธูป ร่างสูงใหญ่จึงค่อยๆ แง้มประตูลับจากผนังด้านข้างที่ฝังชั้นวางหนังสือลงไป
"ดูต้นทาง"จื่อหลงสั่งปู้เฉินสั้นๆ จากนั้นก็ปิดประตูห้องลับจนสนิทเหมือนเดิม เขาเดินไปช้าๆ หยุดลงตรงอ่างคนที่หลับสนิทเพราะควันสลบ นั่งด้านข้างเพื่อมองใบหน้าเรียวจนอิ่มหนำ มือหนาวักน้ำทำความสะอาดเนื้อตัวให้คนหลับจนสะอาดสะอ้าน มือใหญ่สั่นน้อยๆ ยามแตะต้องผิวเนื้อละเอียดละมุนมือ เขาไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าตนเองกลั้นหายใจเอาไว้นานแค่ไหนกระทั่งลงมือจุ่มแขนตนเองลงไปในน้ำที่เริ่มคลายร้อนช้อนใต้ขาอ่อนและแผ่นหลังนุ่มเนียนขึ้น
"เจ้านี่น๊า รู้หรือไม่ว่าใจร้ายแค่ไหน อย่างน้อยจดจำคนที่เจ้าเคยช่วยเหลือเอาไว้สักนิดก็ยังดี มิใช่ลืมเลือนกันเสียขนาดนี้"เขาเอ่ยเบาๆ เมื่ออุ้มร่างเปลือยขึ้นมาจากน้ำนำไปวางบนเตียงนอน เขาบรรจงเช็ดน้ำจากร่างเล็กจนแห้ง แล้วสวมเสื้อตัวกลางและกางเกงให้จนเรียบร้อย เสียงกุกกักทำให้รู้ว่าปู้เฉินกำลังจะขออนุญาตเข้ามาภายในห้อง เขาจึงเดินไปหมุนรูปปั้นสิงโตหยกตัวเล็กๆ ที่อยู่บนสุดที่มือเอื้อมถึง ประตูจึงค่อยเปิดออก
"มาแล้วขอรับ"
"อืมสิ่งที่ข้าสั่งให้เจ้าทำเรียบร้อยดีหรือไม่"
"ทุกอย่างเป็นไปตามที่สั่ง บัดนี้ข่าวว่าจอมโจรจวิ้นจื่อหลงไปปรากฏที่หมู่บ้านท้ายเมืองแล้วขอรับ"
"ดีแล้ว เขาจะได้อยู่นี่ไปอีกหน่อย"
"นายท่านเหตุใดจึงไม่บอกท่านเสนาล่ะขอรับว่าเป็นคนที่เขาเคยช่วยเหลือมาก่อน"
"ข้าคือโจรกบฏ ถ้าข้าบอกมีหรือจะรอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้ อีกอย่างเขาเป็นถึงเสนากลาโหม อย่าให้เขาลำบากใจเลยจะเป็นการดี"
"นี่ถ้าคุณหนูรองทราบเรื่องจะเกิดอะไรขึ้น"
"ช่างศิษย์น้องเถอะ ตอนนี้เจ้าหาทางป่วนเมือง แต่จงระวังอย่าทำร้ายชาวบ้านเข้า และหลีกเลี่ยงมิให้เกิดการบาดเจ็บได้เข้าใจหรือไม่"
"แต่ข้าคิดว่า เรื่องนี้มิใช่เรื่องดีเลยขอรับเสี่ยงต่อการถูกจับกุม ทางที่ดีเราหาหนทางอื่นจะดีหรือไม่"ปู้เฉินกังวลในสีหน้า
"อย่าคิดมากน่า ถ้าเจ้าทำตามที่ข้าบอกมันจะไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้อยู่ที่นี่สักครึ่งเดือน ก่อนที่จะย้ายกลับเมืองหลวง"จื่อหลงก้มลงมองใบหน้าเรียวที่ยังหลับสนิทด้วยความเอ็นดู เขามิเคยลืมเด็กน้อยผู้หนึ่งที่ยื่นหมั่นโถวสองลูกในมือส่งให้ เมื่อยามที่เขาเร้นกายหนีกลับมาบ้านเกิด เมื่อรู้ข่าวที่มีคนลอบส่งให้กับอาจารย์ และพอไปถึงบ้านที่ถูกกวาดล้างก็พบทหารที่ยังคงตรวจสอบภายในบ้านสองสามคน เมื่อพบเขาจึงพยายามไล่จับตัว เขายังโชคดีที่หนีรอดออกมาได้อีกครั้ง ยามนั้นเขาทั้งสกปรกและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วน สภาพจึงไม่น่าดูนัก เขานั่งหอบพึงกำแพงร้างเด็กน้อยผู้หนึ่งแต่งกายด้วยผ้าแพรชั้นดีใบหน้ากลมมนขาวสะอาดราวกับซาลาเปานุ่มนิ่ม ทำให้รู้ว่าหาใช่ชาวบ้านธรรมดาไม่ ใบหน้าเล็กก้มลงมองเขาแล้วยิ้มให้ ฟันสองซี่ด้านบนที่ยิ้มส่งมาให้หักหายไปทำให้ดูน่าตลก ยื่นหมั่นโถวส่งมาให้ทั้งสองมือ ครั้งแรกเขาลังเลที่จะรับมัน แต่ใบหน้าเล็กกลับยัดมันใส่มือเขา
