Chapter 6 อย่าเล่นกับไฟ
Chapter 6
อย่าเล่นกับไฟ
“งานเปิดโลกกิจกรรมมหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค สาขาเราจะตั้งบูธขายของกันนะทุกคน”
เฮดของสาขาหรืออารมณ์ประมาณหัวหน้าห้องพูดขึ้นขณะเรียนคาบสุดท้ายของช่วงบ่าย
“ฮ้าว มีกิจกรรมอีกละ น่าเบื่อ”
เพลงบ่นพร้อมกับนั่งเอนตัวไปที่พนักเก้าอี้ภายในห้องเรียนของภาควิชา ส่วนฉันก็ง่วนอยู่กับการจัดเอกสาร เพราะไม่ได้ใช้ไอแพดเรียน ชีทเรียนที่แบกมาจึงมากกว่าคนอื่น
“แล้วก็นะ...เอแคลร์ เธอน่ะคนสวยอันดับต้นๆ ของคณะเลย ยังไงช่วยให้ความร่วมมือด้วย”
“เอ๋ หมายความว่ายังไงเหรอเดย์?”
ฉันถามเดย์ที่เป็นเฮดสาขา เขาเป็นผู้ชาย ตานั่นออกจะเนิร์ดนิดๆ แต่ก็มีความเป็นผู้นำ สวมแว่น ผิวขาวสไตล์ลูกคนจีน ตาเรียวเฉี่ยวคมพร้อมกับทรงผมที่เนี้ยบอยู่ตลอดเวลา
“หมายความว่าหน้าบูธเธอจะต้องมาคอยต้อนรับคนนอกที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธของเราไง แล้วก็เสิร์ฟตัวอย่างน้ำผลไม้ที่บูธเราจะขายด้วย”
ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่ฉันพร้อมกับเสียงซุบซิบของนักศึกษากลุ่มอื่นที่เรียนสาขาเดียวกัน
“นั่นสิ ถ้าเอาพวกคนสวยๆ ของบัญชีไปยืนหน้าบูธจะได้ขายดียิ่งขึ้น”
เพื่อนผู้หญิงอีกคนพูด คนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องเถียงกัน พวกเพื่อนๆ โหวตเลยแล้วกันว่าจะเอาใครบ้างห้าคนมาเป็นตัวชูโรงของเรา”
สุดท้ายแล้วผลโหวตจากทุกคนก็ออกมา ได้มาทั้งหมดห้ารายชื่อและแน่นอนว่าฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ได้แต่ทำหน้าซีดเซียวเพราะไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เสียเวลาทำงานมาก... เวลาของเอแคลร์เป็นเงินเป็นทองนะจะบอกให้
“เอาน่าไอ้แคลร์ อย่าทำหน้าซังกะตายอย่างงั้นดิ คิดซะว่าได้ยืนนิ่งทำหน้าสวยๆ ต้อนรับอยู่หน้าบูธ งานสบายจะตาย” เพลงตบไหล่ปลอบ
“น่าเบื่อจะแย่...”
ฉันพูดพร้อมกับส่ายหน้าไปมา จะเอาใครไปขายก็เหมือนกันแหละ ไม่เห็นต้องเอาพวกคนหน้าตาดีไปเป็นตัวชูโรงให้คนหันมาสนใจเลย เฮ้อ แค่คิดก็น่าเบื่อ
ตกเย็น
หลังจากเรียนเสร็จ ฉันก็แยกย้ายกับเพลงเพื่อที่จะกลับไปยังหอของตัวเอง หอฉันอยู่ค่อนข้างไกลจากมหาวิทยาลัยจึงต้องนั่งรถเมย์ไป ก็เพราะว่าหอราคาถูกแถวนี้มันหายากน่ะสิก็เลยต้องเลือกหอที่ไกลออกไปหน่อย
ฉันมารอรถที่ป้ายรถเมล์ แต่แล้วรถโมเดลไฟฟ้าคันหรูสีน้ำเงินเข้มที่แสนจะคุ้นตาก็มาจอดเทียบกับท่ารถเมล์ที่ฉันกำลังนั่งรออยู่ สายตาของนักศึกษาและคนวัยทำงานต่างสอดส่องไปที่รถหรูคันนั้น
กระจกรถถูกเลื่อนลงแล้วฉันก็ได้เจอหน้าพี่ซีเคอีกครั้ง... ผู้ชายที่เจ้าชู้ที่สุดตั้งแต่ที่ฉันเคยได้เจอมา
“จะกลับหอเหรอ? ขึ้นมาสิเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไม่จำเป็นค่ะ!”
ฉันตอบเสียงหนักแน่นพร้อมกับเชิดหน้า แขนข้างขวาสะพายกระเป๋าผ้าสีขาวเอาไว้อย่างมาดมั่น
“น่า...ไปกับพี่เถอะ มีเรื่องอยากจะขอให้ช่วยหน่อย”
พี่ซีเคพูดขึ้นมาทำเอาฉันฉงนใจเอียงคอเล็กน้อย
“มีเรื่องให้ช่วย? เรื่องอะไรเหรอคะ แล้วหนูจะช่วยอะไรพี่ได้”
ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ
“ขึ้นรถมาก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง”
ฉันมองซ้ายขวา คนที่ป้ายรถเมล์เริ่มหันมามองฉันแล้วเพราะว่าเราตะโกนคุยกัน ฉันนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ส่วนเขาก็เปิดกระจกตะโกนคุยกับฉัน
คิดแล้วก็อายคน...ยอมก่อนดีกว่า
“ไหนคะ เรื่องอะไรเหรอที่จะเล่าให้ฟัง
เมื่อขึ้นรถมาได้ฉันก็ยิงตรงถามประเด็นที่น่าสนใจในทันที
พี่ซีเคเหยียดยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อตี๋อินเตอร์นั้นทำใจฉันเต้นตึกตัก ขึ้นชื่อว่าเสือวิศวะจะทำให้ผู้หญิงใจเต้นแรงก็คงไม่แปลกอะไรนักหรอก
“ก็เรื่องวิชาเสรีที่เรียนกับเธอน่ะ พอดีพี่ไม่ค่อยถนัด เธอน่าจะเรียนเก่งช่วยติวให้หน่อยสิ”
เขาพูดพร้อมกับทำสีหน้ากะล่อนตามประสา ฉันหรี่ตามองไม่ไว้วางใจ
“วิชาเสรีพี่ก็แค่ไฮไลท์หัวข้อสำคัญแล้วก็อ่าน ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนก็น่าจะจบแล้วนะคะ ไม่จำเป็นที่หนูจะจะต้องมาช่วยติวให้หรอก”
“แต่ถ้าเธอช่วยติวให้คะแนนก็น่าจะดีขึ้น อีกไม่กี่เดือนพี่ก็จะเรียนจบปีสี่แล้วนะ อยากเร่งทำเกรดให้ดีก่อนเรียนจบ”
พอได้ยินเขาบอกว่าอยากจะเร่งทำเกรดให้ดีฉันก็พอจะเข้าใจได้ ใครก็อยากจะทำเกรดสวยๆ ก่อนเรียนจบทั้งนั้นเพื่อเอาไปต่อยอดกับงานที่จะทำ
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ แล้วจะให้หนูไปติวที่ไหน ร้านกาแฟเหรอ”
“ห้องพี่ไง”
“ห้องพี่!? โทษนะคะ แบบนั้นหนูไม่สะดวก”
“ถ้าห้องพี่ไม่สะดวก งั้นห้องน้องก็ได้นะ แบบนี้สะดวกหรือเปล่า?”
“ไม่ค่ะ แบบนั้นยิ่งไม่สะดวกใหญ่”
หอที่ฉันเช่าอยู่เป็นเพียงหอเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรแถมยังคับแคบ ซอยที่จะเข้าไปก็ลำบาก ที่จอดรถก็ไม่มีต้องอาศัยจอดตามในซอยเอา
“ถ้างั้นก็ไปจบที่ห้องพี่”
“ก็บอกว่าไม่ไงคะ ถ้าไม่เลิกชวนไปห้องหนูจะชกพี่แน่ เอาให้อ่วมเลยข้อหาหื่นกาม”
ฉันเริ่มวีนเพราะเขาพูดไม่รู้เรื่อง
“พี่ให้ค่าติว ถือซะว่าเป็นติวเตอร์ส่วนตัวในวิชานี้โดยเฉพาะ”
เขายังคงดื้อ แต่ใจฉันสิเริ่มไขว้เขว หรือเขาจะแค่อยากได้ติวเตอร์จริงๆ ไม่ได้มีเรื่องอย่างว่ามาประกอบร่วมด้วย
“ติวเตอร์ส่วนตัว? ปกติหนูทำงานพาร์ทไทม์มาเยอะแต่ยังไม่เคยรับงานเป็นติวเตอร์เลยนะ”
ฉันทวนคำเขาอย่างรู้สึกสนใจ นั่นสินะ... ผลการเรียนฉันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ถึงไม่ได้เพอร์เฟคอะไรมากมายแต่ก็น่าจะพอติวให้ชาวบ้านชาวช่องเขาได้ ทำไมไม่เคยคิดหาเงินลู่ทางนี้เลยนะเอแคลร์เอ๊ย
“ก็ลองซะสิ พี่ให้ชั่วโมงละห้าร้อย...ติวแค่วิชานี้วิชาเดียว ได้ไหมครับ?”