"กินสิ ข้าให้"
"ไม่เป็นไร"เขาตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"กินเถอะ ถ้าเจ้าไม่อิ่มข้ายังมีอีกนะ"ใบหน้าเล็กๆ ส่งยิ้มให้อีกครั้ง พร้อมกับทรุดตัวลงมานั่งเบียดเขาที่เนื้อตัวสกปรกไม่น้อย เขาพยายามจะถอยห่างเพราะกลัวจะไปทำให้อีกฝ่ายสกปรกตามไปด้วย แต่คนตัวเล็กกว่ากลับขยับเข้ามาใกล้เอียงหน้ามองเขาด้วยความสงสัย
"เจ้ามาจากไหนหรือ แล้วจะไปที่ไหน แล้วทำไมถึงไม่มีอาเตี๋ย อาเหนียงเล่า"เขาเงยหน้าจากหมั่นโถวในมือแล้วหันมามองคนที่ยังนั่งเบียดข้างๆ ด้วยดวงตาคลอด้วยน้ำตา
"ข้าไม่มีอาเตี๋ย อาเหนียง"
"โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ"ร่างเล็กยกตัวขึ้นพยายามโอบรอบคอเขาเพื่อปลอบใจ ทันใดนั้นเองเขาทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งเพราะน้ำเสียงห้าวๆ ดังขึ้นเหนือหัว
"เจ้าเด็กขอทานจะทำอะไรคุณชายของข้า ออกไปไอ้เด็กสกปรก"ไม้อันใหญ่ทุบตีลงบนหลังเขาทันที
"อย่า อย่าทำเขา เขาไม่ได้ทำข้านะ ออกไปอย่าตี"น้ำเสียงเล็กๆ คอยห้ามปราบมิให้ชายตัวสูงตีทั้งยังเอาตัวเข้าบังจนได้รับบาดเจ็บโดยมิตั้งใจอีกด้วย
"โอ๊ยย!! อย่าตี ฮือออ อย่าตีเขา พวกเจ้าใจร้าย"
"คุณชายบาดเจ็บตรงไหน ออกมาขอรับ อย่าเข้าไปใกล้ มันจะทำอันตรายคุณชายได้นะขอรับ"
"พวกเจ้าใจร้าย เขาเป็นเด็กเหมือนข้านะ เขาจะทำอะไรได้ อย่าตี ห้ามตีนะ"เสียงเล็กๆ คอยห้ามปราบและกันตัวเขาเอาไว้ เขาจับแขนเล็กเอาไว้ให้อยู่นิ่ง
"ไม่ตีแล้วขอรับ คุณชายออกมาจากเด็กขอทานนั่นก่อนเถอะขอรับ"ดูท่าทางแล้วคนผู้นั้นคงจะเป็นพี่เลี้ยงของอีกฝ่ายแน่นอน เด็กชายตัวเล็กยืนร้องไห้ใช้สองมือเช็ดน้ำตาไปมา ยอมถอยออกห่างจากเขาแต่โดยดี
"เอาเขากลับบ้านด้วยได้หรือไม่ เขาไม่ทำอันตรายหรอก พวกเจ้าดูสิเขาตัวโตกว่าข้านิดเดียว ข้าจะขออนุญาตท่านพ่อเอง"
"มิได้ขอรับ เด็กขอทานพวกนี้ไม่ปลอดภัย มาเถอะคุณชายกลับบ้านกับข้าน้อยดีกว่า"เด็กน้อยนั่นยังไม่ยอมเดินจากมา กลับดิ้นลงจากอ้อมแขนของพี่เลี้ยง
"ปล่อยข้าก่อน ข้าจะเอาเงินให้เขาไปซื้อกินข้าว เขาไม่มีอาเตี๋ย ไม่มีอาเหนียง"พี่เลี้ยงจึงยินยอมแต่โดยดี เด็กน้อยผู้นั้นเดินเข้ามาหาเขาทั้งที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตา แบมือเล็กๆ ส่งก้อนเงินให้สองก้อน
"เจ้าเอานี่ไป เก็บมันไว้ใจเวลาเจ้าหิวนะ ข้าชื่อลู่ฟ่านเสวียน ถ้าเจ้าเจออาเตี๋ยอาเหนียงแล้วกลับมาเล่นกับข้านะ แล้วก็อันนี้เก็บเอาไว้ด้วยเวลาเจอกันข้าจะได้รู้ว่าเป็นเจ้ายังไงล่ะ"เด็กน้อยส่งหยกพู่อันเล็กรูปเสือมาให้ เขาเอื้อมมือไปรับแล้วเก็บเอาไว้ในอกเสื้อ พี่เลี้ยงเมื่อเห็นว่าใช้เวลานานจึงเข้ามาอุ้มเพื่อกันให้ห่างจากขอทานน้อย
"ไปเถอะขอรับป่านนี้นายท่านสงสัยแย่แล้วว่าคุณชายหายไปไหน เจ้าเองก็เหมือนกัน อย่าได้กลับมาที่นี่เพื่อรบกวนคุณชายของข้าอีกเข้าใจไหม"เขาพยักหน้าช้าๆ มองร่างเล็กที่ถูกอุ้มอยู่หันกลับมาโบกมือลาให้เขาช้าๆ