“ชั่วโมงละห้าเลยเหรอคะ...”
พอเอาเงินมาล่อฉันก็เริ่มรู้สึกสนใจ เกลียดจริงๆ ที่เขารู้ทันว่าฉันต้องการอะไร
“ใช่แล้ว เริ่มตั้งแต่วันนี้เลย”
“งั้น...ก็ได้ค่ะ”
เวลาต่อมา
หอพักวีไอพีของมหาวิทยาลัยแอชตันเจเค
“หัวข้อนี้จะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบัญชีค่ะ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประมวลรัษฎากร...”
ตอนนี้เรามาอยู่กันที่ห้องของพี่ซีเค เป็นคอนโดสุดหรูของมหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค ทั้งสะดวกและมีส่วนกลางที่ดูน่าใช้สอย ต่างจากหอเล็กๆ ของฉันเหลือเกิน
“อ่า~”
พี่ซีเคทำพยักหน้าหงึกหงัก แต่สายตาหยาดเยิ้มของเขาทำให้ฉันเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้โฟกัสกับเนื้อหาที่ฉันกำลังพูดอยู่เลย เอาแต่มองหน้าฉัน มือของเขายกขึ้นเท้าคางและจ้องหน้าฉันอย่างใกล้ชิด
“นี่ฟังที่หนูพูดอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?”
“ตั้งใจฟังอยู่ครับ พูดต่อไปสิ”
“ถ้าไม่ตั้งใจเกรดออกมาไม่ได้อย่างที่หวังจะมาโทษหนูไม่ได้นะคะ บอกเอาไว้ก่อน”
ฉันขู่ทันที
“โห โหดจัง พี่ก็ตั้งใจฟังอยู่นี่ไงไม่ได้หลับสักหน่อย”
“งั้นก็ช่วยสนใจที่หนูพูดให้มากกว่านี้ด้วยค่ะ ไม่ใช่เอาแต่จ้องหน้า”
ฉันตวัดสายตาทำหน้าดุ ตอนนี้เรากำลังเปิดไอแพดของเขาและเปิดไฟล์เนื้อหาที่อาจารย์ส่งให้ในไลน์กลุ่มของวิชานี้
“อันนี้เป็นส่วนโครงสร้างของภาษีอากรค่ะ ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ฐานภาษีอากร อัตราภาษี พี่ซีเค!”
เพี๊ยะ!
ฉันตีแขนเขาเบาๆ เมื่อเขายังคงไม่สนใจกับสิ่งที่ฉันพูด เอาแต่จ้องหน้าอยู่ได้
“โอ้ย เจ็บนะเอแคลร์ ตีพี่ทำไมเนี่ย”
“ก็พี่มัวแต่ทำสายตาเยิ้มอยู่ได้ สนใจที่หนูพูดบ้างไหมเนี่ย จ่ายชั่วโมงละห้าร้อยเพื่อจะมาจ้องหน้ากันอย่างงี้เหรอ”
ฉันเริ่มโวยวาย
“ก็ถ้าพี่บอกว่าใช่แล้วจะทำไม”
“พี่ซีเค! รวยมากเหรอฮะถึงเอาเงินมาผลาญเล่น ถ้ามีเงินขนาดนี้ก็น่าจะทำตัวให้เป็นประโยชน์กับสังคมมากกว่าเอาเงินมาล่อผู้หญิงนะคะ”
ฉันโวยวาย
“ไม่ได้เอามาล่อผู้หญิงสักหน่อย ก็เอามาให้เธอติวให้นี่ไง ติวเตอร์สอนให้ พี่เป็นนักเรียนก็จ่ายให้ มันแปลกตรงไหนล่ะ”
คำพูดของเขาทำเอาฉันเดือดปุดๆ แต่ก็โต้ตอบอะไรไม่ได้เพราะมันก็จริงอย่างว่า ฉันสอนเขา เขาจ่ายเงิน ทุกอย่างแฟร์ ไม่ผิดอะไร
“งั้นก็ต้องตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ค่ะ จ่ายห้าร้อยเพื่อติววิชานี้ ไม่ใช่จ่ายห้าร้อยเพื่อถ่วงเวลาหนูเอาไว้ที่นี่”
“หึ”
เขาแค่นขำแต่ก็ดูเหมือนจะปรับปรุงขึ้นเพราะว่าพอฉันเริ่มติวเขาก็เริ่มตั้งใจ หรือเปล่านะ? รึอาจจะแค่สร้างภาพฉันก็ไม่รู้ เฮ้อ หนักใจจริงๆ คิดถูกคิดผิดเนี่ยเอแคลร์เอ้ย
ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง ฉันก็ติวเนื้อหาในบทนี้เสร็จ เป็นเนื้อหาล่วงหน้าที่ฉันอ่านมาโดยที่อาจารย์ยังไม่ได้สอน
“งั้นวันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ จบบทนี้แล้ว ถ้าวันหลังพี่อยากจะติวอีกก็ค่อยติดต่อหนูมา”
“ติดต่อยังไงดีอ่ะ พี่ยังไม่มีไลน์หรือเบอร์เธอเลยนะ”
ฉันมองหน้าเขา คนกะล่อนเอ้ย คิดว่าฉันไม่รู้เรื่องรึไง
แต่ทำไงได้ล่ะ ก็มันเป็นเรื่องงานนี่นา
“งั้นก็ขอโทรศัพท์หน่อยค่ะ เดี๋ยวหนูจะพิมพ์ไอดีไลน์ให้”
พี่ซีเคยื่นโทรศัพท์ของเขามาให้ โทรศัพท์ตัวท็อปรุ่นล่าสุดยี่ห้อไอฟ่งต่างจากฉันซะเหลือเกิน โทรศัพท์ฉันยังใช้เป็นระบบแอนดรอยด์เครื่องเก่าที่ใช้มาตั้งแต่สมัย ม. 5 อยู่เลย โถ สงสารวาสนาตัวเอง
“เรียบร้อยแล้ว งั้นหนูกลับก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวพี่ไปส่งที่หอ”
“โอเคค่ะ”
ฉันเองก็เหนื่อยจะปฏิเสธแล้ว ไม่รู้ว่าวันนี้ปฏิเสธเขาไปกี่ครั้งแต่สุดท้ายเค้าก็ยังตื๊ออยู่ดี เห็นได้ชัดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะปฏิเสธ
เขาขับรถพาฉันมาจนถึงหน้าหอ สภาพหอที่ดูทรุดโทรมเก่าแก่เกินกว่าคุณชายไฮโซอย่างคุณซีเคจะรับได้
“นี่แหละค่ะ หอหนูเอง”
ฉันพูดพร้อมกับกระหยิ่มยิ้มย่อง ให้เขาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของฉันจะได้เลิกมายุ่งกันสักที ให้เขาเห็นชัดไปเลยว่าเราสองคนฐานะต่างกันมากแค่ไหน
“เล็กๆ น่ารักดีนี่”
หน้าฉันเหวอ คิดว่าเขาจะรังเกียจซะอีก
“ไม่ได้ใหญ่เท่าคอนโดพี่หรอกค่ะ เห็นสภาพความเป็นอยู่แล้วก็น่าจะตัดใจได้แล้วนะคะ ถ้าคบกันหนูต้องเกาะพี่กินแน่ๆ เพราะหนูน่ะไม่ค่อยมีเงิน”
พยายามไล่เขาออกจากชีวิตอย่างสุดทาง แต่พี่ซีเคที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับกลับยิ้มละมุนเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย
“อ๋อ งั้นเหรอ ก็เอาสิ เต็มใจให้เกาะ เลี้ยงสาวคนเดียวคงไม่จนลงหรอกมั้ง”
“พี่ซีเค!”
ฉันเขินอายหน้าแดง ทำไมเขากะล่อนได้มากขนาดนี้นะ อย่ามาเล่นกับใจฉันได้ไหม ฉันเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงใจแข็งอะไรขนาดนั้น...เจอใครมาทำดีเข้าก็กลัว กลัวว่าตัวเองจะอ่อนแอแล้วยอมง่ายๆ
“โอเค ไม่แกล้งแล้วก็ได้ งั้นไว้เจอกันอีกนะ ขึ้นห้องได้แล้วมืดแล้ว ยืนอยู่ข้างล่างนานๆ เดี๋ยวอันตราย”
เขาบอกพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวฉันเบาๆ ฉันสะดุ้งไปเล็กน้อยเพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ ขนาดพ่อแท้ๆ ฉันยังไม่เคยให้แตะเนื้อต้องตัวหรือแม้แต่ปลายเล็บเลย
ใจดวงน้อยแอบหวั่นไหว แต่ก็พยายามควบคุมตัวเอง อย่าเล่นกับไฟ มันร้อนนะเอแคลร์ อย่าหลงคารม
“งั้นหนูไปก่อนนะคะ”
ฉันรีบเปิดประตูรถแล้วลงไปในทันที ขืนอยู่นานกว่านี้ใจฉันมันจะไม่อยู่นิ่ง
ซีเคได้แต่มองแผ่นหลังเล็กที่เดินลงเข้าหอเล็ก แสนทรุดโทรมนั่นไป เขาหน้านิ่งลงในทันทีที่เธอเดินลงไปพร้อมกับจ้องมองคนตัวเล็ก
ภายในใจดวงแกร่งกำลังว้าวุ่นและครุ่นคิดอยู่หลายอย่าง ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงเห็นแก่เงิน เอาเงินมาล่อไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เป็นอะไรที่ซีเครู้สึกว่าท้าทาย และที่สำคัญ เหมือนมีบางสิ่งผุดขึ้นมาในใจ เขาไม่อยากทำร้ายเธอ
“เป็นอะไรของกูวะเนี่ย แค่เล่นๆ ไม่ใช่หรือไง..”
พึมพำกับตัวเอง มือหนากุมพวงมาลัยรถเอาไว้แน่น
หน้าหล่อตี๋แบบอินเตอร์ชะงัก เฝ้าถามกับตัวเองในใจว่ารู้สึกอะไรกับเด็กคนนี้หรือเปล่า ระยะเวลาที่เจอกันก็เหมือนไม่นาน แถมซีเคไม่ได้คิดจะจริงจังกับใครเพราะว่าใกล้จะเรียนจบแล้ว เขาต้องทำงาน การจะคบกับนักศึกษากว่าจะได้เจอเวลาก็คงไม่ค่อยตรงกัน เพราะฉะนั้นซีเคจึงไม่ได้คิดจริงจังกับเอแคลร์มาตั้งแต่แรก
ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปมากมายเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ติ๊ง
[ตีน่า : ซีเค ไหนว่าวันนี้บอกว่าเราจะออกไปทานข้าวมื้อค่ำด้วยกันไง ว่างหรือยัง?]
เขาจ้องมองแชทจากตีน่า เพื่อนสนิทในวัยเด็กซึ่งเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ตีน่าพยายามจะล้ำเส้นคำว่าเพื่อน ซีเครู้ดี แต่สำหรับเขาสถานะที่เธอได้ก็คือแค่เพื่อน
[ซีเค : โอเค จะขับรถไปรับเดี๋ยวนี้แหละ]
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นซีเคคงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แต่ตีน่าเป็นเพื่อนที่เขาสนิทมาตั้งแต่ยังเด็ก และเธอก็เป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร หน้าตาก็สะสวยตรงสเป็ค เพียงแต่ซีเคไม่ได้ชอบเธอในสถานะของความเป็นผู้หญิงก็เท่านั้นเอง แล้วก็ไม่อยากจะทำร้ายตีน่าด้วย
ตีน่าเป็นแค่เพื่อน...เพื่อนที่พยายามจะล้ำเส้นเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่อาจทำลายกำแพงในใจของซีเคจอมเจ้าชู้ได้ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำได้
แต่ตอนนี้...เอแคลร์เด็กบัญชีปีสอง กำลังทำให้หัวใจของเขาว้าวุ่นยิ่งกว่าเฟืองเครื่องยนต์ที่หมุนไปหมุนมาขณะทำหน้าที่ของมัน
